Monday, June 23, 2014

รีวิว : Double Tree by Hilton ใจกลางสุขุมวิท บริการเยี่ยม เตียงนุ่มฝุดๆ




วันเกิดเอ็มที่ผ่านมา เชอรี่มีเซอร์ไพรส์เล็กๆ คือพาไปนอนที่โรงแรม Double Tree by Hilton ที่เลือกโรงแรมนี้เพราะอย่างที่รู้ในบล็อกวันเกิดเอ็มที่เชอรี่เพิ่งเขียนไป เป็นทำเลที่ถือว่าสะดวกที่สุด และความเชื่อใจในเครือ Hilton ว่าจะทำให้เป็นวันที่พิเศษได้อีกวันหนึ่งค่ะ

Double Tree by Hilton เป็นโรงแรม 4 ดาว ห้องพักสวย อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก ไม่ติด BTS แต่ใกล้เอ็มโพเรียม บริการประทับใจค่ะ

การเดินทาง 

ถ้าขับรถเข้าซอยสุขุมวิท 26 ระยะทางประมาณ 200 เมตร อยู่ฝั่งขวาค่ะ หรือถ้าเดินทางโดย BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ เดินผ่านห้างเอ็มโพเรียมเข้าซอยสุขุมวิท 24 เข้าโรงแรม Hilton สุขุมวิท ได้เลยเพราะ 2 โรงแรมทะลุกันได้




ห้องพัก 

ห้องที่เชอรี่พักไปห้อง Guest Rooms ขนาด 28 ตร.ม. เตียงขนาด Queen size มีอุปกรณ์ครบครัน เตียงนอนสบาย หมอน ผ้าห่มนุ่มค่ะ




แปรงฟันไป ชมวิวไปได้อีกแล้ว ประตูสะดวกเปิด ><"

จากเตียงมองเห็นในห้องน้ำหมดเลยค่ะ แต่เดินเข้าทางนี้ไม่ได้

มีฝักบัวและ Rain shower น้ำแรงสะใจดีค่ะ อาบแล้วสดชื่น




สบู่ ยาสระผม ครีมนวดผม ครีมทาผิว เป็นของ Crabtree Brewing  หมดเลยค่ะ ชอบมาก

สิ่งอำนวยความสะดวก 


สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องเรียกว่าครบค่ะ คิดไม่ออกว่าขาดอะไรไป

มีมุมทำงาน คงเพราะนักธุรกิจ (ต่างชาติ) มาพักเยอะ

ตู้เซฟ ตู้เย็น กาต้มน้ำก็มี

เตารีดผ้าพร้อมโต๊ะ และชุดคลุมอาบน้ำ

ลำโพงแต่หัวเสียบเป็นรุ่นสำหรับ iPhone4

โทรศัพท์อยู่หัวเตียงเลย จะสั่งอาหารก็ง่ายเพียงกด 0

สาย LAN

ผ้าสะอาด 6 ผืน เช็ดตัว เช็ดหน้า และเช็ดมือ

มีน้ำเปล่าให้ 2 ขวด

ทั้งหมดนี้ต้องเสียเงินเพิ่มนะจ๊ะ



รอบๆ โรงแรม 

ล้อบบี้ออกแบบอย่างเรียบหรู สวยงาม คนไม่เยอะ ไม่วุ่นวาย มีที่นั่งให้เยอะมาก จริงๆ แล้วโรงแรมมีสระว่ายน้ำและฟิตเนสด้วยนะคะ แต่เชอรี่ไม่ค่อยได้อยู่โรงแรมเลยไม่ได้เดินเยี่ยมชม





ที่ชั้น G มีคอมพิวเตอร์และสามารถเข้าอินเตอร์เน็ตได้ด้วย

อาหาร 
เนื่องจากเชอรี่จองห้องแบบไม่รวมอาหารเช้าแต่ได้สั่งผัดไทยมาทานในห้องพักเลยจะขอรีวิวแค่ผัดไทยที่ได้ทานนะคะ

โทรสั่งจากห้อง ประมาณ 30 นาทีก็มาส่งค่ะ รสชาติใช้ได้นะคะแต่ไม่ถึงกับอร่อยมาก ให้เยอะดีค่ะ ทาน 2 คนอิ่มเลย มีกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ 2 ตัว ราคา 341.33 บาท (รวมภาษี)





ประทับใจ 

ประทับใจบริการมากๆ ค่ะ ตั้งแต่โทรจอง ตลอดเวลาที่เข้าพัก จน Check out เลย ขอยกตัวอย่างแล้วกันนะคะ


  • ขอห้องพักชั้นสูง ได้ตามคำขอเลยค่ะ โรงแรมมี 23 ชั้น เชอรี่ได้ห้องพักชั้น 22 วิวเอ็มโพเรียมเลย เห็นแล้วอยากช้อปปิ้งตลอดเวลา 55

  • เซอร์ไพร์สเค้ก เชอรี่ขอไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนจองห้องพัก พนักงานบอกว่าจะเสิร์ฟให้ถึงห้องพัก และถามว่าเราสะดวกกี่โมง พอถึงเวลา มีเสียงกริ่งเลยค่ะ ตรงเวลามาก

ตอน Check out พนักงานเอ็มเห็นถือจานเค้กมา รีบเดินเข้ามาถามว่าจะช่วยห่อให้ สุดยอดบริการเลย

  • คุ้กกี้ ได้รับตอน Check in เป็นคุ้กกี้โฮมเมดซึ่งเป็น Signature ของ Double Tree เท่านั้น ชิ้นใหญ่เลย อร่อยดีค่ะ ได้รับแบบนี้ทำปลื้มไปเลย ^^

  • ปลั๊กไฟเยอะ สะดวกต่อการใช้มาก จะชาร์ตแบตมุมไหนก็มี 
  • หมอนนุ่ม ฟูฟ่อง นอนแล้ว Sweet Dream


Double Tree by Hilton ทำให้เชอรี่และเอ็มมีความสุขระหว่างที่เข้าพักมาก ไม่มีอะไรเลยที่ทำให้เรา 2 คนรู้สึกว่าไม่ชอบโรงแรมนี้ สิ่งที่ทำให้ประทับใจที่สุดคือการบริการของพนักงานค่ะ ทำให้รู้สึกว่าเลือกไม่ผิด ประทับใจจริงๆ ^^

Sunday, June 15, 2014

วิธีทำมาม่าเกาหลีง่ายๆ อร่อย ไม่แพงอย่างที่คิด


ใครก็บอกว่ามาม่าเป็นอาหารราคาถูก ไม่มีประโยชน์ จริงๆ แล้วเราสามารถใส่ไข่ ผัก และเนื้อสัตว์เพื่อเพิ่มสารอาหารเข้าไปได้ มาม่าที่เชอรี่จะพูดถึงนี่ไม่ได้หมายถึงมาม่า ไวไว ยำยำ ของไทยนะคะ แต่หมายถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีหรือที่เรามักเรียกว่า "มาม่าเกาหลี" ค่ะ มันจะเส้นใหญ่เหนียวนุ่มกว่ามาม่าบ้านเรา เป็นอาหารโปรดของเชอรี่และเอ็มเลย เพราะทำง่าย ใส่ผักที่เราชอบได้ และอย่างที่รู้ว่าเอ็มชอบกินอาหารรสจืด เชอรี่ชอบกินอาหารรสจัด มาม่าเกาหลีตอบโจทย์เรา 2 คนมากเพราะแยกกันใส่เครื่องปรุงได้

มาม่าเกาหลีที่เรากินตามร้านอาหารอาจจะชามละประมาณ 200 บาท ถือว่าราคาสูงเลย แถม 1 ชามไม่สามารถแบ่งได้ว่าเอาเผ็ดครึ่งหนึ่ง ไม่เผ็ดครึ่งหนึ่งได้ การทำกินเองที่บ้านแสนจะง่ายเลยค่ะ ใครทำกับข้าวไม่เป็นก็สามารถทำได้แค่เติมน้ำแล้วจับใส่ลงหม้อ ไม่แพงอย่างที่คิดด้วย

วัตถุดิบ 

1. มาม่าเกาหลี ห่อใหญ่กว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบ้านเรามาก ราคาก็ต่างกันหลายเท่าแต่ความอร่อยก็ต่างกันหลายเท่าเช่นกันค่ะ หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต, Max Valu แม้แต่ 7-11 ก็ยังมี SamYang รุ่นยอดฮิตค่ะ รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ไม่เผ็ดมากจนเกินไป
ราคา : 40 บาท

เนื่องจากว่าวันก่อนไปหา SanYang ที่ Tops เซ็นทรัลเวิร์ดแล้วไม่มี แต่ตามองไปเห็นแพ๊ค 5 ซองลดราคาเหลือ 125 บาท คณิตคิดไวทันที ตกห่อละ 25 บาท รสนี้ก็ชอบแต่จะรสจัดกว่า SamYang นิดหน่อย ตอนปรุงให้เอ็มใส่เครื่องปรุงนิดเดียวแล้วกัน ^^"
ราคา : 25 บาท

2. หมู ใช้หมูสันนอกสไลด์เพราะเชอรี่กับเอ็มชอบมาก มันคือหมูชาบู พออยู่ในชามมาม่าเราแล้วเด็ดมากค่ะ หมูแผ่นบาง เนื้อนุ่ม ติดมันนิดๆ ซื้อจาก Gourmet Market พารากอน เค้าห่อพลาสติกไว้แบบนี้เลย ซื้อ 1 แพ๊คแบบนี้ หนัก 1.5 ขีด (กิโลละ 430 บาท)

สามารถเปลี่ยนใส่เนื้อไก่ หมูยอ หรือเนื้อสัตว์ตามที่เราชอบได้ค่ะ
ราคา : 65บาท

3. ไข่ไก่  2 ฟอง หาซื้อได้ง่าย ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าครัวเชอรี่เลยซื้อแพ๊ค 4 ฟองจาก 7-11 ค่ะ เลือกแบบ Omega Plus ด้วย เพราะอ่านเจอคำว่า โอเมก้า 3, วิตามินอี และซีลีเนียม มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซื้อ!!
ราคา : 14 บาท (2 ฟอง)

4. แครอท ปกติเชอรี่ซื้อแครอทตุนไว้ที่บ้านตลอดอยู่แล้ว ซื้อโลตัสกิโลละ 25 บาทเองค่ะ มาม่าหม้อนี้ใช้แครอทเกือบหัว ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ
ราคา : 5 บาท

5. เห็ดชิเมจิขาว หั่นโคนทิ้งแล้วล้างให้สะอาดค่ะ สามารถเปลี่ยนเป็นเห็ดหรือผักชนิดอื่นได้ อย่างเชอรี่ใช้เห็ดเข็มทองบ่อยมากเพราะแวะ Max Valu ได้สะดวก มันเข้ากับมาม่าเกาหลีมาก อร่อยด้วย ห่อละ 10 บาทเอง
ราคา : 29 บาท

** ถ้าใครชอบเต้าหู้ญี่ปุ่นก็สามารถใส่เพิ่มได้นะคะ ที่เชอรี่ไม่ใส่เพราะเอ็มไม่ชอบและตอนนี้เครื่องเยอะกว่าเส้นแล้ว ^^"

วิธีทำ 

1. เติมน้ำใส่หม้อประมาณ 600 มล. แล้วใส่แครอทด้วยเลย เปิดไฟรอจนเดือดอีกประมาณ 3 นาทีเพื่อให้แครอทสุก

2. ใส่เส้นมาม่าลงไปในหม้อ

3. ใส่ผักจากห่อลงหม้อ รอประมาณ 4 นาทีให้เส้นสุกแล้วค่อยใส่เห็ด

4. ใส่เห็ดชิเมจิขาว


4. ตอกไข่ไก่ใส่หม้อ พยายามอย่าแตกนะคะ ขอบอกว่ากินแบบยางมะตูมอร่อยม๊ากกก :P


5. ใส่หมูชาบูลงไปทีละชิ้นอย่างนี้ อย่างให้มันติดกัน เพราะถ้าสุกแล้วเกาะกันเป็นก้อนๆ จะไม่อร่อยค่ะ

อดใจรอให้หมูสุกก่อนน้าา

6. ใส่เครื่องปรุงตามใจชอบ ขอบอกว่าอร่อยแน่นอนค่ะ


เสร็จแล้วค่ะ มาม่าเกาหลีสูตรเชอรี่จ๋าจ๋า น้ำซุปเข้มข้น หอมอร่อย แต่ไข่ไก่ออกจะสุกไปนิดเพราะมัวแต่ถ่ายรูป ทำเอง ถ่ายเองคนเดียวค่ะ ช่วยชีวิตไข่ไว้ไม่ทัน สุกเลย -_-"  พยายามอย่าทิ้งไว้นาน ทานไข่แบบยางมะตูมในชามมาม่าเกาหลีมันฟินสุดๆ เลยจริงๆ

มาม่าเกาหลีมื้อนี้ 138 บาท แบ่งได้ 2 ชามใหญ่ๆ ตกชามละ 69 บาท ปริมาณเครื่องเยอะกว่าเส้น หมูเกรดพรีเมี่ยม ราคาไม่แพงอย่างที่คิดเลย ทำได้เองง่ายๆ อร่อยด้วย ลองทำแล้วมาโชว์กันนะคะ ^^



รีวิว : KIO Ramen - Rain Hill ราเม็งอร่อย น้ำซุปกลมกล่อม หมูชาชูชิ้นโต



ทุกเย็นวันศุกร์ เชอรี่กับเอ็มมักให้รางวัลตัวเองโดนการเดินห้าง, ดูหนัง หรืออาหารอาหารอร่อยๆ กิน ศุกร์นี้แมคกับนุชบาชวนไปร้าน KIO Ramen ร้านราเม็งชื่อดังที่ใครๆ ก็บอกว่าอร่อยมากกก เลยตอบตกลงทันที :P

การเดินทาง 

KIO Ramen อยู่ชั้น 3 Rain Hill สุขุมวิท 47 หรือถ้าเดินทางโดย BTS ก็ลงสถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินไปทางอ่อนนุชประมาณ 500 เมตร


จานอร่อย 

  • ราเม็งคิโอะใส่ไข่ต้ม (Torotama Ramen) ราเม็งที่เรียกได้ว่าเป็นเมนูแนะนำของร้านเลย น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม กับไข่ต้มแบบยางมะตูมหนึบๆ อร่อยดีค่ะ แต่ชามใหญ่ยักษ์มาก ไม่สามารถกินหมดจริงๆ มีขนาดเดียว 
 
ราคา 240 บาท
ปกติมีหอมโรยแต่ไม่ถนัดเลยขอไม่ใส่นะคะ ^^"

  • ราเม็งหน้าชาชู (Chashu Ramen) หลายคนแนะนำว่าหมูชาชูร้านนี้อร่อยมาก เชอรี่จัดเต็มเลยค่ะ ชามนี้มีหมูชาชู 6 ชิ้นใหญ่ๆ ชิ้นหนากว่าราเม็งร้านใดๆ หมูหอมหอมดี ติดมันนิดหน่อย น้ำซุปเหมือนกันทุกชาม อร่อยค่ะ แต่กินไม่หมดจริงๆ 
ราคา 280 บาท
ปกติมีหอมโรยแต่ไม่ถนัดเลยขอไม่ใส่นะคะ ^^"

  • ราเม็งเย็น (Torotama Ramen)  ขนาดพอเหมาะ น้ำซุปเดียวกับราเม็งชามอื่นๆ แต่มาแยกกันแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าน้ำซุปเข้มข้นกว่าชามอื่นๆ เส้นนุ่มกำลังดี ถ้าน้ำซุปไม่พอสามารถขอเพิ่มได้ฟรี 
ราคา 190 บาท


  • ข้าวหน้าชาชู (Chashu Don)  เมนูนี้สำหรับคนรักหมูชาชูเลยค่ะ คือไม่ได้อยู่ในราเม็งทำให้ได้ลิ้มรสได้เต็มที่ จานนี้ราคา 130 บาท ถ้าจานใหญ่จะมีหมูชาชู 4 ชิ้นและไข่ 2 ฟอง  
*เมนูแนะนำ*
ราคา 200 บาท

  • ไข่ม้วนชาชู (Chashu Tamago Yaki)  จานนี้แมคภูมิใจเสนอมาก เป็นไข่ม้วนข้างในมีหมูชาชูชิ้นเล็กๆ ราดนี้ซอสและมายองเนส แปลกดีค่ะ 

ราคา 130 บาท

ซูมกันชัดๆ

  • สาเกเยลลี่พีช (Sake Jelly Peach) มาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นถ้าพลาดเมนูสาเกแล้วก็เหมือนยังไม่เต็มที่ ชอบแก้วนี้มากเลยค่ะ เป็นวุ้นที่ทำจากสาเกพีช แค่เอียงแก้วหน่อยเยลลี่นุ่มๆ จะค่อยๆ ไหลเข้าปาก แต่ต้องค่อยๆ จิบนะคะ เพราะเมาได้ง่ายๆ เลย แก้วราคา 285 บาท


กินแล้วเป็นแบบนี้ -"-

ค่าเสียหาย 

มื้อนี้ไปกัน 4 คน สั่งราเมนกันคนละชาม และจานกลางอีก 2 เมนู มื้อนี้โดนไป 1,633.50 บาท ราคานี้รวมค่าชาเขียวรีฟิลแต่ไม่รวมค่าบริการ 10% เฉลี่ยคนละประมาณ 400 บาท ถือว่าราคาสูงนิดหน่อย แต่ถ้าใครกินไม่เยอะอย่างเชอรี่กับเอ็ม แนะนำให้สั่ง 1 ชาม 2 คนค่ะ จะได้ชิมราเม็งรสชาติดี ราคาพอเหมาะด้วย ^^


การบริการ  

บริการอื่นๆ ทั่วไปแต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจค่ะ พ่อครัวคนญี่ปุ่นทำแต่ละเมนูเสร็จจะมาเสิร์ฟให้เราถึงโต๊ะเลย ^^


รอบๆ ร้าน 

ใครๆ ก็บอกว่าจะกินราเม็งร้านนี้ต้องรอคิวกันนานมาก ต้องเผื่อเวลาเยอะๆ จากที่ดูรอบๆ ร้านแล้วก็เห็นว่าโต๊ะเยอะมากนะคะ แสดงว่าแขกเยอะจริง แต่ที่เห็นเงียบๆ แล้วนี้เพราะร้านกำลังจะปิดค่ะ (5 ทุ่ม)




ข้อแนะนำ 

  • น้ำซุปอร่อย เติมได้ฟรี
  • เส้นราเม็งมี 2 แบบคือ เส้นเล็ก และเส้นใหญ่
  • เผื่อเวลารอคิวเยอะๆ จะได้มีเวลากินของอร่อยแบบไม่ต้องรีบ



Comment

Ads