Monday, January 18, 2016

Huggies Exclusive Workshop แนะนำวิธีดูแลลูกหลังคลอด, อาหารสำหรับเด็ก และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่



ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เชอรี่ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมดีๆ แนะนำคุณแม่มือใหม่ ทั้งเรื่องการเลียงดูลูกและเรื่องการอาหารต่างๆ น่าสนใจดีค่ะเลยอยากมาแชร์ให้ได้ฟังกัน กิจกรรมนี้จัดโดยผ้าอ้อมฮักกี้ส์และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยค่ะ

"แทนคำสัญญา อิ่มไอรักกับฮักกี้ส์" โดย Huggies Exclusive Workshop ที่ศูนย์สุขภาพตรัยยา (TRIA) โรงพยาบาลปิยะเวท ถนนพระรามเก้า เป็นการไปร่วมกิจกรรมกับ Huggies ครั้งแรก ตื่นเต้นสุดๆ แต่สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นกว่าคือ เอ็มไม่ว่าง เชอรี่ออกงานคู่กับน้องวชิกันเองจ้า


แพทย์หญิงศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล, แพทย์หญิงกอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป, พยาบาลเฉพาะด้านมาให้ความรู้ และยังมีคุณกระแต ศุภักษร ไชยมงคล ว่าที่คุณแม่คนสวย ตอนนี้ท้อง 5 เดือนครึ่งแล้ว สวยเป๊ะสุดๆ เลย ก็มาร่วมพูดคุยกัน ตัวจริงสวย หุ่นดีสุดๆ เลยค่ะ

ก่อนเริ่มงาน

งานเริ่มเวลาประมาณบ่ายโมง เชอรี่ไปถึงก่อนเวลานิดหน่อยก็ลงทะเบียนกันก่อน ได้เอกสารคนละ 1 ชุด ใครฟังไม่ทันก็อ่านเพิ่มเติมจากคู่มือ จะได้ไม่ต้องห่วงว่าจดไม่ทัน เน้นฟังให้เข้าใจและลองทำตามค่ะ


คุณแม่แอร์คนเก่งควงน้องดีดี้มาออกงาน


ภายในงานมีผลไม้ น้ำตะไคร้เย็นชื่นใจ และยังมีเมนูเรียกน้ำนมให้ว่าที่คุณแม่ได้ทานกันด้วย อาหารมีมาเติมเรื่อยๆ ทั้งของคาวของหวาน เรียกว่าไม่ให้คุณแม่ท้องร้องกันเลยค่ะ


ระหว่างรอเริ่มงานฮักกี้ส์ได้แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูปรุ่นใหม่ที่ทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าช่วยป้องกันผื่นผ้าอ้อม มีกระเป๋าเก็บอุจจาระด้านข้างและด้านหลัง เหมาะสำหรับทารกทานนมแม่เพราะนมแม่ย่อยง่าย ลูกจะถ่ายเหลวบ่อย การออกแบบผ้าอ้อมของฮักกี้ส์รองรับอุจจาระเหลวได้ดี ช่วยให้ไม่ซึมออกมาข้างนอก


เสียดาย น่าจะออกมาเร็วกว่านี้เน๊อะ รุ่นนี้มันตอบโจทย์ปัญหาของเชอรี่สุดๆ เลยค่ะ ^^"

คุณสุคนธชา เหลืองอุษา ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับทุกคนที่มาร่วมงาน และกล่าวด้วยว่างานนี้จะช่วยทำให้ว่าที่คุณแม่เข้าใจวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รวมถึงเคล็ดลับการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพอีกด้วย



ช่วงที่ 1 : โภชนาการคุณแม่ตั้งครรภ์

แพทย์หญิงกอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป (หมออ้อม) แพทย์ธรรมชาติบำบัด ดูแลคนไข้โดยใช้อาหารเป็นยา และยังเป็นคุณแม่ลูก 3 ที่ให้นมลูกมาตลอด 10 ปี มาพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการอาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ (ช่วงไตรมาสสุดท้าย) และโภชนาการอาหารสำหรับคุณแม่ให้นมลูก

"ทุกสิ่งที่แม่รับประทานคืออาหารของทารกในครรภ์"

ดังนั้น คุณแม่ควรกินอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2-3 ลิตร ทำจิตใจให้แจ่มใส และออกกำลังกาย


นอกจากนี้ คุณหมออ้อมได้พูดคุยถึงเรื่องโภชนาการของคุณแม่ตั้งครรภ์ แนะนำเมนูเพิ่มน้ำนมที่คุณแม่สามารถทำทานได้เอง พร้อมสาธิตการทำทั้ง 3 เมนู คุณหมอน่ารักและใจดีมากที่ไม่ปล่อยให้ทุกคนดูแล้วน้ำลายไหลตาม ได้ส่งอาหารที่ทำสดๆ จากบนเวทีให้ทุกคนได้ชิมกันอีกด้วย

ก๋วยเตี๋ยวยำบกขิงสด

 น้ำผลไม้ : สมูทตี้แก้วมังกรอินทผาลัม

 แซนด์วิชแซลมอนอโวคาโดสเปรด

เชอรี่ได้ลองทำด้วยตัวเอง อร่อยแถมมีประโยชน์ค่ะ

ช่วงที่ 2 : คุณแม่ขอเมาท์ ... นมแม่ดีที่หนึ่ง

แพทย์หญิงศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กุมารแพทย์ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ได้ให้ความรู้เรื่องนมแม่ ว่านมแม่เป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับลูกเพราะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกอย่างครบถ้วน ควรให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน โดยไม่ต้องให้ลูกกินน้ำเปล่าหรืออาหารอื่น


"สิ่งเดียวที่นมชนิดอื่นลอกเลียนนมแม่ไม่ได้ คือ ภูมิต้านทาน"


ดังนั้น คุณแม่ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้สำเร็จ จะต้องใช้เทคนิคการให้นมแม่ด้วยพลัง 3 ดูด คือ ดูดให้ไว ดูดบ่อย และดูดอย่างถูกวิธี

ช่วงที่ 3 : ครบเครื่องเรื่องคุณแม่

ช่วงสุดท้ายนี้มีทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เรื่องการอาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนผ้าอ้อม ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ มีอุปกรณ์ครบครัน ถือว่าเป็นการซ้อมก่อนอาบน้ำให้ลูกจริงๆ

คุณพยาบาลสอนช้าๆ ทีละขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่ถอดเสื้อผ้า วิธีจับลูกลงอ่าง ถูสบู่ เช็ดตัว รวมถึงการเตรียมอุปกรณ์ด้วย



อาบน้ำให้ลูกเป็นงานที่คุณพ่อช่วยแบ่งเบาคุณแม่ได้เป็นอย่างดี
จะสังเกตเห็นว่า ว่าที่คุณพ่อตั้งใจกันสุดๆ เลยค่ะ

คุณพยาบาลสอนท่าการให้นมที่ถูกวิธี คือ อุ้มให้ลูกอยู่ระดับอก ขยับปากลูกให้พอดีเต้า และให้ลูกงับถึงลานนม


คุณพยาบาลสอนการดูแลเต้านมเมื่อเกิดอาการคัดเต้า ให้บีบนมเบาๆ วนเป็นรูปก้นหอย ไม่ต้องบีบหรือนวดแรงๆ เพราะจะทำให้ระบมเปล่าๆ


ช่วงท้าย

ช่วงท้ายของงานได้มีการถ่ายรูปรวมกับว่าที่คุณแม่ทั้ง 20 คน ร่วมกับบล็อกเกอร์ที่มาร่วมงาน พร้อมทั้งแจกกิฟท์เซทให้กับว่าที่คุณแม่ทุกท่าน

สรุป

เป็นงานที่มีประโยชน์มากสำหรับว่าที่คุณแม่ ทั้งเรื่องอาหารการกิน น้ำนมแม่ การดูแลลูกน้อย ได้ลองซ้อมกันจริงๆ บรรยากาศเป็นกันเอง ว่าที่คุณแม่ทั้ง 20 คน ยังได้กิฟท์เซทและทางฮักกี้ส์ยังส่งผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ใช้ฟรีตลอดเวลา 6 เดือนอีกด้วย

สำหรับว่าที่คุณแม่ที่สนใจเข้าร่วมกิจกกรมดีๆ แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ http://www.huggies.co.th และ https://www.facebook.com/HUGGIESThai/ ค่ะ





พาลูกอายุ 6 เดือน ฉีดวัคซีน, เช็คพัฒนาการ, วิธีดูแลฟัน, อาหารเสริมมื้อแรก




วันนี้ 3 พ.ย. 58 อีก 2 วันน้องวชิจะครบ 5 เดือน ป้าหมอนัดมาฉีดวัคซีนทั้งหลักและเสริมค่ะ

หลังจากสวัสดีทักทายป้าหมอเรียบร้อย คำถามแรกที่ป้าหมอถามหม่ามี๊ คือ "นมแม่ 100% ใช่ไหมคะ"

ตอบทันทีเสียงดังฟังชัด "ใช่ค่ะ" ลาออกจากงานประจำมาเพื่อเป็นแม่วัวอยู่แล้ว

ป้าหมอบอกว่า เยี่ยมเลย ตอนนี้ได้เหรียญทองแดงแล้ว สเต็ปต่อไปเหรียญเงินนะคะ สู้ๆ ^^


พอถึงคิวน้องวชิหลับทุกที ต้องเข้าไปหาป้าหมอแบบหลับทุกครั้ง จนพี่พยาบาลบอกว่าประจำอ่ะวชิ พี่ชินแล้ว -"-

น้ำหนัก-ส่วนสูง

น้ำหนัก 6.825 กรัม ส่วนสูง 66 ซม. เวลา 2 เดือน น้องวชิน้ำหนักขึ้นมา 6 ขีด สูงขึ้น 4.4 ซม. ส่วนสูงขึ้นปกติแต่น้ำหนักขึ้นน้อยไปหน่อย คงเพราะห่วงเล่น ไม่ยอมหม่ำนมนี่แหละ แข็งแรงก็พอแล้วเน๊อะ

วัคซีนที่ฉีด

วัคซีนวันนี้เหมือนครั้งที่แล้วเลย แต่เป็นการมารับครั้งที่ 3 ทั้งวัคซีนหลักและเสริม หลังจากฉีดก็จะมีไข้เหมือนเดิม ต้องใช้วิธีเช็ดตัวและป้อนยาก็จะดีขึ้น
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ - บี (เข็มที่ 3)
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (เข็มที่ 3)
  • วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมค๊อคคัส (ครั้งที่ 3)
ป้าหมออนุญาตให้กินยาลดไข้ได้ เพราะจะช่วยลดความรุนแรงของไข้ได้ ถ้าฉีดเข็มแรกไม่อยากให้กินเพราะจะทำให้ภูมิขึ้นไม่ดี ไข้ขึ้นสูงแสดงว่าภูมิดีมาก ให้ป้อนยาลดไข้ 0.7 ซีซี ขวดเดิมถ้าเปิดแล้วอยู่ได้ 3 เดือน

ไข้ขึ้นถึง 39 ทำเอาป่าปี๊หม่ามี๊เป็นห่วงแทบแย่เลย

ป้าหมอแนะนำ

ป้าหมอแนะนำเยอะมากเหมือนทุกๆ ครั้งตามนี้เลยค่ะ

พัฒนาการ

  • 2 เดือนนี้น้ำหนักจะขึ้นประมาณเดือนละ 4 ขีด 1 เดือนครึ่งขึ้น 6 ขีดน้อยไปนิด ป้าหมอบอกว่าไม่เป็นไร พอเริ่มกินข้าว น้ำหนักก็จะขึ้นเยอะ ตอนนี้น้ำหนักก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่อ้วนหรือผอมไป
  • คอแข็ง หัวเราะเสียงดัง กรี๊ดกร๊าด ชอบกระโดด เอามือใส่ปาก 
  • อย่าเผลอวางไว้บนที่สูง เพราะจะตกเตียงได้
  • ฝึกให้อยู่คนเดียวบ้าง
  • ถ้ากรี๊ดก็ต้องปล่อยให้ร้องบ้าง แต่หาของเล่นประเภทหยิบ จับ กำ อม ดูด ให้เค้าสนใจ
  • ฟันขึ้นแล้ว ต้องดูแลฟันดีๆ ให้ใช้แปรงสีฟันที่เหมือนของผู้ใหญ่ไซส์เล็กสุด ขนนุ่มๆ แปรงหัวยางไม่ต้องซื้อ และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ของเด็กพวกโคโดโมะ คอลเกต บีบเท่าเมล็ดถั่วเขียวแล้วขัดให้โดนเฉพาะเนื้อฟัน ตรงไหนไม่ใช่เนื้อฟันไม่ต้องไปโดน ตำแหน่งเดิมประมาณ 10 วิ 5 วิด้านหน้า อีก 5 วิด้านใน แล้วก็ใช้ผ้าเช็ดยาสีฟันออก ล้างแปรงให้สะอาดแล้วแปรงให้ทั่วๆ แปรงลิ้น แปรงเหงือก กระพุ้งแก้ม วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน หรือถ้าแปรงแล้วมีกินผลไม้ก็ต้องแปรงใหม่ แต่ถ้าแปรงเสร็จแล้วดูดนมแม่ ไม่เป็นไร


อาหาร

วิธีกิน
  • ให้กินผักก่อนผลไม้เพราะผลไม้มันหวาน เพราะเด็กบางคนรู้จักหวานแล้วจะไม่ยอมกินจืด เริ่มให้กินผลไม้ได้ในเดือนที่ 7
  • ให้กินผักได้ทุกอย่าง อย่างนึงลอง 4-5 วัน จะได้รู้ว่าแพ้ไหม เช่น ผื่น อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกเลือด ฯลฯ
  • เดือนที่ 7 ให้เริ่มกินเนื้อสัตว์
  • เดือนที่ 7 เพิ่มผลไม้อีก 1 มื้อ เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ สาลี่ แคนตาลูป แตงไทย แตงญี่ปุ่น ฯลฯ ยกเว้นผลไม้รสเปรี้ยว ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เช่น ส้ม มะนาว กีวี เบอร์รี่ สับปะรด เพราะว่าแพ้ง่าย ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ล้างให้สะอาดแล้วปั่น เวลาปั่นให้เติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่หวานจนเกินไป 
  • เดือนที่ 9 ให้เพิ่มเป็น 2 มื้อ เดือนที่ 12 เพิ่มเป็น 3 มื้อ
  • เนื้อสัตว์ที่กินได้มี ไก่ หมู ปลาน้ำจืด ไข่แดงต้มสุกแข็ง ตับ ส่วนไข่ขาวกับซีฟู้ดให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เพราะว่าแพ้ง่าย บางคนไปแอบเริ่มก่อนแล้วไม่แพ้ แต่กลายเป็นว่าไปแพ้ตอนโต ไม่ต้องรีบ

วิธีทำ
  • ถั่วเมล็ดแห้งชนิดต่างๆ กับเมล็ดพืชชนิดต่างๆ (Seed) ต้องเอามาบดก่อนต้มเพราะมันจะแข็ง สัดส่วนกินต่อวัน ถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ เมล็ดพืช 1 ช้อนชา
  • ความละเอียดของอาหารช่วง 6-7 เดือน ต้องเนียนเหมือนโยเกิร์ต 8-9 เดือน หยาบขึ้นมาหน่อย 10-11 เดือน ข้าวต้มเป็นเม็ดๆ 12 เดือน เป็นข้าวสวย แต่ต้องดูว่าลูกไปได้ไหม ถ้าไปไม่ได้ให้ถอยกลับมาอยู่ที่เดิมก่อน ไม่เกี่ยวกับฟัน บางคนไม่มีฟันไปได้ ถ้าป้อนแล้วบ้วนออกมา หรือไอแคกๆ แปลว่าไปไม่ได้ ให้กลับไปอยู่ที่เดิม แล้วเดือนหน้าค่อยเทสใหม่
  • ใส่เนื้อสัตว์ปั่นลงไปมื้อละ 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ รวมแล้วเป็นมื้อละ 6-9 ช้อนโต๊ะพูน
  • ถ้าอยู่บ้านให้ทำเอง ทำเป็นอาหารแช่แข็ง เก็บได้นาน 4 อาทิตย์ คุณค่าเท่าเดิม ต้มเสร็จปล่อยให้เย็น แล้วใส่แม่พิมพ์ แล้วช่องฟรีซ พอแข็งแกะออกมาใส่ถุงซิปล็อค พอจะใช้ให้เข้าไมโครเวฟ ให้ปั่นหยาบไว้ก่อนเพราะเวลาเวฟมันจะทำให้ละเอียดมากเกินไป

วิธีป้อน
  • 1 มื้ออิ่มคือ 5-8 ช้อนโต๊ะ โดยเริ่มวันแรก 1 ช้อนโต๊ะ แล้วเพิ่มวันละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วก็ตามด้วยนม ถ้าเป็นนมสต็อคก็ให้เตรียมน้อยลงไป 1 ออนซ์ เช่น ป้อน 2 ช้อนโต๊ะ นมก็ลดลงไป 2 ออนซ์ ถ้าเป็นนมเต้าก็ดูดเต้าต่อ นมก็จะเหลือนิดหน่อย ให้คุณแม่ปั๊มออกให้เกลี้ยงเต้า อย่าคานมที่เหลือไว้ในเต้า ไม่งั้นมันจะสร้างน้อยลง ถ้ากินหมดถ้วย ให้ห่างจากมื้อถัดไป 3-4 ชั่วโมง
  • เวลาป้อนข้าวให้ป้อนน้ำด้วย ให้เตรียมไว้ประมาณ 3 ออนซ์ ระหว่างกินข้าว กินเสร็จป้อนน้ำล้างปาก 1-2 ออนซ์ จะได้ล้างคราบเศษอาหารให้หมด เพราะถ้าล้างออกไม่หมดก็จะมีผื่นขึ้น
  • น้ำที่ป้อนต้องต้มสุกแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
แนะนำอื่นๆ
  • เวลาเอามาใช้จะใช้เครื่องอุ่นนม ไปโครเวฟ หรือหม้อหุงข้าวก็ได้ เวลาอุ่นจะมีไอน้ำ 
  • ห้ามป้อนไปด้วยดูทีวีไปด้วย เดินป้อน หรือเล่นของเล่นไปด้วย จะเสียนิสัย ต้องนั่งกินอยู่กับที่ 
  • แก้วน้ำ ถ้ามีฝาให้เอาฝาออกเพราะสกปรก ทำความสะอาดยาก ให้จิบผ่านขอบแก้วได้เลย หรือใช้หลอดเล็กๆ แบบหลอดยาคูลย์ ให้ดูดได้เลย เราแค่ช่วยจับหลอดให้เค้า
  • 9-10 เดือน ให้ฝึกกินเอง ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ จะใช้มือก็ได้ ใช้ช้อนก็ได้ ฝึกจับแก้วน้ำกินเอง ให้ฝึกดูดหลอด
  • เวลาเดินทางห้ามใช้ Cerelac เพราะว่ามีน้ำตาลและนมวัว แนะนำอาหารกระปุก ยี่ห้อ Heinz แต่ไม่แนะนำยี่ห้อ Peachy เพราะว่าหวานมาก ลูกจะไม่ยอมกลับมากินอาหารที่เราทำ อาหารผงไม่แนะนำเพราะว่ามันแปรรูปมาเยอะ มีน้ำตาลกับนมวัวด้วย

ถามป้าหมอ

คำถามที่เตรียมไว้เยอะแยะมากมาย ป้าหมอชิงบอกไปหมดแล้ว เลยเหลือแค่ 2 คำถาม ^^"

ถาม : 6 เดือนให้เริ่มกินควินัวได้หรือยังคะ
ตอบ : ดีค่ะ มีประโยชน์มาก มีโปรตีนสูง ให้หุงกับข้าวได้เลย และอย่าลืมอโวคาโดด้วย กินเดี่ยวๆ ได้เลย

ถาม : ถ้าต้องพาขึ้นเครื่องบินจะต้องทำยังไงบ้างคะ
ตอบ : ตอนเครื่องขึ้น-ลง เค้าจะปวดหู ให้เอาเข้าเต้า ให้เตรียมผ้าคลุมไป 

ตื่นเช้ามาไข้ลด ยิ้มแฉ่งเลยฮั๊บ ^^


วันนี้ค่าฉีดวัคซีนรวมยาลดไข้ 1 ขวด 4,675 บาท

นัดครั้งต่อไป 17 ธ.ค. 58 ตอนนั้นก็ 7 เดือนครึ่งครับ

อ่านเพิ่มเติม
พาลูกอายุ 1 เดือน ฉีดวัคซีนที่ BNH พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอสุธีรา
พาลูกอายุ 2 เดือน ฉีดวัคซีนที่ BNH พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอสุธีรา
พาลูกอายุ 4 เดือน ฉีดวัคซีนที่ BNH พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอสุธีรา

Comment

Ads