Sunday, May 27, 2012

รีวิว: ช่างบรรพต - ช่างแต่งหน้าในงานแต่งงานเอ็ม & เชอรี่

 

ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว นับว่าเป็นเรื่องที่ว่าที่เจ้าสาวทุกคนให้ความสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าช่างแต่งหน้าเก่งๆสามารถเนรมิตเราให้เป็นเจ้าหญิงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่ว่าช่างแต่งหน้าคนนี้จะแพงเท่าไหร่ จะต้องจองล่วงหน้านานแค่ไหน ฉันก็สู้ตาย!!!

เชอรี่ก็เป็นคนหนึ่งค่ะที่คิดแบบนี้ โดยเริ่มหาข้อมูลจาก www.weddingsquare.com ด้วยความที่เราจ่ายเงินเองทั้งหมด มีงบประมาณจำกัดเลยตั้งงบประมาณที่ 5,000 บาทต่อรอบ แต่เจอช่างที่เข้าตาราคาก็ 7,000 บาทต่อรอบแล้ว เลยตัดสินใจขยับงบ และสรุปที่พี่หนุ่ม http://www.nummakeup.com/ เพราะเพื่อนแนะนำ พร้อมทั้งดูผลงานและอ่านรีวิวอย่างตาเปียกตาแฉะ ตกลงจองตั้งแต่ต้นปี และโอนเงินมัดจำอย่างรวดเร็ว

แต่ด้วยมีเหตุน้ำท่วม กำหนดการจากเดิม 10 ธันวาคม 2554 จึงเลื่อนงานแต่งเป็นวันที่ 14 มกราคม 2555 พี่หนุ่มไม่ว่างแล้ว แต่พี่หนุ่มก็น่ารักค่ะ ขอเลขที่บัญชีเพื่อโอนเงินคืนทันที พร้อมแนะนำช่างแต่งหน้าคนอื่นๆให้เราอย่างเห็นใจ

สิ่งแรกที่ต้องทำนาทีนั้นคือหาช่างแต่งหน้าด่วน!! เพราะอีกไม่ถึง 3 เดือนจะถึงงานแล้ว เลยต้องทำการบ้านหนักมากๆ เลือกช่างแต่งหน้าทั้งหมดที่มีใน List เกือบ 20 คน มีว่างแค่ 3 คน 
  • สุดท้ายตัดสินใจเลือกพี่บรรพตค่ะ http://www.weddingsquare.com/banpot/ ด้วยราคาที่รอบละ 8,000 บาท จากการหาข้อมูลผ่าน Internet เหมือนเดิม อ่าน Comment เยอะมาก 
  • เจ้าสาวเขียนขอบคุณพี่พตเยอะมาก เป็นแชมป์แต่งหน้าเจ้าสาวประเทศไทยด้วย แต่ทำไมยังว่าง สงสัยบร๊ะเจ้าจะเห็นใจเรา รีบตกลงและโอนเงินมัดจำทันทีค่ะ
นัดดูตัวเจ้าสาว ^^

3 อาทิตย์ก่อนงาน พี่พตนัดเจอกันที่สยามเพื่อดูว่าทรงผมที่เลือกมาเข้ากับหน้าเราหรือเปล่า
  • ทรงผมที่เชอรี่เลือกคือรูปข้างล่างนี้ค่ะ พี่พตแนะนำให้ไปตัดผมข้างหน้าออกเล็กน้อย
  • พี่แกบอกว่าวันงานห้ามสระผม สระผมครั้งล่าสุดห้ามใส่ครีมนวด เพราะจะทำให้ยีผมไม่ขึ้น และที่สำคัญวันงานให้อาบน้ำ ล้างหน้าโดยไม่ต้องทาครีมหรือแต่งหน้าใดๆ 
  • พี่พตมีครีมที่เหมาะกับสภาพผิวเรา ช่วยให้เครื่องสำอางติดทน และหน้าไม่มันค่ะ ด้วยความที่เราเป็นผิวแพ้ง่าย เลยถามว่าขอใช้ครีมตัวเองได้มั้ย กลัวแพ้ เพราะถ้าแพ้ผื่นขึ้นเร็วมาก พี่แกบอกว่า ไม่ต้องห่วง เป็นช่างแต่งหน้ามาสิบกว่าปี ไม่เคยทำใครแพ้ เลยหมดห่วงค่ะ
  • ถามว่าใช้เครื่องสำอางค์ยี่ห้ออะไร ก็ได้คำตอบว่าอะไรดีก็ใช้ยี่ห้อนั้น เลือกใช้ตัวที่ดีที่สุดของแต่ละยี่ห้อค่ะ
แบบทรงผมที่เคยเลือกไว้
  • พี่พตใช้เวลาแต่งหน้าและทำผม 3 ชั่วโมงค่ะ
  • วันแต่งงานเลยนัดกัน 13.00 น. ที่นัดเร็วเพราะอยากไปดูหน้างานเอง ซ้อมร้องเพลง ซ้อมเดินในงานตั้งแต่ 16.00 น. พี่พตบอกว่าถ้าได้เลขห้องเจ้าสาวให้ส่ง SMS ไปบอก พอถึงเวลาจะมาหาที่ห้องเอง นัดกันง่ายดีค่ะ 

เครื่องสำอางค์กล่องโตของพี่พตค่ะ

เมื่อวันแต่งงานมาถึง

ถึงวันงานพี่พตมาตรงเวลามากค่ะ 13.00 น. มากดกริ่งที่ห้องแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังนั่งทานข้าวอย่างเร่งรีบกันอยู่เลย เนื่องจากช่วงเช้าเรามีพิธียกน้ำชากัน

สิ่งที่เจ้าสาวทุกคนต้องการคืออยากสวยที่สุด!! เชอรี่ก็เช่นกันค่ะ เลยบอกพี่พตว่า "ขอตาโตๆนะคะพี่" อะไรก็ช่าง ขอตาโตไว้ก่อน 55

พี่พตเริ่มทาครีมให้ก่อนค่ะ เป็นมอยเจอร์ของ Lancome ลงรองพื้น ลงสีที่แก้ม กันคิ้ว จากนั้นก็เริ่มส่วนที่สำคัญที่สุด คือ "ตา" ค่ะ พี่พตบอกว่าจะทำให้วันนี้เชอรี่เป็นเจ้าสาวที่ตาโตและสวยที่สุดค่ะ

ทาครีมและลงรองพื้น รองแป้งที่เบามากค่ะ พี่พตบอกว่าไม่อยากให้ดูหนักไป

ทาเปลือกตา

เขียนคิ้ว

  
เขียนขอบตาบน

เขียนขอบตาล่าง

ตา คิ้ว เรียบร้อย

การแต่งตาเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุดค่ะ ใช้เวลานาน 2 ใน 3 ของเวลาทั้งหมดก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะต้องทาเปลือกตาให้ดูสวยคมมีมิติ แล้วยังต้องทาขอบตาบนและล่างให้ดูตาคมโตอีกด้วย

การเขียนขอบตาไม่ใช่แค่เขียนปาดๆไม่กี่ครั้ง แต่มันจะต้องย้ำๆที่ขอบตาบนและล่าง ย้ำมากๆซ้ำๆก็น้ำตาซึมค่ะ เพราะเกร็ง ขยับตาไม่ได้ และต้องสู้กับดินสอเขียนและพู่กันค่ะ จากนั้นก็ดัดและติดขนตาปลอม เคล็ดลับสวยเด้งของงานนี้

ติดขนตาปลอม นางเอกของงานนี้

เมื่อตาสวยแล้ว ส่วนที่เหลือก็ไม่ยากค่ะ พี่พตให้ดื่มน้ำก่อนทาปากค่ะเพราะต่อจากนี้จะทานน้ำไม่สะดวกแล้ว จากนั้นก็เริ่มวาดขอบปาก ทาสี และทาแก้มเป็นลำดับสุดท้าย ด้วยเวลาไม่ถึง 10 นาที

เมื่อหน้าสวยแล้วก็ต้องทำผมค่ะ พี่พตไม่ได้ทำผมให้ค่ะ เพิ่งรู้ตอนนั้นเหมือนกัน ช่างทำผมชื่อพี่รุ่งค่ะ เป็นทีมเดียวกับพี่พต เจ้าสาวคนไหนใช้พี่พตก็จะต้องเจอพี่รุ่งค่ะ ฝีมือดีมาก อย่างที่บอกตอนต้นว่าเชอรี่เลือกผมเกล้าไว้ แต่ตัดสินใจกระทันหันว่าขอเปลี่ยนทรงใหม่ ซึ่งพี่รุ่งก็เพิ่งเคยเห็นทรงนี้เลย แต่ด้วยความเชี่ยวชาญทำผมเจ้าสาวมาเยอะ พี่รุ่งบอกว่า "ไม่ยากๆ เดี๋ยวพี่จัดให้" ทำเราอุ่นใจเลย

แบบทรงผมที่จะทำวันนี้

เริ่มจากม้วนผมค่ะ

ยีผม และใส่เทียร่าค่ะ

จับนิดๆหน่อยๆหน่อยสวยเลย

อัดสเปรย์ผมแบบกระหน่ำ เพื่อให้ผมอยู่ทรง ฉีดเยอะขนาดนี้คาดว่าตีลังกาผมก็ยังไม่เสียทรงค่ะ 55

ด้านหลังสวยเป๊ะมาก

สวยแล้ว ยิ้มแฉ่งเลยค่ะ ^o^

เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง จากผมฟูๆที่ยีไว้ กลายเป็นทรงผมเจ้าสาวสวยปิ๊ง เหมือนในรูปเลย ส่องกระจกไปยิ้มไปค่ะ ชอบมาก นึกว่าเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่จบค่ะ พี่รุ่งบอกว่าเราต้องมีภาระกิจใส่ชุดอีก ให้เข้าห้องน้ำเรียบร้อยเผื่อคืนนี้เลยนะ เพราะหลังจากนี้เชอรี่จะไม่มีโอกาสเข้าห้องน้ำอีก ตอนแรกก็คิดว่าเป็นคำขู่ค่ะ พอถึงงานก็รู้ว่ามันจริงๆด้วย

เนื่องจากว่าชุดเจ้าสาวของเชอรี่เป็นเชือกร้อยด้านหลัง ไม่สามารถใส่เองได้แน่นอน เลยต้องเข้าห้องน้ำไปกระโดดใส่ในชุดและขยุ้มชุดออกมา ที่บอกว่ากระโดดใส่ชุดนี่ไม่ได้เวอร์ค่ะ เพราะชุดเชอรี่พองมาก และสูงมาก ต้องใช้วิธีกระโดดเข้าชุดค่ะ เจ้าสาวหลายคนอาจจะต้องใช้วิธีเดียวกัน 55

โชคดีมากค่ะที่มีพี่รุ่งช่วยใส่ชุด เพราะก่อนร้อยเชือกชุดด้านหลัง พี่รุ่งบอกว่า

"เชอรี่ โกยค่ะ โกยเยอะๆ โกยเลย"

เอ่อ ... ตากล้องผู้ชายเต็มห้องเลย -__-" แล้วก็โกยไม่เป็นด้วย ที่สำคัญอายง๊าาาา เมื่อผ่านพ้นวินาทีนั้นไปได้ พี่รุ่งจะต้องลงรองพื้นที่ตัวให้ด้วย เพื่อความเรียบเนียนค่ะ

 พี่รุ่งช่วยลงแป้งให้ตัวดูผ่องๆ

พี่รุ่งช่วยใส่ต่างหูค่ะ


มาดูที่เจ้าบ่าวสุดหล่อของเราบ้าง ใช้เวลาน้อยนิดมาก หน้าและผมรวมกันไม่ถึง 20 นาที

ลงแป้งนิดหน่อยเพื่อให้ดูเรียบเนียน

ไดร์ผมทั่วๆให้เป็นทรง

 เจ้าบ่าวเริ่มหล่อเป๊ะแล้ว

 หล่อขนาดนี้ ขอถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยดีกว่า 

เจ้าบ่าวของเชอรี่ หล่อเน๊อะ ^^

 ขอโชว์อีกรอบว่าหล่อจริง



หล่อ-สวย พร้อมแล้วค่ะ

สรุปแล้วเชอรี่ประทับใจพี่พตและพี่รุ่งมากค่ะ แต่งหน้าได้สวยเวอร์  ทำผมได้เป๊ะอย่างที่ต้องการ ถ้าเทียบกับราคา 8,000 บาต่อรอบ ตอนแรกที่คิดว่าแพงนะคะ ตอนนี้ไม่รู้สึกว่าแพงเลย คุ้มมากๆค่ะ รู้สึกดีใจค่ะที่มีโอกาสได้แต่งหน้าทำผมกับช่างฝีมือดีเช่นนี้

สรุป
  • แต่งหน้า-ทำผมสวยมาก จนงานจบหน้าผมยังเป๊ะเหมือนเพิ่งแต่งเสร็จใหม่ๆเลย
  • เชื่อใจได้ ด้วยความเป็นมืออาชีพ ไม่ต้องห่วงค่ะ สวยแน่นอน
  • ตรงต่อเวลา มาถูกที่ มาถึงก่อนเวลาด้วยค่ะ 
  • ใช้เครื่องสำอางค์แบรนด์เป็นที่รู้จัก เชื่อใจได้ค่ะ
  • พี่พตหน้าบึ้งไปนิ๊ดดดด จนทำให้รู้สึกเกร็งมาก ^^"
  • แปรงปัดแก้มแข็ง และขาดการทำความสะอาดไปหน่อย
  • สรุปแล้วประทับใจค่ะ คุ้มค่าคุ้มราคา ใครจะแต่งงานแนะนำเลยค่ะ



Tuesday, May 8, 2012

เป็นแฟน Geek ต้องอดทนค่าาา - ข้อแนะนำสำหรับสาวๆ ที่จะคบ Geek เป็นแฟน



หลายๆคนสงสัยว่า @Cherryjaja คือใคร ทำไมเขียนเรื่องคล้องกับเรื่อง "Geek อย่างไรไม่ให้โสด" ของ @khajochi นะคะ

เชอรี่เพิ่งแต่งงานกับเอ็มเมื่อ 3 เดือนก่อนนี้เอง เรียกง่ายๆก็คือภรรยา ค่ะ ^^” เอ็มก็นับว่าเป็นหนุ่ม Geek คนหนึ่ง หลายๆคนอาจจะสงสัยนะคะ ว่า Geek คืออะไร? จริงๆแล้ว Geek ก็คือผู้ชายธรรมดาที่บ้าคอม บ้าการ์ตูน บ้าเกมส์ มีโลกส่วนตัวสูง 

อ่านอย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งตกใจว่าเขาจะเป็นมนุษย์หุ่นยนต์ที่ไหนนะคะ จริงๆ แล้วเขาก็มีมุมน่ารักๆ ของเขาเหมือนกัน ในเมื่อเรามีแฟนเป็น Geek แล้ว เราควรที่จะทำความเข้าใจธรรมชาติของเขา เรียนรู้ ศึกษากันไป ให้ความรักของคนสองคนเข้ากันได้ และพัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้นนะคะ

เนื่องจากมีแฟนเป็น Geek มีเพื่อนเป็นหนุ่ม Geek หลายคน มีหลายอย่างที่สังเกตหนุ่ม Geek ได้ เลยอยากจะแชร์เรื่องเกี่ยวกับหนุ่ม Geek ค่ะ

ตอนแรกๆ ที่ไปออกเดทกับเอ็มก็งงว่าตานี่ทำไมล้ำขนาดนี้ ฉันยังใช้มือถือโนเกียอยู่เลย He ใช้มือถือไฮเทค PDA Phone ซะแล้ว จะทำอะไรก็เช็คตลอด จะจองตั๋วหนังก็ผ่านมือถือ ชีวิตสาวโลโซกับหนุ่มไฮเทคมันช่างต่างกันซะนี่กระไร แต่ตอนนี้ผ่านไป 7 ปี เรา 2 คนค่อยๆจูนกัน ค่อยๆปรับตัว เรียนรู้กัน จนมีวันนี้ค่ะ วันที่เรารัก และเข้าใจกันมากกว่าใคร <3

เรื่องที่เชอรี่จะเขียนนี้ไม่ได้หมายถึงเอ็มนะคะ แต่หมายถึงหนุ่ม Geek ทั่วๆไปค่ะ


ปัญหาแรกเริ่มคบกับ Geek

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนที่ได้เริ่มคบกับหนุ่ม Geek อาจจะเจอปัญหาในช่วงแรกคล้ายๆ กัน เพราะแบบว่าหนุ่ม Geek เค้าไม่ค่อยเหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนค่ะ (เป็นหนุ่มแบบพิเศษนี่เอง !!)
  • พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ บางทีหนุ่ม Geek ก็อาจจะคุยกับตัวเองหรือคุยกับคอมพิวเตอร์มากเกินไป พอจะมาคุยกับเราบ้างก็ทำให้ผู้ฟังอย่างเราลำบากบ้างเล็กน้อย จะทำยังไงได้อ่ะค่ะ ก็ต้องบอกตรงๆ ให้เค้าอธิบายแบบง่ายๆ คุยกันเยอะๆ ก็เข้าใจกันได้ค่ะ
  • สถานที่ที่เราและเขาอยากไปไม่ตรงกัน เขาอยากไปเดินที่ๆ เราไม่อยากไป เช่น พันทิป เราไปเดินด้วย ก็เดินด้วยจริงค่ะ ไม่ได้มองอะไรรอบข้างเลย เพราะไม่สนใจอะไรสักอย่าง สุดท้ายแล้วชีวิตเราก็ต้องมีจุดกึ่งกลางค่ะ ไปที่เราชอบบ้าง เขาชอบบ้าง ผลัดกันถือของก็น่ารักดีนะคะ
  • หนังที่อยากดูคนละแนว หนุ่ม Geek อาจจะชอบหนังแนวที่ต้องคิดเยอะๆ ซับซ้อน ไปดูด้วยทีไรหลับทุกที แต่เราชอบรักหวาน โรแมนติก หรือ GTH ก็ผลัดกันดูค่ะ แอ๊กชั่นบ้าง โรแมนติกบ้าง ไปดูกับคนรักยังไงก็มีความสุขอยู่แล้ว
  • อาหารที่ทานคนละสไตล์ จากที่สังเกตหนุ่ม Geek จะคล้ายๆ กันคือ ทานเมนูง่ายๆ เคยทานก็จะทานเหมือนเดิม ไม่หาเมนูใหม่ เพราะรู้สึกว่าทานได้ ปลอดภัย แต่เราผู้หญิงชอบที่จะชิมร้านอาหารบ่อยๆ เปลี่ยนเมนูบ่อยๆ ยิ่งถ้ามีร้านฮิตๆสาวๆ อย่างเราไม่อยากพลาด
  • เจ้าพ่อเหตุผล ทุกอย่างจะทำอะไร ต้องมีเหตุผลอธิบาย แต่อย่างที่รู้ว่าสาวๆ อย่างเราก็ไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่หรอกค่ะ รู้แต่ว่ามีความสุข ดิฉันก็จะทำ พ่อหนุ่ม Geek เลยมักจะไม่ค่อยเข้าใจ เราก็อธิบายไม่ถูก
  • ขี้ลืม !! ด้วยความที่หนุ่ม Geek จะสนใจแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ จนทำให้ลืมสิ่งรอบตัวไป ลืมนุ่น ลืมนี่ จนบางทีเราก็ @$%*(^&$()$OOO@I{+@%*( 555++


ขอต่อยซักทีให้หายเลย 55

Geek ชอบ

หนุ่ม Geek ชอบอะไรก็เดาไม่ยากค่ะ ถ้าชอบแล้วก็จะใช้เวลาเกือบทั้งหมดกับตรงนั้น ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความชอบเค้าง่ายๆ หรอก แต่เราก็จะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจนะคะ อิอิ ^^
  • ใช้เวลานานๆกับสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยที่ไม่สนใจคนรอบข้าง คนรอบข้างก็กลายเป็นอากาศไป เช่น บ้าเกมส์ ก็จะเล่นเกมส์ตลอดเวลา ไม่สามารถละสายตามาหาเราได้ เพราะหากพลาดไปนิดเดียว อาจมีผลทำให้ Game over ได้  55
  • ทุ่มเงินสุดตัวกับสิ่งที่ชอบ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ซื้อนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ (ก็ใจมันชอบนี่นา) อันนี้ไม่ได้พาดพิงถึงใครจริงๆ ค่ะ ^^” ไม่รู้ว่าซื้อมาแล้วจะใช้คุ้มหรือเปล่า แต่ไม่มีไม่ได้ ><”
  • เชื่อในความคิดของตนเอง ยากที่ใครจะสามารถลบล้างความคิดหรือจูงใจให้เปลี่ยนความคิดได้ เนื่องจากหนุ่ม Geek บางทีก็ทฤษฏีเยอะค่ะ สาวๆ อย่างเราๆ สู้ไม่ไหว หรือกว่าจะสู้ได้ก็คงคางเหลืองกันพอดี
  • เป็นข้อดีที่สุดเลยค่ะ ที่มีแฟนเป็นหนุ่ม Geek เพราะว่าหนุ่ม Geek เป็นผู้ชายที่ไม่เจ้าชู้เลย ถ้าได้รักใครรักจริง ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ถ้าได้เป็นแฟนกันแล้ว คุณไม่วอกแวกไปไหน รับได้ที่เขาเป็นเขา ก็มีข่าวดีกันแน่นอน


นี่แน่ ... ดีดยางใส่ด้วย

Geek ไม่ชอบ

หนุ่ม Geek ไม่ชอบอะไร ควรค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้กันไปเพื่อที่จะได้เข้าใจธรรมชาติของเขา และไม่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีนะคะ
  • ไม่ชอบคนวุ่นวาย ยุ่งเรื่องส่วนตัว ควรเว้นระยะที่พอเหมาะสำหรับคน 2 คน ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน แต่ก็ต้องดูแลกันอย่างสม่ำเสมอนะคะ
  • การเข้าสังคม อย่างเช่น มีนัดทานข้าวกับเพื่อนเก่า Geek จะไม่สนใจค่ะ เพราะคิดว่าคงคุยกับเพื่อนหลายคนไม่รู้เรื่อง หรือทำให้รู้สึกเสียเวลา แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่สนใจในสิ่งเดียวกันแล้ว ไม่พลาดอย่างแน่นอน เพราะการได้เจอคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน ทำให้เขาได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดกันมากขึ้น เช่น งาน Geek Talk
  • คนโกหก ไม่ว่าจะ Geek ไม่ Geek ไม่มีใครชอบคนโกหกค่ะ ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดแล้วก็หยุดแถค่ะ หยุดแก้ตัว พูดความจริง ไม่ต้องพูดเยอะ อย่าลืม หนุ่ม Geek เค้าเป็นเจ้าพ่อเหตุผล ขอโทษ และง้อหน่อย หนุ่ม Geek ของเราก็ยิ้มออกแล้วค่ะ 
  • แฟชั่น!! หนุ่ม Geek เป็นหนุ่มที่ไม่ทันสมัยเรื่องการแต่งกายเอาซะเลย เสื้อผ้าสมัยวัยรุ่นใส่ยังไง ตอนนี้เขาก็ยังใส่อย่างนั้น โดยไม่แคร์ว่าแฟชั่นจะไปถึงไหนแล้ว เขาใส่ได้สบายมากๆ หรือเสื้อผ้าจะเก่าแค่ไหน หนุ่ม Geek ก็สามารถใส่ได้แบบไม่แคร์สื่อ
  • แสดงออกเรื่องความรัก เนื่องจากว่ากลัวเสียฟอร์ม กลัวบอกไปแล้วจีบไม่ติด ฉะนั้น หนุ่ม Geek จะปิดมิดค่ะ

เลี้ยงง่ายๆ โตไวๆ นะคะ :P

วิธีการดูแลเมื่อคุณมีแฟนเป็น Geek <3

ความรักไม่ต้องการอะไรตอบแทน การได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็มีความสุขแล้ว หนุ่ม Geek ไม่ใช่คนเรื่องมากค่ะ อะไรก็ได้ ดูแลไม่ยากค่ะ สู้ๆนะคะสาวๆ ^^
  1. ควรที่จะดูแลเรื่องเครื่องแต่งกาย เพราะ Geek จะเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง เช่น เสื้อผ้าจะใส่ซ้ำๆ ไม่ซัก หรือเสื้อขาดก็ไม่สนใจ ถ้ามีคนมาดูแล Geek จะเป็นปลื้มมากค่ะ แล้วแฟนคุณก็จะดูดี๊ดีด้วย
  2. หากิจกรรมทำร่วมกัน เพื่อให้เขาได้ละจากสิ่งที่หมกมุ่นมานาน และเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วย เช่น ทำอาหารด้วยกัน เรียนร้องเพลง ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ฯลฯ
  3. ยามเขาเจ็บป่วยต้องคอยดูแลค่ะ เขาจะไม่ให้ความสำคัญกับตัวเอง เรื่องการหาหมอ การหายามาทานในยามที่เจ็บป่วย คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ผ่านไป เดี๋ยวก็หายเองได้ เราไม่ควรปล่อยไว้ค่ะ ควรที่จะให้แฟนเราสุขภาพดีอยู่เสมอ สุขภาพดีก็เป็นส่วนหนึ่งให้อารมณ์ดีนะคะ
  4. ถ้าเกิดว่าแฟนของคุณไม่โรแมนติก เราก็โรแมนติกกับเขาซะเลยค่ะ ในโอกาสพิเศษ อาจจะประดิษฐ์ให้การ์ดวันเกิดให้ (อย่างเชอรี่จ๋าจ๋าไม่เคยซื้อให้เลยนะคะ ทำให้เองกับมือทุกปี การ์ดใบเดียวในโลก คนรับปลื้มค่ะ) ช่วยทำเรื่องที่พิเศษๆระหว่างคุณและเขา 2 คนให้น่าจดจำยิ่งขึ้นค่ะ
  5. พูดเพราะๆค่ะ เพราะปกติแล้วเขาอาจจะคุยกับแค่คอมพิวเตอร์ ที่พูดตรงไปตรงมา หากเราพูดภาษาดอกไม้ด้วยซักหน่อย พูดค่ะลงท้ายประโยคนิดนึง ทำให้ดูน่ารักขึ้นเยอะ เป็นหนุ่ม Geek ที่ไหนก็ไม่รอดค่ะ
  6. อดทนนิดนึงค่ะ ช่วงแรกของการคบกันเค้าอาจจะดูไม่เหมือนหนุ่มปกติทั่วไป ต้องให้เวลาในการปรับตัวพอสมควร แต่พอผ่านช่วงแรกไปได้ ข้อดีมากมายของหนุ่ม Geek ก็จะมีให้ได้ยิ้มตลอดค่ะ
  7. ยิ้มหวานๆตลอดเวลา ยิ้มไม่ใช่แบบฝืนยิ้มนะคะ ยิ้มธรรมชาติจากใจก็ทำให้โลกของเขาสดใสได้แล้วค่ะ ไม่ใช่แค่ต่อหน้านะคะ หากคุยโทรศัพท์คุณยิ้มแล้วค่อยยิ้มซักนิด เสียงคุณจะน่าฟังขึ้นเยอะเลย ^___^

เป็นครั้งแรกที่เขียนบล็อกแนวนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่เชอรี่สังเกตมาหลายปี เลยอยากจะแชร์ให้อ่านกันนะค่ะ หวังว่าเรื่องที่เขียนนี้จะช่วยสาวๆได้บ้างนะค่ะ

ถึงหนุ่ม Geek อาจจะไม่เหมือนหนุ่มอื่น แต่ถ้ารักเค้า เราก็ต้องเข้าใจเค้าให้มาก เชอรี่เชื่อว่าในมุมที่แปลกๆ ติงต๊องๆ ของหนุ่ม Geek ยังมีมุมที่น่ารักอีกมากมายให้เราได้มอง แล้วก็นั่งยิ้มเสมอเลยค่ะ <3




Related Link




Comment

Ads