Wednesday, May 20, 2015

ประสบการณ์เปิดแผลผ่าคลอด วิธีการดูแลแผล และดูแลคุณแม่หลังผ่าคลอด





หลังจากผ่าคลอดน้องวชิก็มีสิ่งหนึ่งที่เชอรี่ยังกังวลอยู่ตลอด นั่นคือ "แผลผ่าคลอด" ว่าจะเป็นคีลอยด์ เป็นแผลเป็นไหม ใหญ่หรือเปล่า ตั้งแต่ผ่าเชอรี่ก็ไม่เคยเห็นแผลตัวเองเลย วันนี้จะได้รู้กัน ลุ้นๆ

วันนี้ 15 พ.ค. 58 เราไปถึงนวบุตร 16.00 น. ตามเวลานัด คิดถึงบรรยากาศตอนฝากท้อง ครั้งนี้เราอุ้มน้องวชิมาด้วย ความรู้สึกก็ต่างไปอีกแบบ


จะเปิดแผลแล้ว

หมอเยื้อน : ว่ายังไง ลูกแข็งแรงดีไหม
เชอรี่ : แข็งแรงมากค่ะ
หมอเยื้อน : หน้าท้องยุบไปเยอะแล้วนะครับ อีกไม่นานก็เป็นปกติ
เชอรี่ : ค่ะ
หมอเยื้อน : วันนี้หมอจะเปิดดูแผลให้นะ
เชอรี่ : ค่ะ ลุ้นๆๆ
[ค่อยๆแกะพลาสเตอร์กันน้ำที่ติดไว้อย่างเหนียวแน่น] แผลปกติดีนะครับ ไม่มีปัญหาอะไร นี่แผลเริ่มแห้งแล้ว ก็ทายา Dermatix-Ultra บางๆ ที่แผล เช้า-เย็น หลังอาบน้ำทันที แผลจะเริ่มจางไป


คำถามที่อยากรู้คำตอบ


เชอรี่ : อาบน้ำได้ตามปกติไหมคะ
หมอเยื้อน : อาบเช้า-เย็นได้ตามปกติเลย อาบเสร็จก็ซับแผลให้แห้งแล้วทายาบางๆ ที่แผล
เชอรี่ : สระผมได้ยังคะ คือแม่ยังไม่ให้สระค่ะ ตอนนี้พึ่ง Dry Shampoo อยู่ ^^"
หมอเยื้อน : สระได้แล้วครับ
เชอรี่ : อยู่ไฟได้ไหมคะ
หมอเยื้อน : ตอนนี้ยังทำไม่ได้ ต้องรอหลังจากผ่า 45 วันครับ
เอ็ม : กินอาหารได้ตามปกติไหมครับ อย่างไก่หรือไข่
หมอเยื้อน : กินได้ตามปกติ ไม่มีผลกับแผลนะครับ เพราะนี่มันก็แห้งแล้ว
เชอรี่ : เริ่มกินน้ำมันปลาได้ยังคะ
หมอเยื้อน : กลับมากินได้ปกติแล้วครับ ก็กินคู่กับแคลเซียมและ OBIMIN-AZ เหมือนตอนท้อง



นัดครั้งหน้า

หมอเยื้อน : ครั้งหน้าหมอจะนัดอีก 3 อาทิตย์ เพื่อตรวจภายในกับมะเร็งปากมดลูกนะครับ
เชอรี่ : ¥_¥
หมอเยื้อน : น้ำคาวปลาออกมาหมดยังครับ
เชอรี่ : หมดตั้งแต่ผ่าได้ 4-5 วันแล้วค่ะ วันแรกที่ผ่าออกมาเยอะมากๆ เลย
หมอเยื้อน : ดีครับ มีอะไรอยามถามอีกไหม
เชอรี่ : ไม่มีแล้วค่ะ ^^

นัดอีกครั้งศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 58 เพื่อตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก > <"



Monday, May 18, 2015

พาน้องวชิไปตรวจสุขภาพกับคุณหมอสุธีราครั้งแรก หลังจากกลับมานอนที่บ้าน


10 พ.ค. 58 เวลา 17.00 น.

หลังจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้พาน้องน้องวชิกลับไปอยู่บ้าน 2 วัน คุณหมอสุธีราได้นัดเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาล BNH ว่าเราเลี้ยงลูกได้ถูกต้องตามที่โรงพยาบาลสอนหรือเปล่า

วันนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะพาน้องวชิออกจากบ้าน บอกเลยว่าตื่นเต้นมาก เตรียมของเยอะแยะ กลัวอึ กลัวฉี่ กลัวร้องไห้แล้วเอาไม่อยู่

น้องวชินอนมาครับ เท่ห์สุดๆเลย


คุณหมอตรวจ
• น้ำหนักลดลงเหลือ 2,790 กรัม ทำให้คุณพ่อ คุณแม่สอบตก!!
• รอบโคนสะดือ ทำความสะอาดได้ดี
• ขาไม่โก่ง
• อาการตัวเหลืองไม่มี มีจุดเล็กๆ ที่หางตานิดหน่อย ไม่เป็นไร ให้พาน้องวชิไปตากแดดอ่อนๆ ช่วงเช้าๆ หรือให้โดนแดดผ่านกระจกในบ้าน จะช่วยได้
• มีตุ่มแพ้สบู่นิดหน่อย คุณหมอแนะนำให้หยุดใช้แล้วเปลี่ยนเป็นยี่ห้ออื่นแทน



คุณหมอห้าม !!

  • ห้ามกินผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด เพราะอาจทำให้ลูกแพ้ รวมถึงอาหารทะเลด้วย
  • ห้ามกินอาหารรสจัด ให้กินจืดๆไปก่อน เพราะมีผลกับน้ำนมที่ให้ลูก
  • ห้ามใช้หลอดป้อนนม ขวดนม จุกหลอก เพราะจะทำให้ลูกกินสบายจนไม่ยอมดูดจากเต้า

คุณหมอแนะนำ

  • แนะให้เปลี่ยนท่านอนให้นมช่วงกลางคืน เป็นท่านอนคว่ำจะช่วยให้ได้หลับทั้งคุณแม่คุณลูก (แล้วก็ช่วยจริงๆ คุณแม่ได้นอนแล้ว)
  • ให้ปลุกวชิกินนม กลางวันทุก 3 ชั่วโมง กลางคืนทุก 2 ชั่วโมง
  • ให้นอนหลับหลังให้นมลูกทันที แล้วอีก 1 ชั่วโมงก็ตื่นมาปั๊มนม 
  • นมที่ปั๊มไว้จากขวดที่ 1, 2 ให้เทรวมใส่ขวดที่ 3 แล้วปั๊มเพิ่ม ครบ 1 วันแล้วเก็บเข้าช่องแช่แข็ง
  • วชิอายุครบ 1 เดือนให้ฝึกกินนมจากขวด จุกนมที่ใช้ต้องเป็นขนาด S เท่านั้น
  • น้ำนมที่สต็อคไว้ให้เอาลงมาไว้ช่องธรรมดาก่อน ถ้าลูกกินแบบเย็นได้ให้กินแบบเย็นได้เลย ไม่มีผลทำให้ท้องอืดหรือท้องเสีย ถ้าไม่อุ่นจะคงสารอาหารไว้ได้ดีกว่า แต่ถ้าจะอุ่นให้แช่ในน้ำอุ่น สารอาหารจะหายไปน้อยกว่าอุ่นด้วยน้ำร้อน และห้ามอุ่นด้วยไมโครเวฟ
  • ถ้าวชิมีอาการสะอึกแปลว่ากระเพาะขยาย ปล่อยไว้ได้เพราะตอนอยู่ในท้องเค้าก็สะอึก หรือจะจับพาดบ่าก็ได้
  • ถ้าร้องไห้ให้อุ้มต้องอุ้มเลย อุ้มยิ่งเยอะยิ่งดี ช่วยให้ความอบอุ่นแถมยังช่วยพัฒนาการเค้าดีขึ้นด้วย


สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ได้

  • น้ำหนักขึ้น 
  • ให้วชิอึวันละ 2 ครั้ง ฉี่วันละ 6 ครั้ง แปลว่าให้นมได้เพียงพอ

นัดตรวจครั้งหน้า 13 พ.ค. 58 คืออีก 3 วันข้างหน้า ฮึบๆๆ ค่าใช้จ่ายวันนี้ 750 บาท นึกว่าจะแพงกว่านี้ซะอีก

เราได้อะไรจากการไปหาหมอครั้งนี้เยอะมาก คิดกันอยู่ว่า 3 วันที่ผ่านมาเหมือนถูกโยนลงทะเล หาทางว่ายน้ำขึ้นฝั่งเอง คุณหมอน่าจะสอนเราก่อนนี้เน๊อะ เราเกือบจมน้ำกันแล้ว 55


13 พ.ค. 58 เวลา 18.00 น.

วันนี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ตื่นเต้นกันมาก ว่าเราจะสอบผ่านหรือเปล่า แต่ก็แอบมั่นใจกันนิดๆ ว่าน้องวชิจะน้ำหนักขึ้น เพราะเมื้อวานนี้น้องวชิกินนมเยอะสุดๆ อึไป 6 ครั้ง เกินที่คุณหมอบอกอีก


และแล้ววินาทีสำคัญก็มาถึง พยาบาลให้ถอดเสื้อผ้าน้องวชิออกเพื่อชั่งน้ำหนัก น้องวชิหนัก 2.835 กรัม เย้ๆ เราสอบผ่านแล้ว

คุณหมอสุธีราแสดงความยินดีกับเรา 2 คน แล้วตรวจรูจมูก รูหู แล้วก็คุยเรื่องการให้นมนิดหน่อย ไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลย


เชอรี่กับเอ็มทั้งโล่งอกทั้งดีใจ วันนี้เหมือนคุณหมอเรียกเรามาสร้างกำลังใจ ตอนนี้เรา 2 คนมีกำลังใจดีมากที่จะเลี้ยงเจ้าชายตัวน้อยของเราให้เป็นเด็กน่ารัก แข็งแรงอย่างที่เราตั้งใจไว้ค่ะ




Friday, May 15, 2015

บันทึกช่วงเวลาคลอดน้องวชิที่ ร.พ. BNH ตอนที่ 2 ฝึกให้นมลูก, เรียนอาบน้ำ, กลับบ้าน



หลังจากผ่าคลอดน้องวชิไปเมื่อวาน เชอรี่ยังอยากจะบันทึกทุกเรื่องราวตลอดช่วงเวลาที่เชอรี่อยู่ที่โรงพยาบาล ถึงแม้มันจะเป็นแค่ช่วงเวลา 4 วัน แต่มันเป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์มากที่สุด

อ่านตอนเก่า : บันทึกช่วงเวลาคลอดน้องวชิที่ ร.พ. BNH ตอนที่ 1 วันผ่าคลอด, พักฟื้น

วันพุธที่ 6 พ.ค. 2558

1.00 น. พยาบาลมาวัดไข้ พาน้องวชิมาดูดนม และเปลี่ยนผ้าอนามัย น้ำคาวปลาเชอรี่ไหลเยอะมากจนเลอะชุด พยาบาลเห็นก็ไม่รีรอ เปลี่ยนชุดให้ใหม่โดยไม่ต้องร้องขอ



5.30 น. พยาบาลมาวัดไข้ พาน้องวชิมาดูดนม และเปลี่ยนผ้าอนามัย
2.00 น. พยาบาลมาเปลี่ยนน้ำเกลือ
6.45 น. กินยากระตุ้นน้ำนม 2 เม็ดก่อนอาหาร



7.45 น. แปรงฟัน กินอาหารเช้าตามหัวเตียงแปะว่าให้อาหารเหลว คุณหมอเยื้อนสั่งอาหารไว้ให้ คือ ซุปใส วุ้นสีแดง กับน้ำขิง อาหารเบามาก แทบเลียถ้วยเลย

นี่คืออาหารของคนที่ไม่ได้กินมาทั้งวันทั้งคืน

9.00 น. พยาบาลมาฉีดยาแก้อักเสบ Save 3 เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้
9.30 น. พยาบาลมาวัดไข้, วัดความดัน พาน้องวชิมาดูดนม และเปลี่ยนผ้าอนามัย



13.10 น. พยาบาลมาวัดไข้, วัดความดัน พาน้องวชิมาดูดนม และเปลี่ยนผ้าอนามัย
14.30 น. ฉีดยาแก้ปวดทางสายน้ำเกลือ มันปวดจี๊ดๆ รู้สึกได้ว่ามีอะไรวิ่งผ่านหลังมือ ถอดสายน้ำเกลือ และถอดสายท่อปัสสาวะ
15.00 น. คุณหมอที่คุณหมอเยื้อนฝากไว้มาสอบถามอาการ
16.30 น. ลุกขึ้นจากเตียงไปฉี่ครั้งแรก ต้องบันทึกปริมาณน้ำเข้าออกให้คุณหมอด้วย รอบนี้ 250 ซีซี น้ำคาวปลาเยอะ แดงแจ๋เลย เปลี่ยนชุดผ่าตัดออกเป็นชุดให้น้ำนม (หน้าตาเหมือนจะไปทำกิมจิ)



17.00 น. คุณหมอสุธีรา เป็นคุณหมอเด็กของน้องวชิที่คุณพ่อและคุณแม่เลือกตั้งแต่ก่อนคลอดเพราะอยากเป็นคุณแม่ให้น้ำนม เข้ามาตรวจเต้านมบอกว่ามันคัดๆ ใกล้จะมาแล้ว จะให้ยากระตุ้นน้ำนมต่อไป พร้อมทั้งพูดคุยเรื่องผังผืดใต้ลิ้นของน้องวชิ เด็กแรกเกิดเป็นกันเยอะ แนะนำให้ผ่าเลย เพราะถ้าไม่ผ่าจะมีผลทำให้น้องดูดนมไม่ถนัด โตมาอาจพูด ร. เรือ ล. ลิง ไม่ชัด คุณพ่อคุณแม่เลยตัดสินใจให้ผ่า มารู้ทีหลังว่าเด็กที่คลอดวันเดียวกัน 10 คนได้ผ่า 8 คน



17.15 น. คุณพยาบาลพาน้องวชิมาให้นม แรกๆ ก็ให้ความร่วมมือดีแต่คงตกใจเสียงน้าๆ จากออฟฟิศมาเยี่ยมจนห้องอบอุ่น อัดกันประมาณ 20 คน วชิร้องไห้ลั่นห้องเลยคับ โอ๋ยังไงก็เอาไม่อยู่



18.00 น. คุณหมอให้กินยากระตุ้นน้ำนม ก่อนตามด้วยมื้อเย็น ข้าวต้มปลากับน้ำขิง 1 แก้ว เบาหวิวเลยจ้า เบาไปสำหรับคุณแม่เชอรี่
20.00 น. ฉี่รอบที่ 2 วัดได้ 700 ซีซี ยังเจ็บขัดนิดหน่อย เพราะอั้นนาน (คือไม่รู้สึกว่าปวดฉี่อ่ะ) แดงแจ๋เหมือนเดิม พยาบาลบอกว่าพยายามอย่าอั้น แล้วให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ



21.30 น. น้าปิงปอง พยายาลคนสวยพาน้องวชิมาให้นม ครั้งนี้น้องวชิพยายามลืมตาน้อยๆ กว่าทุกครั้ง เสียงดูดจุ๊บๆ ชวนให้หม่ามี๊หลงรักเลย
หลังจากดูดนมเสร็จเลยลองปั๊มนมครั้งแรก จากเครื่อง Medela ที่เอามาจากบ้าน น้องปิงปองให้ปั๊ม 10 นาที พอครบ 10 นาทีแทบกรี๊ดลั่นห้อง น้ำนมมาแล้วจ้า ^^



22.30 น. ฉี่ครั้งที่ 3 วัดได้ 500 ซีซี เริ่มใสขึ้นนิดหน่อยเพราะดื่มน้ำเยอะ



23.00 น. หิวจ๊ะ หน้ามืดวิงเวียน พยาบาลบอกว่ากินขนมอ่อนได้ แบบบะหมี่เกี๊ยว เลยถามว่า "บะหมี่เกี๊ยว หมูแดงเหรอคะ สามีอยู่ข้างนอกพอดี (เอาของเยี่ยมไปเก็บที่คอนโด)" พยาบาลตอบแค่ว่าอาหารอ่อนค่ะ อ่อ ... ในตู้เย็นมีข้าวเหนียวมะม่วงได้ไหมคะ พยาบาล -"-

สรุปกินขนมกล้วย 3 ชิ้น มะม่วงสุก 1 ลูก ตบท้ายด้วยน้ำขิงอุ่นๆ สบายท้องแล้ว

วันพฤหัสฯ ที่ 7 พ.ค. 2558

1.00 น. พยาบาลมาวัดความดัน
1.30 น. พาน้องวชิมาให้นม
5.00 น. พยาบาลมาวัดความดัน
5.30 น. พาน้องวชิมาให้นม ครั้งนี้น้องวชิทำปากจุ๊บๆ มารอเลย คุณแม่กลัวมากเพราะเริ่มระบมแล้ว พอพยาบาลอุ้มมาใกล้นมปั๊บ น้องวชิ "หง่ำ" แบบพยาบาลไม่ต้องเล็งองศาให้เลย สงสัยรอเวลานี้อยู่ ครั้งนี้กินจากขวาก่อน สงสัยอิ่ม พอมาถึงข้างซ้าย หง่ำเองเหมือนเดิม กินอยู่ 5 นาที นิ่งเลย



8.00 น. ตื่นมากินยาก่อนอาหาร ฆ่าเชื้อ 2 เม็ด กระตุ้นน้ำนม 2 เม็ด แล้วรีบล้างหน้า แปรงฟัน เขียนคิ้วสวยงาม

 


8.30 น. กินข้าวเช้า เมนูวันนี้ ข้าวต้มหมูกับโยเกิร์ตสด อร่อยค่ะ กินเกลี้ยงเลย ตามด้วยยาแก้ปวด 1 เม็ดหลังอาหาร



9.20 น. เจอหมอสุธีรา บอกว่าน้องวชิแข็งแรง ปกติดี ไม่มีอาการตัวเหลือง พรุ่งนี้น่าจะกลับบ้านตามกำหนดได้ น้ำหนักลงจากตอนคลอด 230 กรัม ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กแรกเกิดแต่ไม่ควรเกิน 300 กรัม

คุณหมอสุธีราบอกว่า "ถ้ากลับบ้านลูกจะขอกินนมโดยการร้องไห้ อาจจะทุก 1 ชั่วโมงก็ให้กินไป"



9.30 น. เรียนอาบน้ำให้น้องวชิครั้งแรก ได้แต่ยืนดู พยาบาลอธิบายตั้งแต่อุณหภูมิของน้ำ อุปกรณ์ วิธีอาบน้ำแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด คุณแม่นี่ตั้งใจอย่างมากเลยครัช กลัวกลับบ้านแล้วลูกร้องไห้จนบ้านระเบิด 55
10.00 น. น้องวชิผ่าตัดเอาผังผืดใต้ลิ้นออก คุณหมอสุธีราบอกว่าแผลผ่าเหมือนแผลร้อนในในปาก จะหายหลังผ่า 1 ชั่วโมง



13.30 น. พยาบาลมาวัดไข้, วัดความดัน พยาบาลพาน้องวชิมาให้นม วันนี้มาแบบหลับเลยคงเพราะเพลียจากการร้องไห้มา
17.00 น. พยาบาลมาวัดไข้, วัดความดัน พาน้องวชิมาดูดนม





18.00 น. กินยาก่อนอาหาร เร่งน้ำนม 2 เม็ดกับแก้อักเสบ 2 เม็ด พร้อมกินข้าวเย็น มื้อนี้เป็นแกงส้ม ไก่ผัดขิง ข้าวต้มถ้วยใหญ่ อิ่มอร่อยสบายพุงเลย
21.00 น. น้องวชิมากินนมพร้อมกับพยาบาลคนที่เรารอคอย (น้องปิงปอง) ครั้งนี้น้องวชิดูดแบบฮาร์ดคอเลย ข้างละครึ่งชั่วโมงไม่หยุด เสร็จแล้วน้องปิงปองช่วยปั๊มนมจนสามารถเก็บใส่ขวดให้น้องวชิได้แล้ว คุณแม่ระบมสุดๆ แต่เพื่อลูกคุณแม่สู้ตาย กว่าจะเสร็จ 4 ทุ่มครึ่ง หมดพลัง เตรียมตัวรับน้องวชิมาอีกทีตี 1

วันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 2558


1.00 น. พยาบาลพาน้องวชิมากินนม แต่ให้ได้แป๊บเดียวน้องก็ร้องไห้หนักมาก ตดรัว อึแน่นอนเลยเรียกพยายบาลมาช่วยดู สุดท้ายต้องพาไปเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูป เชอรี่ตามไปให้น้องวชิกินนมใน Nursery ที่อยู่ถัดไปจากห้องอาบน้ำ เข้าไปถึงขั้นตกใจเพราะมีคุณแม่อีกประมาณ 6 คนนั่งปั๊มนม บางคนก็ให้นมลูกอยู่ โดยมีเพลงบรรเลงเปิดเบาๆ ให้ผ่อนคลาย แถมยังมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด (รู้อย่างนี้มาแต่แรกแล้ว)

คุณแม่ให้นมน้องวชิไม่ถนัดเท่าไหร่ ลองฝึกให้เอง ปลุกปล้ำกันอยู่นาน สุดท้ายพยาบาลมาช่วยอยู่ดี ^^"

น้องวชิอิ่มแล้วพยาบาลเลยมาช่วยนวดหน้าอก บีบ เค้นเจ็บแบบเท้าจิกพื้น (เกือบตาย) แต่คือเค้าช่วยให้น้ำนมเราไหลออก ถ้าทำเองไม่เป็นแน่ๆ จากนั้นก็เอาถุงผ้ามาประคบร้อนให้ น้ำนมไหลติ๊งๆ น้ำตาคุณแม่แทบไหลตาม

ปั๊มนมให้น้องวชิครั้งแรก ณ เวลาตี 4 กว่าๆ

5.00 น. พยาบาลปลุกเชอรี่ไปให้นมที่ห้องเดิม ง่วงมากแทบไม่มีแรง แต่คุณแม่คิดถึงคุณลูก และอยากปั๊มนมต่อด้วย กลับบ้านจะได้ไม่มีปัญหา 

ห้องปั๊มนม ณ เวลา 7 โมง

7.30 น. ยาและอาหารเช้ามาส่งที่ห้อง อย่าเรียกว่าได้นอนค่ะ ซากศพหัวฟูแต่ต้องฝืนลุกเพราะวันนี้ต้องออกไม่เกินเที่ยง งั้นจะโดนเก็บเงินเพิ่ม (น่ากลัวที่สุด)

8.20 น. พ.ญ. ธาริณีมาตรวจแผล และเปลี่ยนพลาสเตอร์กันน้ำให้ที่ห้องบอกว่าวันนี้กลับบ้านได้
9.20 น. อาบน้ำให้น้องวชิครั้งแรก ตื่นเต้นมาก ทำผิดๆ ถูกๆ ร้องไห้จนแม่ตกใจ แต่ที่ทำได้ดีสุดเห็นจะเป็นทำความสะอาด เพราะพอน้องอ้าปากมันถูง่ายขึ้นเยอะเลย



9.40 น. ให้นมน้องวชิที่ห้องให้นม แล้วปั๊มนมต่อจนถึง 11 โมง



11.00 น. รีบกินยากลับห้องเก็บของเพราะ



11.30 น. หมอเยื้อนเข้ามาสอบถามอาการ เห็นว่าเชอรี่กินข้าวได้เยอะ



11.40 น. พยาบาลมาอธิบายการดูแลน้องวชิช่วงกลับไปอยู่บ้าน พร้อมให้เอกสารคู่มือน้องวชิ และกิ๊ฟเซ็ต



12.00 น. มีพนักงานมารับรูดบัตรค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยหักจากค่ามัดจำไปก่อนหน้านี้

ตลอดเวลา 4 วัน 4 คืนที่เชอรี่ เอ็ม น้องวชิใช้ชีวิตอยู่ที่ ร.พ. BNH 105,187 บาท ถามว่าคุ้มค่าไหม ตอบได้เลยทันทีว่าคุ้มค่ามาก


ไม่ได้เขียนว่ามีใครมาส่งกำลังใจให้ครอบครัวน้อยๆ ของเราบ้างเพราะเยอะมากจริงๆ เราซาบซึ้งในน้ำใจที่คิดถึงกันนะคะ

มีน้องวชิเข้ามาทำให้คำว่าครอบครัวของเชอรี่กับเอ็มสมบูรณ์ขึ้น ต่อจากนี้ไปจะมีคำว่า "เรา 3 คน" ตลอดไป



Tuesday, May 12, 2015

บันทึกช่วงเวลาคลอดน้องวชิที่ ร.พ. BNH ตอนที่ 1 วันผ่าคลอด, พักฟื้น




บล็อกนี้เป็นบันทึกช่วงเวลาหนึ่งที่สำคัญกับชีวิตเชอรี่มากช่วงหนึ่ง เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่จากชีวิตคู่สู่คำว่าครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างที่รู้ว่าเชอรี่ตั้งท้องครบ 9 เดือน และวันนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องคลอด "น้องวชิ" ลูกชายสุดที่รักของเชอรี่กับเอ็ม เลยขอบันทึกช่วงเวลาดีๆ ตลอด 4 วัน 4 คืนที่โรงพยาบาล BNH ไว้ค่ะ

วันจันทร์ที่ 4 พ.ค. 2558


22.10 น. มาถึง BNH ที่แผนกศัลยกรรม พยาบาลวัดความดันปกติ
22.20 น. พยาบาลมาคุยเรื่องรายละเอียดค่าใช้จ่าย
22.40 น. บุรุษพยาบาลเข็นขึ้นมาชั่งน้ำหนัก วันนี้หนัก 66.30 กก. อยากให้หมอเยื้อนเห็นน้ำหนักตอนนี้จัง (คือเพิ่งกิน MK มา)


23.45 น. พยาบาลพาเดินดูห้อง วันนี้คนคลอดเยอะ เหลือห้อง 2501 กับ 2520 ที่เค้าเลือกไว้ให้เราก่อนหน้านี้ สรุปก็เอา 2520 เพราะไกลแต่เงียบสงบกว่า
23.50 น. เปลี่ยนเป็นชุดพร้อมผ่าตัดวันพรุ่งนี้



23:55 น. พยาบาลมาวัดหัวใจลูก เต้น 140 ครั้ง/นาที ทำความสะอาดช่วงหน้าท้อง (โกนขนตรงน้องเพราะพรุ่งนี้จะต้องผ่า Bikini Line) หลังจากเที่ยงคืนต้องงดน้ำ อาหาร พยาบาลจะมาปลุกก่อน 6 โมง


วันอังคารที่ 5 พ.ค. 2558


00.30 น. เชอรี่โพสบล็อก "ความรู้สึกของคนที่กำลังจะเป็นแม่" ส่วนเอ็มโพสบล็อก "
ความรู้สึกของคนที่กำลังจะเป็นพ่อ" เขียนกันสดๆ ณ ตอนนั้น จากนั้นเรา 2 คนก็ปิดโทรศัพท์เพื่อตัดกังวลเรื่องอื่นๆไป และก็นอนไม่หลับเพราะนี่คือการมานอนโรงพยาบาลครั้งแรกของเรา ในหัวเชอรี่คิดไปถึงวันพรุ่งนี้จนร้องไห้ทั้งคืน โชคดีที่มีเอ็มคอยปลอบและอยู่ข้างๆ ตลอด

เรานอนเบียดกันบนโซฟาแคบๆนี้เพราะเชอรี่ไม่กล้านอนคนเดียว

6.00 น. พยาบาลมาปลุกเพื่อสวนก้นให้อึ นี่เป็นการสวนครั้งแรก พยาบาลบอกว่าให้อั้นจนทนไม่ไหวแล้วค่อยไปเข้าห้องน้ำ แต่สวนปุ๊บไม่เกิน 1 นาที ก็ทนไม่ได้แล้วค่าาา
7.00 น. วัดความดัน และเจาะน้ำเกลือ หลังจากนั้นมีพยาบาลมาซักประวัติ ผ่าตัด แพ้ยา ใส่คอนแทกเลนส์ ฯลฯ เชอรี่ปกติทุกอย่าง


7.30 น. พยาบาลเอาเทปมาพันแหวนให้ทีละชั้น ดีใจมาก ไม่ต้องตัดแหวนแล้ว



ตั้งแต่เมื่อคืนเชอรี่แจ้งพยาบาลไปประมาณ 10 คนได้ แจ้งทุกคนไม่ว่าจะเกี่ยวไม่เกี่ยว ว่าถอดแหวนขอแต่งงานไม่ออก ซึ่งเชอรี่แจ้งกับแผนกสูติฯ ตอนบ่าย กับศัลยกรรมตอน Admit เค้าแจ้งว่าจะตัดแหวน!! แทบบ้าเลย โทรไปร้านทำแหวนเรื่องต่อคืนเรียบร้อยแล้วด้วย 55



8.40 น. ไปห้องผ่าตัดที่ชั้น 3 เอ็มแยกไปอีกห้องเพื่อแต่งตัว ส่วนเชอรี่เข้าไปทางห้องผ่าตัด พยาบาลซักประวัติและให้เซ็นเอกสารยินยอมการบล็อคหลัง



8.50 น. บล็อคหลัง ท่อนล่างเริ่มชา ขยับไม่ได้ ไม่รู้สึกอะไรเลย เอาฉากสีฟ้าๆ มากั้นเพื่อไม่ให้เชอรี่เห็นระหว่างผ่าตัด หลังจากบล็อคหลังแป๊บนึง คุณหมอถามว่าชายัง เลยบอกว่าเริ่มชา หมอไม่คงชาเฉยๆ แล้วล่ะเพราะใส่ท่อปัสสาวะไปแล้ว ^^"

เอ็มก็ยังไม่มา บรรยากาศก็น่ากลัว เชอรี่ที่ขยับท่อนล่างไม่ได้ ได้แต่บอกหมอและผู้ช่วยทุกคนว่ากลัวมากๆ เลยค่ะ กลัวเค้าจะผ่า วินาทีนั้นก็อยากเปลี่ยนใจไม่ผ่า อยากต่อเวลาขอทำใจก่อน ได้ยินหมอขอเครื่องมืออะไรสักอย่าง ก็โวยวาย สรุปคือเค้าจะสคลับเพื่อทำความสำอาดหน้าท้องส่วนที่จะผ่า -"-


9.00 น. ผ่าคลอด เอ็มตามเข้ามาในห้องและอยู่ข้างๆ ตรงหัวเชอรี่ตลอด เอ็มรู้ว่าเชอรี่กลัวมากๆ พยายามชวนคุยตลอด ตอนนั้นในหัวคิดว่าไม่ไหวแล้ว กลัวมีดลงแล้วจะเจ็บ เลือดจะไหลออกไม่หยุด ขาก็ขยับไม่ได้ แขน 2 ข้างก็ถูกกางแล้วมัดไว้ อึดอัดมากที่สุดในชีวิต รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกฆ่าแล้วทำอะไรไม่ได้ กลัวจนสั่น ตาแดง น้ำตาก็จะไหล เลยบอกเอ็มว่า "มีคนเดียวพอแล้วนะคะ" แล้วก็ได้ยินเสียงทารกร้อง 

คือเอ็มบอกทีหลังว่าตอนเข้ามาถึงหมอผ่าเรียบร้อยแล้ว เอ็มเป็นห่วงกลัวเชอรี่จะเป็นอะไร เห็นเชอรี่กลัวมากๆ ได้แต่พูดปลอบแบบเสียงสั่นๆ

9.09 น. น้องวชิลืมตาดูโลก โชว์พลังเสียงอันยิ่งใหญ่ เสียงทั้งคุณหมอและพยาบาลในห้องพูดเสียงเดียวกันว่า "โห ตัวใหญ่มากเลย" (อาจจะมองว่าคุณแม่ตัวเล็ก) จากนั้นคุณหมอสุธีรารับตัวน้องวชิไปทำความสะอาด แล้วบอกว่า "ทารกสมบูรณ์ แข็งแรงนะคะ"



จากนั้นผู้ช่วยคุณหมอมาขอกล้องจากเอ็ม เพื่อถ่ายภาพครอบครัวครั้งแรกของเรา แต่เชอรี่มึนยา ตาพล่ามาก มองน้องวชิไม่ชัดเลย

คุณหมออุ้มน้องวชิใส่ตู้อบแล้วเข็นออกไป แล้วก็มึเสียงบอกว่า "คุณพ่อตามน้องออกไปเลยค่ะ" เอ็มออกจากห้องไปทั้งๆ ที่ยังห่วงเชอรี่มาก แล้วคุณหมอก็เอาหน้ากากออกซิเจนมาสวมให้ จากนั้นเชอรี่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย



11.00 น. พยาบาลอธิบายอาการหลังยามอร์ฟีนหมดฤทธิ์ ว่าอาจจะรู้สึกคันตามตัว และเจ็บแผลผ่า เจ็บหน่วงตรงช่องคลอด ถ้าทนไม่ไหวให้ขอยาแก้ปวดเพิ่มได้ จากนั้นก็วัดความดัน นวดตรงบริเวณผ่าเผื่อช่วยให้มดลูกเข้าที่ได้เร็วขึ้นแต่เชอรี่ไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะอาการชาจากบล็อคหลัง พร้อมกับใส่ผ้าอนามัยให้ เป็นผ้าอนามัยแบบห่วง พร้อมแผ่นปูรองกันเปื้อน



11.20 น. พยาบาลและบุรุษพยาบาลมาเชอรี่ที่ยังขยับท่อนล่างไม่ได้มาส่งที่ห้อง
13.00 น. พยาบาลมาวัดไข้, วัดความดัน พาน้องวชิมากินนม และเปลี่ยนผ้าอนามัย โดยมาเป็นสเต็ปอย่างนี้ทุกครั้งจนวันออก



เป็นการเจอกันกับน้องวชิชัดๆ ครั้งแรกเพราะตอนอยู่ห้องผ่าตัดเชอรี่ตาพล่าแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้ว ตื่นเต้น เห็นเด็กจมูกโตๆ หน้าตาน่ารัก อยากกอด อยากหอมจังเลย ยิ่งพยาบาลมาส่งตรงอก ให้นมครั้งแรกนี่น้ำตาแทบไหล


14.00 น. มีเสียงปิ๊บๆ เตือน ตกใจมาก เอ็มรีบมาดูปรากฏว่าน้ำเกลือหมด รีบกดให้พยาบาลมาเปลี่ยนขวดที่ 2 (จะต้องให้ครบ 4 ขวดถึงจะถอดสายได้)



15.00 น. คุณหมอเยื้อนมาที่ห้องตรวจดูอาการบอกว่าปกติไม่มีปัญหาอะไร คุณหมอจะไม่อยู่ 3 วันแต่จะฝากเรื่องไว้ให้คุณหมอท่านอื่นช่วยตาม

17.20 น. พยาบาลมาวัดไข้, วัดความดัน พาน้องวชิมาดูดนม และเปลี่ยนผ้าอนามัย


21.10 น. พยาบาลมาวัดไข้ พาน้องวชิมาดูดนม และเปลี่ยนผ้าอนามัย

เป็นช่วงเวลาที่แสนเหนื่อย แสนกลัวมากที่สุดในชีวิต แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่เชอรี่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตเช่นกันค่ะ



Comment

Ads