Thursday, May 29, 2014

วิธีต้มหล่อฮังก๊วยแบบไม่ใส่น้ำตาลให้อร่อยขั้นเทพ ! !



เนื่องจากเอ็มเป็นหนุ่ม Geek ที่ไม่ชอบดูแลตัวเอง นอนน้อย นอนไม่เป็นเวลา ชอบกินของทอด ไม่กินผัก/ผลไม้ ทำให้เป็นร้อนในบ่อยๆ อย่างที่เชอรี่เคยเขียนในบล็อกวิธีดูแลผู้ชายที่ไม่ชอบดูแลตัวเอง เชอรี่ก็มีหนึ่งวิธีดูแลเอ็มมาแชร์กันนะคะ คือการต้มหล่อฮังก๊วยสูตรเชอรี่จ๋าจ๋า สูตรนี้ที่เอ็มบอกว่าอร่อยที่สุดในโลกมาแชร์ค่ะ

หล่อฮังก๊วยเป็นสมุนไพรจีน มีลักษณะ เปลือกแข็ง มีสรรพคุณแก้ร้อนใน ช่วยผู้ป่วยที่มีอาการไอ เสียงแหบแห้ง บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ และโรคทางเดินหายใจ

การเลือกซื้อ 

ปกติเชอรี่ซื้อจากร้านขายาจีนในเยาวราชค่ะ ซึ่งมีหลายร้านเลย ติดถนนเยาวราชก็มีหรือเดินเข้าตลาดเยาวราชก็มีหลายร้านเหมือนกัน

ควรเลือกซื้อลูกใหญ่เนื้อแน่น ผิวมัน ไม่แห้งกรอบ ลองเขย่าแล้วไม่มีเนื้อข้างในกลิ้งไปมาเป็นใช้ได้ค่ะ ราคาประมาณ 100 บาทได้ 10-16 ลูก สามารถต่อราคาหรือขอแถมก็ได้ แล้วแต่คนขายจะยอม (เทคนิคแม่บ้าน) 55


ส่วนผสม 

1. หล่อฮังก๊วย 3 ลูก
2. น้ำดื่มสะอาด 2.5 ลิตร



วิธีต้ม 

1. ล้างหล่อฮังก๊วยให้สะอาด

2. เติมน้ำสะอาดใส่ในหม้อ (ประมาณ 2.3 ลิตร)

3. บีบหล่อฮังก๊วยให้แตก บีบเปลือกให้เป็นชิ้นเล็กๆ ฉีกเปลือกออกจากกันให้หมด ดูซาดิสไปนิดแต่มันเป็นเคล็ดลับช่วยให้น้ำเข้มข้นค่ะ



4. ต้มจนน้ำเดือด แล้วลดไฟให้เหลือต่ำสุดเลยค่ะ เพราะถ้าปล่อยให้เดือดนานน้ำจะขม
 

5. เติมน้ำให้เต็มหม้อ ปล่อยให้เดือดเบาๆ แล้วปิดเตาไปเลยค่ะ

6. ปล่อยให้เย็นแล้วกรองเอากากออก ใส่เหยือกน้ำแล้วแช่เย็นเลยก็สะดวกดีค่ะ แต่อย่างที่รู้ว่าเอ็มไม่ชอบดื่มน้ำจากแก้ว ขวดน้ำใช้แล้วจึงเป็นคำตอบที่ดีค่ะ เพราะดื่มหมดแล้วทิ้งได้เลย

7. แช่เย็นอดใจรอให้มันเย็นเจี๊ยบ ก็จะได้ชิมหล่อฮังก๊วยสูตรขั้นเทพของเราเองแล้วค่ะ

ต้มไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ลองต้มดื่มเองนะคะ แล้วจะรู้ว่ารสชาติต่างจากที่ซื้อกินมาก มั่นใจได้เลยว่าได้ประโยชน์เต็มที่จากหล่อฮังก๊วยแล้วก็ไม่มีน้ำตาลด้วย

หลายคนที่เคยเจอเอ็มดื่มน้ำหน้าตาแบบนี้แล้วถามก็จะถึงบางอ้อแล้วนะคะ ว่ามันคือยาเสน่ห์นี่เอง สูตรนี้แหละที่ใครกินก็ติดใจ ^^




Thursday, May 22, 2014

ประสบการณ์ทำพาสปอร์ตที่สำนักงานชั่วคราวเอสพลานาด รัชดา สะดวกรวดเร็วไม่ต้องลางานก็ทำได้


** ตอนนี้สำนักงานชั่วคราวปิดไปแล้วนะคะ สามารถไปใช้บริการได้ที่สำนักงานบางนา แจ้งวัฒนะ และปิ่นเกล้าได้ตามปกติเลยจ้า **

ช่วงนี้กรมการกงสุลเปิดศูนย์บริการชั่วคราวแก่ประชาชนที่จองคิวออนไลน์สําหรับ
ทําหนังสือเดินทาง ที่ศูนย์การค้าเอสพลานาด ถนนรัชดาภิเษก

เชอรี่เปลี่ยนนามสกุลมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ไม่ได้เปลี่ยนพาสปอร์ตเลย มั่วใช้มาตลอด เวลาจองตั๋วเครื่องบินก็จองนามสกุลเดิมไปก่อน เพราะ ตม. หรือสายการบินเค้าก็ตรวจแค่ชื่อในพาสปอร์ตกับตั๋วเครื่องบินให้ตรงกัน

[บล็อก] เปลี่ยนนามสกุลมันเหนื่อย !! ความลำบากของผู้หญิงหลังแต่งงาน

หลังจากมั่วใช้มานานและช่วงนี้ที่ทำพลาสปอร์ตก็เดินทางสะดวกกว่าทุกที่ที่สถานการณ์ปกติจะไปทำ  สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวที่ว่าคือ  ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ถนนรัชดาภิเษก

มีป้ายบอกทางชัดเจนตั้งแต่ชั้น 1

วิธีการจองคิวล่วงหน้าทางเว็บไซต์ 


  • เลือกวันที่ต้องการไปทำพาสปอร์ต ในเว็บระบุว่าสามารถจองล่วงหน้า 2 วัน แต่พอเข้าไปดูจริงๆ คือ ถูกจองคิวเต็มทั้ง 5 วันที่ให้จองได้เลยค่ะ พลาดมาหลายวันเริ่มเรียนรู้ค่ะว่า คิวจะถูกปล่อยเวลาทุกเที่ยงคืนวันทำงาน โดยปล่อยคืนละ 1 วัน วิธีนี้ใช้ได้ผลค่ะ ลองมาแล้ว รับรองไม่พลาด ได้คิวที่ 1 เลย 5555

  • เลือกเวลา ช่วงเวลาแรก คือ 8.30 น. และช่วงเวลาสุดท้ายคือ 15.46 น. เมื่อเลือกได้แล้วกด "จอง" เลยค่ะ
  • กรอกข้อมูลการจองคิว ตามช่วงเวลาที่เราเลือกไว้ แล้วกด "ยืนยัน"

เอกสารที่ต้องเตรียม 

เนื่องจากศูนย์บริการชั่วคราวศูนย์การค้าเอสพลานาดเปิดบริการให้ทำแค่พาสปอร์ตใหม่เท่านั้น เอกสารที่ต้องเตรียมของทุกคนจริงเหมือนกันหมดค่ะ คือบัตรประชาชนกับพาสปอร์ตเล่มเดิม (ถ้ามี) หรือถ้าเป็นเด็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชนก็ใช้สูติบัตรค่ะ

อย่างเชอรี่เปลี่ยนนามสกุลอ่านในเว็บบอกว่าให้เตรียมเอกสารไปเยอะแยะเลย สรุปว่าไม่ต้องใช้ค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าเปลี่ยนบัตรประชาชนแล้วจะทำพาสปอร์ตให้ตรงบัตรประชาชนก็ใช้แค่ 2 อย่างนี้ค่ะ

ขั้นตอนการขอพาสปอร์ต 

1. ตรวจเอกสาร ประกอบด้วย บัตรประชาชนตัวจริง, พาสปอร์ตเล่มเดิมตัวจริง (ถ้ามี) และหลักฐานการจองคิวที่ปริ้นท์จากเว็บไซต์ตอนจองค่ะ (หรือใครจะ Capture หน้าจอก็ได้)


2. กรอกเอกสาร 


เอกสารที่ต้องกรอกหน้าตาแบบนี้ค่ะ หน้าหลังเป็นหน้าว่างแต่ต้องเขียนชื่อ-ที่อยู่ ที่จะให้จัดส่งพาสปอร์ตทางไปรษณีย์นะคะ

3. รับบัตรคิว, วัดส่วนสูง, รอเรียกคิว, รับคำร้อง และชำระเงิน

  • รับบัตรคิว เมื่อกรอกเอกสารเสร็จแล้วก็รับบัตรคิวเลยค่ะ ได้คิวก่อนก็ได้ทำก่อน
  • วัดส่วนสูง อยู่ติดกันเลยค่ะ เจ้าหน้าที่บริการเร็วมากๆ
  • รอเรียกคิว มีระบบคิวที่เป็นระบบมากและมีเคาน์เตอร์บริการมากถึง 30 โต๊ะ รอ 5 นาทีก็ถึงคิวเราแล้ว
  • รับคำร้อง สามารถเข้ารับบริการครั้งละ 1 คนหรือถ้ามาเป็นครอบครัวก็ใช้คิวเดียวกันได้ ขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะยกเลิกพาสปอร์ตเล่มเดิมให้ก่อนในกรณีที่ยังไม่หมดอายุนะคะ แล้วก็ทวนชื่อในพาสปอร์ตที่เรากรอกมาในเอกสารให้ถูกต้อง ถ่ายรูป สแกนนิ้วมือ เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มดีมากๆ มีให้ถ่ายรูปอีกรอบด้วย สงสัยกลัวไม่ถูกใจ ^^
  • ชำระเงิน จำนวน 1,040 บาท แบ่งเป็นค่าทำพาสปอร์ต 1,000 บาท และค่าจัดส่ง 40 บาท เพราะสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เอสพลานาด และช่วงนี้ที่อื่นๆ ไม่สามารถรับด้วยตนเอง จะต้องส่งไปรษณีย์เท่านั้น

ข้อแนะนำ 


1. เตรียมเอกสารให้ครบ ถ้าทุกอย่างพร้อมจะเร็วมากๆ ค่ะ
2. ถ้าไม่อยากรอคิวนานให้เลือกช่วงเวลาแรกของช่วงเช้าหรือบ่ายค่ะ เพราะช่วงบ่ายต้องรอเจ้าหน้าที่พักกลางวันด้วย ถ้าเลือกคิวอื่นจะต้องรอคิวแรกของช่วงบ่ายก่อน ช่วงเวลาที่แนะนำคือ 8.30 และ 12.31 น. ค่ะ 

3. ไปก่อนถึงคิวครึ่งชั่วโมงเพราะถ้าเลยคิวเราแล้วจะไม่สามารถย้อนหลังได้
4. สังเกตป้ายช่วงเวลาว่าเราจองช่วงเวลาไหนไว้ เจ้าหน้าที่ไม่ให้มั่วค่ะ มาถึงก่อนเวลาแต่ยังไม่ถึงช่วงเวลาของเราก็ต้องรอคิว


5 ตอนจองคิวผ่านเว็บให้ตัดสินใจให้ดีก่อนค่ะ เพราะถ้ายกเลิกวันที่จองไป เราจะต้องรออีก 5 วันทำการกว่าจะจองคิวได้อีกครั้ง

6. ใครที่พาสปอร์ตใกล้หมดอายุหรือเปลี่ยนนามสกุล (แบบทำเล่มใหม่) รีบไปทำที่นี่เลยนะคะ เพราะไม่รู้ว่าจะเปิดบริการอีกนานแค่ไหน

** ได้พาสปอร์ตแล้วก็ขอให้เที่ยวกันให้สนุกนะคะ **




Monday, May 5, 2014

บรรยากาศงาน Air Asia Blogger Party 2014 สนุกสุดมันส์



เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2557 เชอรี่ได้รับเชิญไปร่วมงาน Air Asia Blogger Party จากสายการบินในดวงใจ Air Asia โดยผ่านทางพี่ว่านน้ำ (ว่านน้ำ ณ พันทิป) ไม่รู้รายละเอียดเลยว่าคืองานอะไร พี่ว่านน้ำบอกว่าคงเป็นงานนัดทานข้าวกับบล็อกเกอร์มั้ง เอ็มติดธุระ ปกติเอ็มไม่ว่างเชอรี่จะไม่กล้าไปงานคนเดียวเลย แต่พอบอกเป็น Air Asia งานนี้สู้ตาย ขอฉายเดี่ยวเลยค่าาา
ขอบคุณพี่ว่านน้ำที่ชวนนะคะ <3

รายละเอียดที่ได้มาเท่านี้ แต่ตัดสินใจไปทันทีเพราะ <3 Air Asia

พอมาถึงหน้างานถึงกับอึ้งค่ะ มีแอร์โฮสเตจสาวสวยตัวจริง ใส่ชุดมาเต็มยศเลย มีให้ถ่ายรูปด้วยกัน เลยต้องเอาหน้าชืดๆ ขาสั้นๆ ของเชอรี่ไปถ่ายรูปกับคนสวย (ฉายเดี่ยวแต่ก็ยิ้มสู้นะจ๊ะ)

งานนี้เฮียโอก็ฉายเดี่ยว ดูเหงาๆ ไปนะคะ 55

จากที่เคยไปงานทานข้าวกับบล็อกเกอร์จะเป็นบรรยากาศส่วนตัว เน้นพูดคุยกันกับแบรนด์ แต่งานนี้เป็นปาร์ตี้อย่างชื่องานเลยค่ะ เปิดประตูเข้างานปุ๊บ คือผับเลย ตื๊ดมาก ขอบอกว่ามันส์สุดๆ แบบว่าลืมแก่ ลืมสามีไปเลย 55

สถานที่จัดงาน ห้องอาหาร Dejavu โรงแรม Pullman King Power รางน้ำ


คุณโจ ทัศพล แบเลเว็ลด์ CEO Thai AirAsia กล่าวเปิดงานค่ะ



การร่วมสนุก

มีการเกมส์ให้เล่นมากมาย เริ่มจากเกมส์แรก ให้หยิบของเข้ากระเป๋าตามน้ำหนักที่สามารถ Hand Carry ขึ้นเครื่องได้ คือ 7 กิโล เกมส์นี้มีพี่ @Jetboat ร่วมสนุกค่ะ แต่ว่าไม่ใกล้เคียง อดได้รางวัลไป คนที่ใส่ได้ใกล้เคียงสุดได้รางวัลนิตยสาร The aero 6 เดือนเลย


เกมส์ที่ 2 ให้เล่นกันทั้งงานเลย คือเกมส์หาคำศัพท์ที่บอกความเป็น Air Asia ให้ได้เยอะที่สุด ในระยะเวลาประมาณ 5 นาที ซึ่งในตารางนี้มี 22 คำ 5 คนที่ทำได้มากสุดได้รางวัล เป็นที่พักพร้อมตั๋วเครื่องบินกันเลย รางวัลทำคนในงานตาลุกวาวมาก แน่นอนค่ะ เชอรี่หาได้ 10 คำ ไม่ติดฝุ่น 555



อีกหนึ่งเกมส์คือ แน่นอนค่ะว่าเป็นงานบล็อกเกอร์ ใครโพสรูปใส่ #AirAsiaBloggerParty มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล
เกมส์ที่ 3 คือ รูปใครมีคน Like มากที่สุดได้รางวัลตั๋ว Air Asia X ไปเลย กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ



ตอนท้ายงานประกาศว่ารูปใครมีคน Like 37, 137, 237, 337, 437 ฯลฯ ให้ออกมารับรางวัล เฮ้ยยยยย อันนึงก็เกิน อีกอันก็เฉียด

เลข 37 คือเส้นทางของสายการบิน Thai Air Asia ปัจจุบัน ฉะนั้นคือ รางวัลใหญ่ค่ะ ที่พักศรีพันวารวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 คน มูลค่ารวมประมาณ 1.3 แสนบาท กรี๊ดดดดดดดด


โชว์ 
งานนี้มีดีเจฟ้าใส คนสวยคอยเปิดเพลงมันส์ๆ และ Ring of King ค่ะ นอกจากนี้ยังมีโชว์ที่ทำให้เราไม่สามารถทานอาหารอร่อยๆ ได้อย่างเต็มที่ คือ มีโชว์มันส์ๆ ให้เราอยากแด๊นส์ด้วยฝุดๆ



ของรางวัล

ตั้งแต่เดินเข้างานกระมีประกาศว่าทุกคนจะได้รางวัลติดมือกลับบ้านแน่นอน ในใจคิดว่าน่าจะเป็นสมุดหรืออะไรเบาๆ ที่สามารถแจกให้กับบล็อกเกอร์นับร้อยชีวิตได้ หลังโชว์จบก็มีประกาศว่าตอนเข้างาน ใครจับได้ Wishband สีแดงให้ออกมาข้างหน้า เราจะมาร่วมสนุกกัน เชอรี่กับเฮียโอ @oweera ได้สีเดียวกัน เตรียมจับคู่แล้ว จะให้เราเล่นอะไรเนี่ย ลุ้นๆๆๆๆ



คนได้สีแดงเต็มเวทีเลยค่ะ แล้วก็มีเสียงประกาศว่าใครที่ใส่ Wishband สีแดง ทุกคนได้รางวัลตั๋วเครื่องบินไม่ระบุเส้นทางไป-กลับ 2 ที่นั่ง เราทั้ง 35 คนกรี๊ดแล้วก็กรี๊ดอย่างเดียวค่ะ ของฟรีทำให้เรากลายเป็นคนบ้าไปเลย 5555



แต่ก็มีรางวัลใหญ่กว่านี้นะจ๊ะ คนที่ใส่ Wishband สีส้มทั้ง 8 คนได้ตั๋วไป-กลับ Air Asia X คือเส้นทางเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่เชอรี่ตั้งหน้าตั้งตารอค่ะ ขอกรี๊ดแทนเลย กรี๊ดดดดดดดดดดด


อาหาร 
อาหารโรงแรม Pullman ค่อยข้างจะอร่อยอยู่แล้วนะคะ งานนี้ Air Asia สั่งอาหารมาหลากหลายมาก เราสามารถเลือกทานได้ตามใจเลย แต่ด้วยบรรยากาศงานมันตื๊ดมาก ทั้งเพลง ทั้งเพื่อนๆ บล็อกเกอร์มาเยอะ แทบจะไม่ได้ทานเลย ^^"


ความประทับใจ
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของงานนี้คือ ความเป็นกันเองของเจ้าภาพ มีการเข้ามาพูดคุยกับเราตลอด แลกนามบัตร รวมถึงการแด๊นซ์ร่วมกัน โดยไม่มีการแยกว่าเราเป็นเจ้าภาพหรือเราเป็นใคร กันเองกันสุดๆ ถ้าวันหน้า Air Asia จัดงานอีก เชอรี่ขอยกมือไปคนแรกเลยค๊าาา



มีโอกาสได้คุยกับผู้บริหาร เลยรีบชิงบอกเลยว่าเชอรี่รอโปรไปญี่นปุ่นจาก Air Asia อยู่นะคะ ท่านบอกว่าอดใจรออีกนิดนึง ตอนนี้อยู่ขั้นตอนการขออนุญาต รู้ว่าทุกคนรอและคาดหวัง รับรองว่าโปรญี่ปุ่นเกินความคาดหวังทุกคนแน่นอน ... รอเลยจ้าา


ขอขอบคุณสายการบิน Air Asia ที่จัดงานสนุกๆ และให้เชอรี่มีโอกาสไปร่วมปาร์ตี้ครั้งนี้นะคะ


Comment

Ads