Saturday, July 26, 2014

เที่ยวเกาหลีวันที่ 1 : จากดอนเมืองสู่อินชอน นั่ง Airport Limousine ดูโชว์ Cookin' NANTA ฟินออนเซ็น




อย่างที่เขียนบล็อกตอนที่แล้วว่าเชอรี่จองเที่ยวบินกับโรงแรม ibis 4 คืนจาก AirAsia Go ได้ในราคา 25,193 บาทหรือตกคนละ 12,578 บาท

รีวิว : Air Asia X กรุงเทพฯ-โซล พร้อมที่พักย่านเมียงดง 4 คืนแค่คนละ 12,500 บาท!!

และแล้วก็ถึงวันนี้ที่รอคอยค่ะ


สนามบินนานาชาติดอนเมือง 
เช็คอินที่เคาน์เตอร์ AirAsia X ไม่ได้เช็คอินรวมกับ AirAsia ต้องสังเกตป้ายดีๆ

น้ำหนักกระเป๋าก่อนเดินทาง 14.4 กก. แต่ AirAsia X ขายน้ำหนักต่ำสุด 20 กก. เหลือเยอะเลย เสียดายจัง

สำหรับใครที่ไม่ได้ปริ้นเที่ยวบินไป สามารถใช้พาสปอร์ตเช็คอินและขอใบเสร็จไปด้วยก็ดีค่ะ เผื่อตอนกลับมาปัญหา ทางต่างประเทศจะได้ดูรายละเอียดจากใบนี้ได้

ตอนนี้วันพุธตี 5 ครึ่งค่ะ คนต่อคิว ตม. แถวยาวเหยียดเลย แต่เราเผื่อเวลาไว้เยอะอยู่แล้วค่ะ ไม่กลัว เตรียม Boarding pass, บัตรขาออก และพาสปอร์ต แล้วลุยโลด

รองท้องก่อนออกเดินทางด้วยกาแฟแก้วโปรดของเอ็มขโจชิ

ใครซื้อของจาก King Power อื่นๆ ไว้ล่วงหน้า มารับได้ที่จุดนี้จ้า สังเกตไม่ยาก

AirAsia X ที่เราจะขึ้นเครื่องอยู่ Gate 15 อันไกลโพ้น อย่าช้อปปิ้ง Duty Free จนลืมเวลานะจ๊ะ

มีป้ายบอกทางตลอด ไม่ต้องกลัวหลง แค่อย่าช้อปเพลิน ^^"

 เที่ยวบิน 8.00 น. Boarding Time 7.25 น. ควรจะไปถึงก่อนเวลานะคะ เพราะเครื่องบินออกตรงเวลา ถ้ามาช้าจะตกเครื่องง่ายๆ เลย

แล้วเจอกันที่เกาหลีนะคะ <3

สนามบินนานาชาติอินชอน 
หลังจากบินยาวนานกว่า 5.30 ชม. เราก็ถึงสนามบินนานาชาติอินชอนเวลา 15.25 น.

สุดแสนจะดีใจค่ะ ลงจากเครื่องปุ๊บก็มี Wi-fi ฟรีให้ใช้ด้วย อยากให้บ้านเรามีอย่างนี้จัง

มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอด ไม่ต้องกลัวหลงทางเลย

เราต้องขึ้นรถไฟไปอีก Terminal ค่ะ

เราต้องยื่น Arrival Card พร้อมพาสปอร์ตกับ ตม. เอกสารนี้แอร์จะแจกตอนอยู่เครื่อง ควรกรอกให้ครบ

หลังจากตรวจ ตม. เรียบร้อยก็มารับกระเป๋าเตรียมลุยเกาหลีแล้วจ้า


ต้องกรอกใบ Customs Declaration เพื่อแสดงว่าเราได้นำของต้องสำแดงเข้าประเทศเขาหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ NO หมดเลยจ้า เอกสารนี้ยื่นหลังจากรับกระเป๋าโหลดเรียบร้อยแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ขอรับเอกสารเป็นด่านสุดท้ายก่อนเข้าประเทศ

นอกจากจะมี wifi ให้ใช้ฟรีแล้วยังมีปลั๊กไฟให้ใช้ฟรีหลายจุดเลย

แวะขอแผนที่โซลได้จากบูธ Information เห็นวางไว้เต็มเลยแต่หาภาษาอังกฤษไม่เจอ คือต้องขอจากเจ้าหน้าที่จ้า

มนุษย์ Social อย่างเชอรี่กับเอ็ม ถ้าไม่มีเน็ตใช้ตลอดเวลาต้องแย่แน่ๆ เลยตกลงเช่า olleh WiBro EGG เครื่อง Mobile Wifi ในราคาวันละ 8,000 วอน (~260 บาท) และต้องมัดจำไว้ก่อนตอนที่เช่า 200,000 วอน (~6,600 บาท) แต่ก็ถือว่าใช้ได้เลยค่ะ ราคานี้แชร์ได้ตั้งหลายเครื่อง

5 วันต่อจากนี้ เราจะแบกเจ้านี่ไปตลอด เพื่อเล่นเน็ตแบบไม่อั้น


นั่ง Airport Limousine ไปโรงแรม 
ซื้อตั๋ว Airport Limousine ที่เคาน์เตอร์ มีรถ 2 แบบคือ Deluxe และ Standard ราคาต่างกันประมาณ 5,000 วอน แต่เชอรี่ว่านั่ง Standard ก็โอเคแล้วค่ะ สบายสุดๆ

ดูราคาแบบ Standard แล้ว ไปเมียงดงคนละ 10,000 วอน

ได้ตั๋วสำหรับขึ้นรถแล้วค่ะ

ใกล้เคาน์เตอร์ขายตั๋ว ใกล้ทางออกประตูที่มีป้าย Bus เดินไปขึ้นรถสาย 6015 ที่ป้ายรถเมล์เบอร์ 05B


มีเจ้าหน้าที่ช่วยยกกระเป๋าใส่ใต้ท้องรถค่ะ เราแค่เดินตัวปลิวขึ้นรถ เลือกที่นั่งได้ตามสะดวก ภายในรถกว้างขวางมาก ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง

ประมาณ 40 นาทีก็ถึงหน้าโรงแรมแล้วค่ะ มีประกาศว่าสถานีอะไรเป็นภาษาเกาหลี แน่นอนค่ะว่าเราฟังไม่ออก ต้องพึ่ง Google map ตลอดทาง ^^"


เช็คอิน ibis เมียงดง 
ก่อนเดินทางเชอรี่ได้สำรวจเส้นทางผ่าน Google Street แล้วหลายรอบ ชอบในทำเลมากค่ะ ย่านเมียงดงเหมาะกับเรามาก ทั้งร้านอาหาร ที่ช้อปปิ้ง สไตล์เราเลย

จากแผนที่พอจะเห็นว่าร้านค้าแน่น!!


ห้องพักดีตามมาตรฐาน ibis สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมมีออนเซ็นด้วย ถูกใจสุดๆ เลยค่ะ
อ่านรีวิวได้ที่นี่ค่ะ
รีวิว : โรงแรม ibis Seoul Myeongdong กลางแหล่งช้อปปิ้ง ติด MRT ฟิตเนสดี ออนเซ็นเด็ด

แต่พอถึงห้องพักถึงกับอึ้งในวิว มันช่างเพลินอะไรเช่นนี้


มื้อแรกที่โซล 
ในเวลาเร่งรีบและคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรอย่างนี้ จะเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกว่า McDonald แฮมเบอเกอร์ขนมปังเหนียวนุ่มกว่าบ้านเราค่ะ อร่อยดี ส่วนอย่างอื่นก็เหมือนๆ กัน แต่เค้าจะไม่มีซอสให้เราบีบอย่างสะใจ อยากกินต้องขอเพิ่ม

ส่วนราคาก็แพงกว่าบ้านเราหน่อยค่ะ แต่ก็เป็นเรื่องปกติของการไปเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้ว
(ราคา : 1 เซ็ต แฮมเบอร์เกอร์, เฟรนฟราย, น้ำอัดลม 5,400 วอน
แฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น 2,000 วอน, น้ำเปล่าขวดละ 1,000 วอน)

ดูโชว์ Cookin' NANTA 
ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นว่า Cookin' NANTA อยู่ใกล้ ibis มาก เราเลยเลือกที่จะดูวันแรกเพราะกว่าจะถึงโรงแรมก็เย็นแล้ว จะได้ไม่ต้องเดินทางไปที่อื่น เอ็มจองตั๋วผ่านเว็บล่วงหน้าได้ลดราคา 20% ด้วย (ถ้าจองวันเสาร์ได้ลด 50% แต่เหลือที่นั่งไม่ค่อยดี) เหลือคนละพันนิดๆ แนะนำให้จองก่อนค่ะ เผื่อไปจองหน้างานแล้วเต็มจะไม่ได้ผิดหวัง

โชว์มีวันละ 3 รอบ 14.00, 17.00 และ 20.00 น.

นักแสดงมีหลายทีม วันนี้เป็นทีมสีขาวค่ะ

Cookin' NANTA โชว์ชื่อดังที่หนังกวนมึนโฮก็มาดู แต่ใครจะไปเที่ยวเกาหลีแนะนำเลยค่ะ ฟังไม่ออก แต่ดูรู้เรื่อง สนุกด้วย

หลังดูโชว์จบ สนุกจนปลื้มมากเลยซื้อถุงมือกันความร้อนมาขอลายเซ็น (แต่ใส่มือไว้นะจ๊ะ หุหุ) นักแสดงตกใจ ว่าเล่นงี้เลยเหรอ เลยจับมือ เอ็มบอกว่า Heyๆ my wife 55

เดินสำรวจเมียงดง 
ช่วงนี้มีเทศกาล Seoul Summer Sale 2014 น่าเสียดายที่ฝนตกแต่คนก็เยอะมากๆ กางร่มช้อปปิ้งกันอย่างไม่เกรงกลัวสายฝนเลย

ชอบนวัตกรรมที่เกาหลีมาก เครื่องใส่ถุงพาสติกให้ร่ม เก๋อ่ะ

ออนเซ็น 
เดินทางมาเหนื่อยทั้งวันและถูกฝนด้วย เรา 2 คนเลยตัดสินใจไปแช่ออนเซ็นก่อนนอน ช่วยให้เราสบายตัวขึ้นเยอะ คืนแรกที่เกาหลีหลับฝันดี

วันแรกของครั้งแรกที่เกาหลีสนุกมากค่ะ ได้เปิดโลกกว้าง ถ่ายรูปเยอะสุดๆ รูปทั้งหมดถ่ายด้วยกล้อง Samsung NX3000 นะคะ เชอรี่ถ่ายเองกะมือเพียบเลย ใช้ง่ายมั่กๆ

อ่านเพิ่ม: รีวิวกล้อง Samsung NX3000 ภาพสวย แชร์ง่าย เที่ยวเกาหลี ตัวเดียวอยู่


Good Night นะคะทุกคน ^^


Thursday, July 24, 2014

เปลี่ยน!! เพื่อชีวิต เพื่อสังคมที่ดี เริ่มที่ตัวเรา



เราเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสังคม ใช้ชีวิตในสังคม เราเลือกได้ว่าจะทำให้สังคมดีขึ้นหรือจะปล่อยให้เป็นอย่างเดิมแล้วเฝ้ารอให้มันแย่ลง วันนี้เชอรี่เลยอยากจะเขียนบล็อกหนึ่งเพื่อสังคม

Invisible Thailand เป็นโครงการที่เชิญชวนคนธรรมดาอย่างเรา ซึ่งมองเห็นปัญหามายมาย โดยใช้ Social media  เริ่มโดยคุณบอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ ร่วมกับ www.makethedifference.org ที่เชอรี่เคยเขียนเรื่อง ผู้หญิงต้องการอะไรจากความรัก โครงการดีๆ อย่างนี้เชอรี่ขอร่วมด้วย ช่วยกันแชร์ค่ะ

เริ่มที่ตัวเรา

สังคมที่ดีเริ่มต้นได้จากเรา ไม่จำเป็นต้องรอใครเริ่มก่อน เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เริ่มเลย

  • ช่วยสังคม ในช่วงเดือนตุลาคม 2555 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัด แม้อีกเดือนกว่าเชอรี่กำลังจะเป็นเจ้าสาวแต่หลายพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือ เชอรี่กับเอ็มเลยตัดสินใจไปเป็นอาสาสมัครช่วยทำกระสอบทรายที่ รพ. ศิริราช แม้จะเหนื่อยมากแต่ได้เห็นทุกคนร่วมใจกันเพื่อช่วยสังคมของเราก็หายเหนื่อยแล้วเปลี่ยนเป็นแรงให้สู้เต็มที่เลย

  • ขึ้นบันไดชิดขวา เชอรี่เป็นคนหนึ่งที่เห็นความสำคัญของการขึ้นบันไดชิดขวามากเพราะในช่วงเร่งด่วนจะได้มีฝั่งซ้ายไว้สำหรับเดินเร็วค่ะ

  • ขึ้น BTS ไม่ยืนพิงเสา การยืนพิงเสาช่วยให้การทรงตัวดีขึ้นแต่เสามีจำนวนไม่เพียงพอกับคนที่ยืนอยู่ เลยต้องแบ่งกัน ถ้าเราพิงเสาอีกหลายคนก็จะอดจับเสาค่ะ

  • ไม่แซงคิว การแซงคิวทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอนานแต่ไม่ควรทำ เชอรี่เห็นผู้ใหญ่หลายคนสอนลูกว่าแซงไปเลย แต่ลูกบอกว่าที่โรงเรียนสอนให้เข้าคิว สุดท้ายลูกทำตามแม่สอนค่ะ แย่จัง

  • จอดรถซ้อนคันปลดเกียว่าง การจอดซ้อนคันแล้วใส่เกียไว้ทำให้คนที่คุณจอดรถขวางทางไม่สามารถเอารถออกได้ อย่างเชอรี่ไปเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยม รถคันนี้จอดขวางทางรถกลุ่มผู้ชายหลายคน หวังว่าคงไม่ทะเลาะกันแรงนะคะ ^^"
  • จอดรถให้ถูกที่ เชอรี่เห็นรถหลายคันจอดบนทางเดินเท้าใต้ BTS วุฒากาศ เพิ่งสร้างไม่กี่เดือนแต่เห็นพื้นแตกแล้วเพราะมันไม่ได้ถูกสร้างในรองรับน้ำหนักรถ ยอมเสียเวลาวนรถหาที่จอดสักหน่อย เพื่อทางเดินเท้าจะได้ไม่เสียหายนะคะ

  • ข้ามถนนบนทางม้าลายหรือสะพานลอย ไม่อันตรายและลดอุบัติเหตุบนถนนค่ะ อาทิตย์ก่อนเชอรี่ไป Lotus พระราม 4 พอทราบกันดีว่ารถเยอะขนาดไหน หันไปเห็นลูกสาว 2 คนบอกแม่ว่าข้ามสะพานลอยเถอะ อยู่แค่ตรงนี้เอง หนูกลัวรถชน แม่รอจังหวะอยู่นานพาลูกสาวข้ามถนนได้สำเร็จ โชคดีที่ไม่ถูกรถชน 


ไม่มองข้ามสิ่งรอบตัว


หลายสิ่งที่เรามองข้ามด้วยความเคยชิน ต่อไปนี้เราจะไม่ละเลยกับสิ่งเหล่านี้ค่ะ ช่วยกันแชร์ภาพจากพลังเล็กๆ ของเรา

  • หาบเร่ แผงลอยเต็มทางเท้า เห็นพ่อค้า แม่ค้า จัดร้านตัวเองจนเต็มทางเดินเท้า ทำให้คนเดินถนนไม่สามารถเดินได้ จนต้องไปเดินบนถนนแทน รถเมล์ก็วิ่งกันเร็วด้วย ไม่สะดวกแล้วยังอันตรายนะคะ
@ประตูน้ำ

  • ถนนชำรุด อ่านข่าวจาก M2F แล้วตกใจ ถนนทรุดอย่างนี้แล้วไม่มีการซ่อมแซมหรือติดป้ายให้มองเห็น จุดเล็กๆ อย่างนี้ที่ใครก็มองข้ามแต่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ เลย 
@สะพานข้ามแยกนิด้ามาแยกบ้านม้า

  • ขอทานเด็ก น้องอยู่ในวัยที่ต้องพักผ่อนอย่างเต็มที่และได้เรียนหนังสือแต่ต้องมานั่งขอทาน บางครั้งพบว่ามีคนยืนคุมด้วย ถ้าเรายิ่งให้เงินก็เป็นการสนันสนุนให้เพิ่มขึ้น
@สะพานข้ามแยกปทุมวัน


  • รถบรรทุกของเกินขนาด วันก่อนเชอรี่ขับรถรถตามรถกระบะคันหนึ่งซึ่งบรรทุกป้ายโฆษณาขนาดใหญ่และไม่มีการผูกมัดเชือกใดๆ แถมยังขับเร็วด้วยนะ โชคดีที่มันไม่หล่นมาทับคันหลังอย่างที่เราเจอในข่าวบ่อยๆ 


ร่วมด้วย ช่วยกันแชร์

ถ่ายรูปปัญหาที่เราอยากเห็นการแก้ไข โพสผ่าน Social media ที่เรามี เช่น Facebook, Instagram หรือ Twitter ติดแทก #InvisibleTH เพื่อรวบรวมปัญหาทั้งหมด ตอนนี้มีหลายองค์กรเริ่มสนใจโครงการนี้ อย่าปล่อยให้ปัญหาที่เราเห็นเป็นแค่เสียงบ่นลอยๆ เรามาช่วยกันค่ะ


เชอรี่เชื่อว่าพลังเล็กๆ ของแต่ละคนจะสามารถรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นให้สังคมเราน่าอยู่ คนอื่นไม่เริ่มไม่เป็นไร เริ่มที่ตัวเราก่อน ทำดีไม่ต้องอายใครค่ะ



Comment

Ads