Sunday, April 28, 2013

รีวิว : แอพถ่ายรูป Mood Of Me ตอนนี้ฉันอารมณ์ไหน



พูดถึงเรื่องผิว หลายคนคงรู้ว่าถ้าอยากมีผิวสวยก็ต้องหมั่นดูแลให้ดีอยู่เสมอ เชอรี่คิดว่าผิวเป็นอะไรที่เหี่ยวแล้วเหี่ยวเลย ไม่ควรที่จะมาดูแลเมื่อวันที่สายไป หลายคนที่เคยคุยเรื่องครีมกับเชอรี่ จะรู้ดีว่าเชอรี่เป็นแฟนตัวยงของ Artistry และชอบแนะนำให้เพื่อนๆใช้ตามอีกด้วย (แต่ไม่ใช่คนขายน๊าา) แค่ชอบตัวครีมจริงๆ ^^

Eye cream ที่เชอรี่ใช้ตั้งแต่อายุ 24 จนถึงตอนนี้ ปลื้มอย่างจริงจัง <3

วันนี้ Artistry มีแอพพลิเคชั่นถ่ายรูปชื่อ Mood of Me มีหรือว่าเชอรี่จะพลาด แถมเป็นแอพฟรีด้วย เลยลองโหลดมาเล่นสนุกๆ ซะเลย

และ Artistry ยังได้พัฒนา Mood of Me บน Facebook สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม สามารถเข้าไปดูได้ที่ -->  https://www.facebook.com/artistrythailand/app_218808051595473 กด Like ได้เลย เรื่องสวยๆ งามๆ เพียบ ^^


มาโหลด Mood of Me กันเถอะ 

เชอรี่ใช้ iPhone เข้าไปโหลดได้จาก App Store แล้ว Search คำว่า Mood of Me จะเจอแอพหน้าตาแบบนี้ค่ะ จะบอกเลยว่า Free กดเลยค่ะ Install now


มาแชะ Mood of Me กันเถอะ 

Mood of Me เป็นแอพที่แชร์รูปถ่ายที่สามารถแสดงอารมณ์พร้อม % ว่าอยู่ไหนระดับไหน ซึ่งต่างจากแอพที่แชร์รูปทั่วไป ช่วยให้มีึความสนุกในการแชร์รูปมากยิ่งขึ้น

เปิดแอพจะเจอหน้าจอนี้ค่ะ อย่ารอช้า กด Play เล้ยยยย

Mood of Me สามารถแชร์ได้ทั้งจากรูปที่มีอยู่แล้ว และถ่ายใหม่ เชอรี่ลองโพสรูปจากการถ่ายใหม่ จะเจอหน้าจอแบบนี้ สามารถเลือกกล้องหน้า-หลังได้ แต่ว่าถ่ายรูปตัวเองก็ต้องกล้องหน้าเท่านั้น เพราะกะไม่ถูก ^^"
ถ่ายคู่กับ Eye cream ของ Artistry ที่ชีวิตนี้ขาดไม่ได้!!

เมื่อสามารถใช้รูปเดิมที่มีอยู่ได้ ก็ขอใช้รูปที่เชอรี่ชอบที่สุดในวันที่สำคัญที่สุด

สามารถปรับรูปได้ว่าจะ Crop ส่วนไหน

แอพจะมีให้เลือกหลายอารมณ์มาก เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ ทั้ง Beauty, Happy, Lucky, Moody, Gorgeous, Sexy, Hungry Monster, In Love, ฟิน, นอยด์, Ultimate Bright และ Splash

เมื่อเลือกรูปนี้แล้วจะเป็นคำอธิบายอื่นไม่ได้เลย นอกจาก Ultimate Bright และใส่ % ได้ตามใจชอบเลย


เมื่อได้รูปสวยๆ พร้อมแชร์แล้ว สามารถเลือกได้เลยว่าเราจะแชร์ผ่านโปรแกรมอะไร แอพนี้มี Tag มาให้พร้อมเลย สะดวกในการแชร์ และ Tag นี้สามารถกดเข้าไปดูทีหลังได้ด้วยว่ามีเพื่อนคนไหนโพสผ่านแอพนี้บ้าง และมีอีก Tag ที่แนะนำคือ MoodOfMe เป็นชื่อแอพเลย



มาแชร์ Mood of Me กันเถอะ 

หลังจากโหลดแล้วเชอรี่ได้แชร์ไปหลายรูปเลย เพราะมันบอกอารมณ์เราได้ชัดเจนขึ้น ถ้าไม่มีคำว่า "นอยด์ 100%" บางคนอาจจะไม่รู้ว่าเชอรี่นอยด์จริงๆ เมื่อเอ็มไม่อยู่ที่นัดแต่มาอยู่ที่ iStudio

ใช้กล้องหน้า ถ่ายแล้วโพสทันทีเลย นอยด์

สถานที่เดียวกัน เวลาใกล้เคียงกัน อารมณ์แตกต่างกัน

ขนมที่ทำให้เชอรี่ Happy มาก 55 ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์แต่เป็นเสียงหัวเราะเชอรี่เอง 55++

โหลดแอพแล้วเอาภาพมาโชว์เชอรี่ที่ Instagram @warinthon ได้น๊าา ^O^

Download 


Wednesday, April 24, 2013

ChillHongkong วันที่ 3 : ช้อปปิ้งส่งท้ายฮ่องกง, ชมมาเก๊ายามค่ำคืน

เมื่อคืนเราเดินส่งท้ายดึกไปหน่อย วันนี้เราตื่น 10.20 น. เลยค๊า แปรงฟันรีบลงไปห้องอาหารทันเวลาพอดีเลย ^^"

อากาศวันนี้ 19 องศา อากาศเย็นกำลังสบาย เลยเลือกทานอาหารในส่วน Outdoor แบบชิลๆ

มันชิลจริงๆนะครับ ^^

กว่าจะทานเสร็จก็ใกล้เวลา Check out แล้ว กระเป๋าก็ยังไม่เก็บ น้ำก็ยังไม่อาบ ได้แต่เร่งๆๆๆ และเมื่อ 12.00 น. ก็มี Reception โทรมาถามด้วยเสียงสุภาพว่าเราประสงค์จะอยู่ต่ออีกคืนหรือเปล่า ประเทศเค้าคงตรงเวลามาก เห็นถึงเวลาแล้วเรายังไม่เห็นเราเลยโทรมาถามค่ะ

แฮ่กๆๆ ทำทุกอย่างด้วยความเร็วสูง เสร็จทันเวลาพอดี ^^

เมื่อ Check out แล้วก็ไม่มีห้องให้เก็บของค่ะ เลยต้องใช้บริการับฝากกระเป๋าของโรงแรม ดูไม่น่ากลัวเลยเพราะมีห้องเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ (แต่วันนี้แขกคงจะเยอะจริงๆ กระเป๋าล้นออกมาข้างนอก) เราจะได้รับใบรับฝากกระเป๋าที่เขียนด้วยว่าเราฝากทั้งหมดกี่ใบ และที่กระเป๋าที่เราฝากจะมีป้ายห้อยไว้ว่านี่คือใบที่ 1/3, 2/3 และ 3/3



เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เราก็พร้อมลุยต่อค่ะ แผนวันนี้ไม่มีอะไรเลยค่ะ นอกจากไปซื้อเสื้อ Bossini ที่ตั้งใจไว้ เป็นยี่ห้อที่เชอรี่หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องซื้อให้ได้ เพราะแบบสวยกว่าบ้านเราแล้วก็ราคาถูกมาก ช่วงนี้ไม่ค่อยมีโปรโมชั่น แต่เน้นของแถมค่ะ ช่วงที่เชอรี่ไปเป็นโปรซื้อครบ 600 HKD ได้ร่ม Winnie the Pooh 1 อัน ไม่ยากค่ะ ซื้อ 1,000 เลย 55

ได้ร่มมาแล้ว เห่อเสื้อใหม่ใส่ถ่ายรูปซะเลย ชอบง๊า ^O^

เที่ยวตามสไตล์เชอรี่กับเอ็มคือการเที่ยวแบบอิสระ ไม่มีเวลาแน่นอน วันนี้เราต้องข้ามไปมาเก๊าแต่บ่าย 2 แล้วเรายังไม่รู้ว่าจะไปกี่โมง มีแต่ความรู้สึกอยากอยู่ต่อ ก็เลยเดินช้อปปิ้งถนนนาธานเมื่อยก็ไปนั่งกินแมคตามประสา เข้าไปหลายร้านเช่น H&M หรือ Uniqlo พบว่ามีแบบมากกว่าแต่ราคาเท่าๆกันหรือสูงกว่านิดหน่อย ช้อปไม่สนุกค่ะ ไปหาอะไรอร่อยๆทานดีกว่า

ทริปนี้ตั้งใจว่าจะทานร้านไม่ซ้ำกันเพื่อจะได้ลองร้านใหม่ รสชาติใหม่ เลยตัดสินใจไปร้าน Lin Kee Hotpot บนถนน Chatham South กินติ่มซำตามที่คนอื่นๆเคยรีวิวและบอกว่าอร่อยและไม่แพง



เราสั่งมาหลายอย่างเพราะอยากจะกินตุนไว้เผื่ออาหารที่มาเก๊าจะไม่อร่อยตามที่เคยอ่านเจอ พบว่าอาหารร้านนี้ไม่อร่อยอย่างที่คาดหวังไว้ แต่ไม่ถึงกับไม่อร่อยนะคะ พอใช้ได้ ถ้าให้แนะนำควรไปทานร้าน Sweet Dynasty ถนน Canton ดีกว่า ^^


เพื่อความปลอดภัยโปรดมองซ้าย-ขวาก่อนเลี้ยว


สมควรแก่เวลาที่เราจะต้องไปมาเก๊าแล้วค่ะ ก่อนกลับเราต้องแวะไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมแล้วลง MTR ไปสถานี Sheung Wan เพื่อไป Sheung Wan Ferry Terminal นั่งเรือเฟอร์รี่ไปมาเก๊า

เมื่อถึง MTR Sheung Wan แล้วจะต้องคืนบัตร Octopus ที่เราซื้อเมื่อวันก่อนในราคาใบละ 150 HKD มูลค่าในบัตรเหลือ (14 HKD + มัดจำ 50 HKD) หักค่าธรรมเนียม 9 HKD เชอรี่ได้คืน 55 HKD สรุปใช้ไป 95 HKD หรือประมาณ 370 บาท เป็นค่าเดินทางสำหรับ 3 วันถูกมากๆ

ไม่แนะนำให้ซื้อบัตรนักท่องเที่ยวรายวัน 55 HKD นะคะ



ไปตะลุยมาเก๊ากันเถอะ !! 

ถึง Sheung Wan Ferry Terminal ในเวลาประมาณ 17.15 น. ก็รีบไปดูบอร์ดแสดงเวลาการเดินเรือของแต่ละบริษัทว่ามีรอบไหนบ้าง เราควรซื้อรอบที่เร็วที่สุดค่ะ เพราะท่าขึ้นเรืออยู่ไม่ไกลและจะได้ไม่ต้องรอนาน

ตารางแสดงเวลาเดินเรือ

ช่องซื้อตั๋วเรือ

บริษัทที่มีรอบเรือเร็วที่สุดคือ Turbo Jet เวลา 17.30 น. เราไม่ต้องพูดอะไร วิ่งค่ะ

แอบบ่นพนักงงานแล้วว่าแกล้งให้ที่นั่งไม่ติดกันได้ไง ไปนั่งแล้วถึงรู้ว่าเป็นเบาะ 2 ที่นั่งติดกัน ^^"

ตามมาทางนี้เลยค่ะ ห้ามช้า เดี๋ยวตกเรือ เจอป้าย West Bridge แล้วเข้าไปเลย

วิ่งค่ะ เราต้องไปผ่าน ตม. ในนี้อีกนะคะ

หลังผ่าน ตม. ทุกคนวิ่งแล้วค่ะ กลัวตกเรือ อยากจะกระโดดตรงนี้เลย > <"

ทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก ตอนนี้เรานั่งอยู่ในเรือแล้ว เวลา 17.30 น. ตามเวลาเป๊บเลย แฮ่กๆๆๆ

ที่นั่งอยู่ชั้นบน เรือชั้นบน โครงเครง ชวนเมาเรือมาก

เรือลำนี้แหละที่พาเรามาส่งมาเก๊า

เราต้องกรอกใบ Immigration เพื่อเข้าประเทศมาเก๊าอีกรอบค่ะ เป็นใบใหม่สามารถหยิบใบนี้ได้บนเรือเพื่อกรอกล่วงหน้าหรือว่ามากรอกที่หน้า ตม. เลยก็ได้ ตม. ที่นี่มีช่องบริการเยอะแต่ว่าคนเดินทางไม่เยอะมากค่ะ เลยทำให้ไม่ต้องรอนาน

ภายในท่าเรือ Macau Ferry Terminal 

เมื่อตรวจ ตม. ออกมาแล้ว ด้วยความที่อ่านรีวิวไม่ค่อยเข้าใจ เลยต้องไปขอแผนที่มาเก๊าและถามทางกับเจ้าหน้าที่ โรงแรมที่เชอรี่พักอยู่ไม่ไกลจากเซนาโด้ แสควร์ เลยไปไม่ยากเลยค่ะ นั่งรถเมล์สาย 3A ราคาคนละ 3.2 MOP แน่นอนค่ะ เราไม่มีเหรียญพอดีกับค่าโดยสารและเค้าก็ไม่ทอนซะด้วย เลยจำได้ต้องหยอดไป 10 MOP T_T

คนต่อคิวเพื่อนั่ง Taxi มีวินัยมาก

นั่งรถเมล์ไม่นานก็ถึงโรงแรมแล้ว คืนนี้เราพักกันที่โรงแรม Ole Tai Sam Un เป็นโรงแรมน่ารักๆ สะอาด ทำเลดี ราคาไม่แพง พนักงานบริการดีมาก ประทับใจอีกแล้วค่ะ ^^


เมื่อพักแข้งพักขาเรียบร้อยแล้ว เราก็พร้อมลุยต่อทันที ที่แรกที่เราจะไปคือเซนาโด้ แสควร์ เพราะอยู่ใกล้ที่พักที่สุดแล้ว และมีร้านอาหารที่ใครๆต่างรีวิวว่าอร่อยมาก พลาดไม่ได้ เลยจะทานมื้อแรกเลย เผื่ออร่อยจะได้ไปฝากท้องทุกวัน ^^

ระหว่างร้านขายลูกชิ้นมีคนมุงซื้อเยอะมากๆ แต่เรามีเป้าหมายชัดเจน ไม่แวะค่ะ



ถึงแล้วค่ะ เซนาโด้ แสควร์

เซนาโด้ แสควร์ ประมาณสยามบ้านเรา เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่รวมร้านอาหารมากมาย ขอเดินสำรวจหน่อยแล้วกันค่ะ มีแบรนด์เยอะมาก ไม่เจอห้าง ทุกแบรนด์เป็นร้านแยกออกมาต่างหาก เช่น Bossini, Giordano, Esprit Outlet, The Body Shop, Sasa, Estee Lauder, SKII, Swarovski, McDonald's, Starbucks, SmartTone ขายซิมโทรศัพท์ แม้แต่ร้านนารายาของบ้านเรา

เห็นสีเขียวๆ ด้านขวาก็ยิ้มออกแล้ว ^O^


เจอแล้วค่ะ ร้านทาร์ตไข่แสนอร่อย (ชอบร้านนี้กว่าร้านหน้าซากโบสถ์เซนต์ปอล)

น่ากิน+หิวมาก ขอหม่ำทันทีเลย อร่อยมาก

เมื่อสำรวจเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็นค่ะ ตามตารางเราจะไปทานก็กันที่ร้าน Wong Chi Kei ร้านนี้หาไม่ยากเลย เดินเข้ามาเซนาโด้นิดเดียวก็เจอเลย ร้านอยู่ด้านซ้ายก่อนถึง Starbucks จุดสังเกตง่ายๆเลย คือ คนต่อคิวเข้าร้านเยอะมาก (เห็นแบบนี้ยิ่งมีความหวังสุดๆ เรารอดตายแล้ว)

เมนูที่ทุกคนบอกว่าพลาดไม่ได้ คือ บะหมี่ไข่เกี๊ยวกุ้ง สั่งทันทีเลย และอยากชิมบะหมี่ผัดเนื้อ พร้อมคะน้าฮ่องกงอีกจาน แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะสั่งน้ำอะไรดีเลยขอสั่งเท่านี้ก่อน

เมื่ออาหารมารีบหม่ำเลย เพราะความตั้งใจสูง+หิว แล้วเราทั้ง 2 ได้แต่มองหน้ากันแปลกๆ แล้วก็บอกว่าไม่สั่งน้ำเพิ่มแล้วกันเน๊อะ เดี๋ยวเราไปกิน Starbucks กันดีกว่า อีกทั้งมองไปเห็นพนักงานชงดูแล้วไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่ด้วย


  • บะหมี่เส้นค่อนข้างแข็ง เกี๊ยวไม่สดเท่าที่ฮ่องกง 
  • บะหมี่ผัดเนื้อเส้นเยอะมาก เนื้อน้อย รสชาติจืด มันและเลี่ยน
  • คะน้าฮ่องกงราดซอส นึกว่าซอสจะอร่อยเหมือนร้านอื่นเลยเทหมดถ้วยเลยค๊า ปรากฏว่าเค็มปี๋ไม่มีรสชาติอื่นเลย ทานไม่ไหว

คิดถึงอาหารอร่อยๆที่ฮ่องกง T_T 

ภายในชั้น 2 ของร้าน

ตอนนี้เวลา 4 ทุ่ม อากาศหนาวและมีหมอกเยอะค่ะ แต่เรามีความประสงค์จะท่องราตรีไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนดกลับโรงแรม เราเดินตรงไปเรื่อยๆจากเซนาโด้ แสควร์ เพื่อชมแสง สี ยามค่ำคืนของเกาะมาเก๊า

ถนนไม่ค่อยมีรถ แต่ทุกคันที่ขับซิ่งสุดๆเลย

คาสิโนแรกที่เราเดินผ่าน สีสันสวยจริง

ต่อมาก็เป็น Grand Lisboa หมอกเยอะมากๆ

สามล้อนั่งชมเมือง สำหรับคนที่อยากชมเมืองแบบชิลๆ

มองไปทางไหนก็สวยไปหมด

ถึงแล้วค่ะ คาสิโน จะแวะซ้ายหรือขวาก่อนดี > <"

นั่งจีบกันอยู่ริมน้ำชมวิวสะพาน มาเก๊า ทาวเวอร์ กับอากาศเย็นๆโรแมนติกสุดๆเลย

มาแวะ Louis Vuitton ที่ Wynn Macau เที่ยงคืนแล้วร้านยังเปิดบริการ

ขณะนี้เวลาประมาณตี 2 เราเดินครบทุกจุดที่เราต้องการแล้ว
ตอนนี้เราอยู่ห่างจากจากโรงแรมประมาณ 3 กิโล เดี๋ยวเราจะเดินกลับกัน อ๊ากกกกกก > <"

กลับมาถึงโรงแรมอีกครั้งด้วยสภาพหมดแรงสุดๆ ขาจะหลุดให้ได้ แต่สามีที่น่ารักก็ ...
นวดเท้าให้จนดีขึ้นเลย น่ารักที่สุด <3

นอนหลับฝันดีที่มาเก๊านะคะ ^^


ChillMacau วันที่ 4 : พาเที่ยวเซนาโด้ สแควร์, วัดอาม่า, Macau Tower, TheVenetian และคาสิโน


นับเป็นหนึ่งเรื่องที่ดีๆเมื่อเรามาเที่ยวแล้วได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โรงแรมที่เรานอนไม่มีอาหารเช้าให้ วันนี้เราเลยตื่นเที่ยงเลย อาบน้ำ แต่งตัวออกจากโรงแรมก็บ่ายโมงพอดี ^^

ด้วยความที่เมื่อวานลองไปทานร้านอาหารแนะนำแล้วไม่อร่อยอย่างที่คาดหวังไว้ เลยต้องมองหาร้านใหม่ใกล้ๆโรงแรมแทนค่ะ โดยเทคนิคหาีร้านอร่อยของเชอรี่ก็ไม่ยากเลยค่ะ แค่มองหาร้านที่ลูกค้าเยอะๆ ซึ่งมีความน่าจะเป็นว่าอร่อย ^^ 

เริ่มจากออกจากหน้าโรงแรม Ole Tai Sam Un Hotel, Rua da Telicidade โรงแรมที่เชอรี่พัก ออกไปทางซ้ายเลยค่ะ จะเจอร้านของฝาก ร้านขนมมากมาย รวมถึงร้านอาหารที่เป็นภาษาจีนล้วนๆ อ่านไม่ออกเลย และที่สำคัญ ไม่มีคน เลยต้องเดินผ่านไปก่อน

ร่างกายขาดความหวานมาหลายวัน เมื่อเดินมาเจอร้านขายผลไม้สด ภายในร้านมีผลไม้ใส่แก้ว ที่เต็มไปด้วยภาษาจีน อ่านไม่ออกเหมือนเดิม มองไปแล้วมีสตอเบอรี่ดูสดมาก ลูกใหญ่ราคา 25 MOP ชี้ๆบอกว่าเอาอันนี้ พนักงานหยิบให้แต่ไม่ยอมปั่น คุยกันไม่รู้เรื่อง สุดท้ายมีนางฟ้ามาช่วยเป็นล่ามให้




ได้มาแล้วค่ะ เป็นสตอเบอรี่ปั่นล้วนๆเลยแต่หอมมาก แนะนำให้ทานแบบสดใส่แก้วจะดีกว่า ^^"

เริ่มเดินทางต่อค่ะ คราวนี้เป็นทางค่อนข้างเงียบกว่าเดิมอีก แต่ดูคลาสสิคดี เดินได้เรื่อยๆ ไม่ร้อนเลย

เดินตรงไปไม่ไกลเจอร้านนี้ค่ะ คนต่อคิวเยอะมาก แต่ไม่รู้ว่าขายอะไร คนขายพูดอังกฤษไม่ได้ เราก็อ่านภาษาจีนไม่ออก รูปภาพก็ไม่มี ดูท่าทางแล้วน่าจะอร่อย ส่งเอ็มไปต่อคิวก่อนแล้วกัน

แล้วเชอรี่ก็เดินสำรวจร้านอาหารต่อ เจออีกหลายร้านเลย สำรวจไว้เผื่อวันพรุ่งนี้ เจอหลายร้านน่าสนใจเลย

ร้านบะหมี่เกี๊ยว ลูกค้าในร้านเยอะมาก

ร้านอาหารทะเล แต่ในร้านมีแค่ 1 โต๊ะ 

ร้านอาหารจีน มีหูฉลามด้วย มีหลายโต๊ะเหมือนกัน แต่ร้านนั้นน่าจะดีที่สุด

ร้านนี้คนแน่นร้านเลยค่ะ มี wi-fi ฟรีด้วย สรุปว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะมาฝากท้องที่ร้านนี้

สงสัยเชอรี่จะสำรวจร้านนานไปค่ะ ถึงคิวแล้ว เอ็มเลยชี้ไปที่เมนูที่มีเลข 40 MOP ลุ้นกันไม่นานอาหารเช้าเราก็มาเสิร์ฟแล้ว มันคือ หูฉลามที่ใส่เยื่อไผ่และไก่ฉีกร้อนๆเลย ทานแล้วอุ่นท้องมาก อร่อยมากด้วย  แป๊บเดียวเหลือแต่ช้อนเลย :P

หูฉลามของเชอรี่กับเอ็ม

ชามนี้เป็นของแก๊งเกาหลีที่นั่งโต๊ะเดียวกัน ชามประมาณ 4 คนอิ่ม เลยขอถ่ายรูปด้วย ราคา 280 MOP ค่ะ

เมนูร้านหูฉลามค่ะ เอามาฝาก เผื่อใครจะอ่านออก

จากร้านหูฉลามไม่ไกลจากเซนาโด้ สแควร์ค่ะ ข้ามถนนก็เจอแล้ว วันนี้เป็นวันเสาร์ค่ะ คนเยอะมากๆ

เต็มไปด้วยผู้คนทุกมุม

สำนักแห่งควาเมตตา

ข้างในสำนักแห่งควาเมตตา

เจอแล้วค่ะ ร้าน Smartone ที่เราตามหา แวะซื้อซิมสำหรับเล่นเน็ตและไว้เผื่อเราหลงกัน จะได้โทรหากันได้ ราคาไม่แพงเลย ค่าซิม 10 MOP และสำหรับใช้โทรออกหรือเล่น Internet อีก 40 MOP สรุปคือซื้อซิมใหม่ราคาไม่เกิน 200 บาทค่ะ เชอรี่ใช้ 3 วันเหลือๆเลย แนะนำให้ซื้อกับร้านร้านนี้เพราะที่เดินหาพบว่าราคาสูงถึง 100 MOP เลย และพนักงานยังพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้างด้วย

ข้างร้าน Smartone มีคิวต่อซื้ออะไรสักอย่าง เลยเข้าไปสืบดู

ปรากฏว่าเป็นร้านขายบะหมี่ค่ะ น่าจะมีดีที่ลูกชิ้น มีที่นั่งให้ด้วยนะคะ

นารายาเรามาไกลถึงที่นี่เลย

เป้าหมายต่อไปคือซากโบสถ์เซนต์ปอล การเดินทางไม่ยากค่ะ จากเซนาโด้ สแควร์ เดินไปทางที่มีคนเยอะๆ ไปทางที่เบียดๆ แสดงว่าเราไม่หลงทางค่ะ 
ทางลอยไปซากโบสถ์เซนต์ปอล เบียดขนาดนี้จนแทบไม่ต้องเดินเลย ^^"

ถึงหน้าซากโบสถ์เซนต์ปอลแล้ว แต่คนเยอะมากๆ เจอสามล้อถีบให้ถ่ายรูปฟรีด้วย มีหลายแบบหลายคันเลย ต้องขอซะหน่อย 
ซิ่งเลยค๊าา ...


บรรยากาศหน้าซากโบสถ์เซนต์ปอล คนเยอะทุกมุม

มีวัยรุ่นเต้นโชว์ด้วย เพลงสากลแต่ให้ความรู้สึกจีนจ๋ามาก

ข้างหลังซากโบสถ์เซนต์ปอลเป็นพิพิธภัณฑ์ (เข้าฟรี) แนะนำให้เข้าชม

ทาร์ตไข่หน้าซากโบสถ์เซนต์ปอล รสชาติอร่อย แต่แป้งตรงก้นเยอะไปหน่อย ^^"

เป้าหมายต่อไปของเราคือวัดอาม่า การเดินทางเราจะต้องเดินย้อนไปหน้าเซนาโด้ สแควร์ แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไป 1 แยกไฟแดงแล้วข้ามถนน ป้ายรถเมล์อยู่หน้า Macau Sqaure 

อ่านป้ายเช่นเดิมค่ะ ว่าเราจะต้องเดินทางด้วยรถเมล์สายอะไร

เจอแล้วค่ะ สาย 7 สุดสายเลย ค่าโดยสารคนละ 3.2 MOP

ถึงแ้ล้วค่ะ วัดอาม่า

ภายในวัดมีคนไหว้ขอพรเยอะมาก ควันธูปโขมงเลย



เมื่อไหว้พระ ขอพร เรียบร้อยแล้ว ก็จะไปที่ที่เชอรี่อยากไปมาก คือ Macau Tower ค่ะ ดูแผนที่รถแล้วสุดสายทุกคันเลย เราไม่อยากนั่งรถย้อนกลับไปที่เดิม เลยถามคนขายของแถวนั้น เค้าบอกว่าเราสามารถเดินไปได้ค่ะ ประมาณ 15 นาที!!

ลองเดินออกจากด้านซ้ายของวัด

เดินจนสุดทางเลี้ยวขวา

เจอทางแยกแล้วเลี้ยวซ้าย

ข้างหน้ามีป้ายรถเมล์ค่ะ รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันที

ทำหน้าอาลัยอาวรณ์ใส่ในรถเมล์สาย 26 ผู้โดยสารใจดีถามว่าจะไปไหน พอบอกว่า Macau Tower เค้าบอกว่าให้ขึ้นรถมา รถวิ่งไปเกือบๆ 2 กิโลเลยค่ะ ถ้าเดินก็ลิ้นห้อยเลย 

โชคดีมากค่ะ ผู้โดยสารใจดีบอกว่าให้ลงป้ายตรงนี้ แล้วเดินไปต่อ วิวตรงนี้สวยมาก แวะถ่ายรูปกันซะเลย

มองไกลๆแบบนี้ประมาณ 1 กิโลเห็นจะได้ แต่ทางเลียบริมน้ำ เดินชิลๆ ได้ภาพสวยๆด้วย

และแล้วก็มาถึง Macau Tower ที่รอมานาน ไม่รอช้า รีบเข้าไปกันเล้ยยย


ราคาค่าเข้าชมคนละ 130 MOP

มองลงข้างล่างจากชั้น 58 เสียวไส้สุดๆ > <"

ตรงนี้ทำขาสั่นเลยค่ะ คิดว่าถ้ามันแตกนะ หึ หึ ^^!

อยู่ดีๆก็มีคนลอยผ่านหน้าไป พร้อมกับเสียงกรี๊ดสนั่นตึก ต้องรีบตามไปดูแล้ว

ขึ้นลิฟท์ขึ้นมาชั้น 61 มีหลายแพ็คเกจให้นักท่องเที่ยวเลือกกันตามใจชอบ จะกระโดดหมู่ โดดคู่ โดดเดียว จะ Skywalk หรือ Skyjump แค่อ่านป้ายก็ใจเต้นตุบๆแล้ว

Skywalk

Skyjump

ชมวิวสวยๆก็มีความสุขแล้วค่ะ

เมื่อสูดบรรยากาศดีๆจนเต็มปอดแล้ว เราก็นั่งรถฟรีที่หน้าตึก Macau Tower ไปที่ City of Dreams คาสิโนใหญ่ฝั่งเกาะไทปากันค่ะ
รถบริการฟรีของ City of Dreams



เมื่อสุดท้ายที่ทานคือหูฉลาม แน่นอนค่ะ ตอนนี้หมดพลังและท้องร้องจนไม่สามารถจะชิลต่อได้แล้ว เลยแวะทานมื้อเย็นที่ Food Paradise ชั้น 2 ของ City of Dreams เนื่องจากเราไม่ได้เตรียมตัวก่อนว่าจะมาทานที่นี่ วิธีที่ดีที่สุดคือ "สั่งเมนูแนะนำ" 
  • เนื้อห่าน (Roasted Goose) 98 HKD
  • ข้าวหน้าปลาไหล (Teriyaki Eel w/ rice) 98 HKD
  • ถั่วแดง (Red bean in iced milk) 22 HKD
  • ไฮเนเก้น 1 ขวด ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้ แต่รสชาติดีที่สุดในทุกอย่างที่สั่งค่ะ

ฉลองกันหน่อย


แสงสีสวยๆของ City of Dreams

พร้อมเข้าไปเยี่ยมชม Casino ยังค่ะ ^^

โชว์ที่ The Venetian 

มาดึกเกิน ไม่มีเรือ Gondola แล้ว 

เปลี่ยนใจไปเสี่ยงโชคดีกว่า วันนี้ดวงดีคับ เฮง เฮง เฮง

รถเมล์ในมาเก๊าส่วนใหญ่จะวิ่งรอบสุดท้ายเวลาเที่ยงคืน กว่าเชอรี่จะออกจากคาสิโนก็เที่ยงคืนครั้งแล้ว ไม่มีรถข้ามไปฝั่งมาเก๊าได้เลย ลองเดินไปที่ City of Dreamsโชคดีที่พนักงานใจดีมาก บอกว่าให้รอก่อน เดี๋ยวจะมีรถพาไปส่งท่าเรือ ถ้านั่ง Taxi ต้องหมดตัวแน่ๆ ^^
รถพามาส่งที่นี่ค่ะ Outer Harbour Ferry Terminal 

ตอนนี้อยู่ห่างจากโรงแรมประมาณ 5 กิโลเองค่ะ เรา 2 คนตัดสินใจนั่ง Taxi ไปคาสิโนเพราะเรารู้ว่าวันนี้ "เราจะรวย เราจะรวย" แล้วเราก็รวย เล่น 2 ที่ได้เงิน 280 HKD กลับโรงแรมตี 3 ครึ่งอย่างสบายใจ <3



Comment

Ads