Wednesday, December 5, 2012

การรอคอยใครซักคนนานถึง 18 ปี


หลายคนคงรู้แล้วว่าเชอรี่และเอ็มแต่งงานกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และก่อนที่เราจะได้แต่งงานกัน เรารอคอยกันมานานถึง 18 ปี กว่าจะมีวันนี้ และหลายคนมักสงสัยว่า รอได้ยังไงนานขนาดนี้ ไม่เบื่อกันหรือยังไง??

คุณเชื่อในรักแรกพบมั้ย?? เชอรี่ตอบได้ทันที ว่าเชื่อค่ะ

ต้องขอท้าวความไปเมื่อเชอรี่และเอ็มเจอกันครั้งแรกเมื่อตอน ม. 2 นะคะ เรา 2 คนก็เป็นแค่ ...


เด็กหญิงวรินธรจอมซน


เด็กชายขจรจอมเซ่อ

ตอนนั้นเรายังเด็กมาก ไม่รู้จักคำว่าความรัก รู้แต่ว่าการได้คุยกัน การได้เล่นกันมันมีความสุขมาก เราเลยมักคุยกัน เล่นกันบ่อยๆ และมันคือจุดเล็กๆของเรา 2 คนที่ค่อยๆพัฒนากันเรื่อย เราคุยกันทุกวันแต่ก็ไม่ได้เป็นแฟน เราเป็นเพื่อนที่สถานะคลุมเคลือ เขียนจดหมายหากันตลอด โทรคุยกันทุกวัน ไม่เคยบอกชอบกัน ไม่เคยคิดเรื่องจะเป็นแฟนกัน แต่เราก็มีความรู้สึกดีๆให้กันตลอดเสมอมา


แกล้งกัน


เขียนจดหมายหากัน


จริงๆแล้วคือ ... เราแอบชอบกัน > <"

สุดท้ายแล้วต่างคนก็ต่างมีแฟน ด้วยความรู้สึกว่า "เราคือเพื่อนกัน" ก็ทำให้เรายังติดต่อกัน ถึงแม้ว่าเราจะเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมที่เราเจอกัน ตลอดหลายปีที่เราแยกย้ายกันไปเรียน เราก็ยังติดต่อกัน แต่ก็นานๆที เพราะคำว่า "คิดถึง" คำเดียว 



โรงเรียนที่รักของเรา

จนเชอรี่เข้ามาทำงานกรุงเทพฯ แต่เราก็ยังคงไม่นััดเจอกัน เพราะเราคือเพื่อนกันที่ติดต่อกันไม่เหมือนเพื่อนแบบอื่นๆ เราเลยได้แค่คุยกันบ้างทางอีเมล์ ตอบ "จดหมาย" และบังเอิญเจอกันบ่อยๆ  ทั้งๆที่ที่ทำงานและที่อยู่ของเราไม่ได้ใกล้กัน แค่ผ่านตาไกลๆแว็บเดียวก็รู้แล้วว่า เราเจอกัน (อีกแล้ว) แต่เราก็ไม่กล้าทักกัน

หลายๆสิ่งที่เราทำให้กัน มันสื่อว่าเราชอบกัน แต่ก็ไม่กล้าบอกกัน ไม่เคยคิด ไม่กล้าคิด มันทำให้สะสมในใจตลอดว่า คนนี้แหละ ที่เราทำให้เรามีความสุขได้เสมอ ไม่มีใครที่จะทำให้หัวใจเต้นแรง และรู้สึกดีได้ขนาดนี้แล้ว

คำว่า "รอ" เรา 2 คนไม่เคยพูดคำนี้เลย คนรอบตัวเราหลายคนมักถามเสมอว่า ทำไมเราถึงรอกันได้ถึง 18 ปี หากเราชอบใครซักคนอย่างจริงจัง เราจะไม่รู้สึกเลยว่านี่คือการรอ หรือให้ระยะนานกว่านี้ก็รอได้เพื่อคนนี้คนเดียว


เราแค่ไม่เคยพูดคำว่า "รอ" แต่จริงๆแล้วเรา "รอกันเสมอ"

เรากลับมาเจอกันอีกครั้งในช่วงเวลาที่ทุกอย่างลงตัว เราไม่ใช่เด็กนักเรียน ตอนนี้เราเป็นผู้ใหญ่ที่มีงานทำ เลี้ยงตัวเองได้ เมื่อเรารู้ใจกันแล้วว่าเรารู้สึกยังไงต่อกันก็ไม่ยอมให้คนที่เรารอมาเกินครึ่งชีวิตหายไปไหนอีก ถึงเวลาแล้วที่เราจะทำตามที่ใจเราต้องการ

วันที่ 5 ธันวาคม 2548 (7 ปีที่แล้ว) เรา 2 คนเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนเป็นแฟน จากที่เคยเป็นเพื่อนก็เปลี่ยนไป เราค่อยๆปรับตัวเข้าหากัน ถึงจะมาจากต่างครอบครัวกันแต่เราไม่ค่อยมีปัญหากัน คงเพราะว่า "เรารอกันมานาน"


วันนี้เรา 2 คนเป็นแฟนกันครบ 7 ปีพอดีค่ะ 
(บล๊อคนี้เป็นของขวัญวันครบรอบแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย)


วันที่เรา 2 คนตัดสินใจจะแต่งงานกัน

จนถึงวันนี้เราแต่งงานกัน เราได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทุกวันของเรามีความสุขและช่างมีความหมาย เชอรี่รู้สึกดีใจมากที่เชอรี่รอคนนี้ถึง 18 ปี คนที่ทำให้เชอรี่เป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก เชอรี่ก็จะรักและดูแลผู้ชายคนนี้อย่างดีตลอดไปค่ะ <3


อย่ากลัวที่จะรอใครซักคน อย่ากลัวว่าคบแล้วไม่ใช่ หากรู้สึกว่าคนนี้คือคนที่ใจต้องการ อย่าปล่อยให้คนคนนั้นหายไปจากชีวิตเราค่ะ




Thursday, November 29, 2012

รีวิว : ร้านชุดแต่งงาน Fullrich Bride - ชุดสวย บริการประทับใจ


แต่งงานมาหลายเดือน วันนี้ได้ฤกษ์รีวิวเรื่องร้านเช่าชุดแต่งงาน เชื่อว่าคงเป็นเรื่องที่สาวๆหลายคนอยากรู้แน่นอนค่ะ เพราะปกติแล้วถ้ายังไม่มีโครงการแต่งงานคงไม่มีสาวไหนเดินดูชุดแต่งงานเล่นใช่มั้ยค่ะ

พอถึงคราวจะเป็นเจ้าสาวจริงก็คงต้องการข้อมูลเรื่องชุดเจ้าสาวว่าควรตัด หรือเช่าชุดดี ส่วนเชอรี่เช่ากับร้าน Fullrich Bride เป็นร้านที่เชอรี่แนะนำเลยค่ะ

ทำไมถึงไม่ตัดชุดแต่งงาน

หลายคนมีความคิดว่าอยากใส่ชุดเจ้าสาวเป็นคนแรก เพราะจะได้ไม่ซ้ำใคร เลยตัดสินใจตัดชุด แต่การตัดชุดก็จะต้องคำนึงหลายอย่าง
  • แบบกับชุดที่ตัดเสร็จไม่เหมือนกัน 
  • ตัดเสร็จแล้วไม่ชอบ 
  • เกินงบประมาณ
  • ไม่มีที่เก็บหลังจากใช้งานเสร็จแล้ว 
  • ค่าซักแพง (ถูกสุดๆประมาณ 3 พันบาท ถ้าชุดที่ซักยากแพงกว่า 1 หมื่นก็มีค่ะ) ฯลฯ ต้องชั่งใจดีๆ
แต่เชอรี่เลือกเช่าชุดเช่าด้วยเหตุผลว่า 
  • ประหยัด 555 
  • ไม่อยากเปลืองที่เก็บ 
  • ได้เลือกชุดจนกว่าเราจะชอบจริงๆ 
  • ไม่ซีเรียสว่าจะต้องใส่คนแรก 
เมื่อตัดสินใจได้อย่างนี้แล้วสิ่งแรกที่ต้องทำคือ หาข้อมูลจาก Internet แต่ก็ไม่มีคนรีวิวร้าน อาจจะเพราะหลายร้านไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปชุดด้วยค่ะ หรือเค้าอาจจะไม่ได้ลองชุดมากมายนัก เชอรี่หาข้อมูลอยู่นาน ด้อมๆมองๆก็หลายร้าน เขิน ไม่กล้าเข้าไปลอง

วันหนึ่งเจ๊วี @V_Victory1 (พี่สาวเอ็ม) บอกว่าจะพาไปร้าน Fullrich Bride ชุดสวยมาก เจ้าของร้านน่ารักมาก ว่างวันไหนบอกมาจะนัดและพาไปลอง เข้าทางเลยค่ะ ไปแน่นอน ^O^


เลือกชุดแต่งงานครั้งแรกแบบงงๆที่ร้าน Fullrich Bride ร้านเดิมที่บางกะปิ


Fullrich Bride

ชุดแต่งงาน

และวันนี้เชอรี่ก็ได้ลองชุดนี้ (ชุดเดียวกับที่ใส่วันแต่งงาน) เป็นครั้งแรกที่ใส่เลย เขินมาก มันเกิดมาเพื่อเชอรี่จริงๆ เจ้าของร้านแจ้งว่าใส่เป็นคิวที่ 3 ราคาตอนนี้ 15,000 บาท ตอนนั้นก็โอเคแล้ว แต่ว่าอีกประมาณ 8 เดือนจะถึงวันแต่งเลยไม่รีบตัดสินใจค่ะ เพราะเค้าบอกว่าชุดจะมีตัดมาใหม่เรื่อยๆ สวยๆทั้งนั้น

หลังจากมีประสบการณ์ลองชุดครั้งแรกแล้วก็รวบรวมความกล้าเข้าไปขอลองชุดอีกร้าน คือ Peter Kelly แถวสยาม กฏการลองชุดของร้านนี้คือ ไม่ให้ไปห้องเก็บชุดเพื่อเลือกชุด พนักงานจะตัดสินจากรูปร่างหน้าตาเราว่าเหมาะกับชุดไหน และจะหยิบมาให้ลอง 3 ชุดเท่านั้น ระหว่างลองห้ามถ่ายรูป รูดซิบลองเสร็จแล้วรู้สึกไม่ชอบมากๆ โครงเหล็กปูดไม่เป็นทรงหลายจุด ชุดเก่ามาก ค่าเช่าถูกที่สุด 15,000 บาท บางชุดก็แพงมาก ดูไม่สมราคา พนักงานไม่ต้อนรับแขก จบค่ะ ไม่ไปอีก

ช่วงสงกรานต์กลับขอนแก่นก็ไปดูชุดที่ขอนแก่นอีก แต่ก็ไม่ชอบค่ะ เลยไม่ลอง ได้แค่ดูผ่านๆ


พยายามหาชุดอื่นมาแทนชุดที่มันฝังใจอยู่ค่ะ แต่ไม่เจอเลย ^^"

และแล้วก็ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะชุดแรกที่เชอรี่ลองมันติดตาตรึงใจมาก แต่มาครั้งนี้ ชุดนั้นไม่อยู่ มีคนเช่าไปค่ะ เลยได้ลองชุดอื่นอีกหลายชุด พนักงานก็ช่วยหา ช่วยแนะนำว่าบุคคลิกแบบนี้ หุ่นแบบนี้ควรจะใส่ชุดแบบไหน สวยหลายชุดลองก็หลายชุดแต่ก็ไม่ชอบชุดไหนเท่าชุดนั้น รอค่ะ


ลองชุดนี้ก็ชอบนะคะ แต่ไม่ชอบเท่าชุดนั้นเลย

2 เดือนผ่านไปเราก็มาตามล่าหาชุดนั้นอีก ไม่อยู่อีกแล้วค่ะ ก็ลองชุดใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่ชอบชุดไหนเท่าชุดนั้นเลย รอต่อไป

และในที่สุดการมาดูอีกครั้งก็ทำให้ชุดที่เชอรี่ตามหาค่ะ เห็นปุ๊บไม่รีรอ ขอลองอีกครั้ง พอใส่เสร็จรู้สึกว่าใช่มากๆ เนื่องจากว่ามีคนใส่ก่อนเชอรี่มาแล้ว 2 คน ราคาตกเหลือ 12,000 บาท แต่ชุดไม่หมอง สภาพดี  สวยนิ้งเหมือนเดิม ไม่รีรอตกลงจองทันทีค่ะ

คือชุดนี้ค่ะ สวยมาก ใส่แล้วชอบสุดๆเลย ^^


ด้านหลังก็สวยค่ะ ชอบทุกๆอย่างที่เป็นชุดนี้

บรรยากาศในร้าน 

สวยทุกชุดจริงๆค่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง ถ้าจับดูจะรู้ถึงความประณีต ความใส่ใจในรายละเอียดจริงๆ เลยถ่ายรูปชุดสวยๆในร้านมาฝากสาวๆนะคะ รู้นะว่าถูกใจ อิอิ :P










ชุดหมั้นสากล และชุดหมั้นไทยค่ะ สวยมากๆทั้งนั้นเลย

ชุดเจ้าบ่าวก็มีให้เช่านะคะ เจ้าบ่าวจะมีโอกาสใช้ชุดสวยๆจากทางร้านต้องมาลองเองค่ะ เพราะทางร้านจะรับแก้ได้เฉพาะเอวคับ-หลวม ขายาว-สั้นไป อะไรประมาณนี้คะ 


โชว์รูปให้ว่าที่เจ้าบ่าวดูบ้าง เดี๋ยวจะน้อยใจ ^^


ชุดหมั้น

คราวนี้ต้องหาชุดหมั้นแล้ว เล็งๆมาหลายครั้ง เปิดกี่ทีก็เจออยู่ชุดเดียวเหมือนกัน เลยขอลองชุดหมั้นบ้าง ใส่ปุ๊บ พอดีตัวเป๊ะ สีชมพู มีโบว์ใหญ่ๆด้านหลังด้วย มันเกิดมาเพื่อเชอรี่อีกแล้วค่ะ ถามราคาเช่าอยู่ที่ 8,000 บาท เพราะใส่คนที่ 2 ถ้าใส่คนแรก 15,000 บาท ไม่รีรอง จองทันที


สวยทุกรายละเอียดจริงๆคะ ชอบมากๆอีกแล้ว ^^


ด้านหลังก็เก๋มาก เดินไปทางไหนใครๆก็มาจับชุด บอกว่าสวยมากค่ะ เจ้าสาวยิ้มแฉ่งเลย ^O^

ของแถม
  • ชุดถ่าย pre-wedding ตามเงื่อนไขร้าน ถ้าเช่าชุดแต่งงานกับทางร้าน จะได้ยืมชุดถ่าย pre-wedding ฟรี ซึ่งชุดถ่าย pre-wedding นี้จะเป็นชุดของทางร้านที่ผ่านการเช่ามามากกว่า 6 คน และไม่ได้ขายต่อ แต่สภาพไม่ได้แย่นะคะ ถ่ายออกมา สวยเหมือนใหม่ปิ้งเลย 
  • ร้านให้ยืมพร้อมกับเวลและเครื่องเพชรที่มีสร้อยคอ สร้อยแขน ต่างหูพร้อมค่ะ ใส่ใจลูกค้าสุดๆเลย ไม่ต้องหาอะไรเพิ่มแล้ว
  • ชุดถ่าย pre-wedding ไซส์เล็กสุดมีไม่กี่ชุดค่ะ เลือกไม่ยากเลยค่ะ ลองชุดนี้ชุดแรกก็ชอบเลย ชอบร้าน Fullrich Bride ก็ตรงนี้แหละค่ะ ตัดชุดสำหรับเชอรี่ไว้รอ 55
  • ชุดเครื่องเพชรสวยๆ ซึ่งมีให้เลือกเยอะมาก สวยไปหมด เลือกไม่ถูกเลยค่ะ ดูคุณภาพดี ดูไม่ออกว่าของปลอมเลย เพื่อนหลายคนเข้าใจว่าเพชรแท้ด้วย อิอิ

ตู้เครื่องเพชรที่ทางร้านใจดีให้ยิ้มฟรีถ้าเช่าชุดด้วยนะคะ


ตู้เครื่องแต่งตัวสำหรับเจ้าบ่าวค่ะ


ซูมเครื่องเพชรแบบใกล้ๆ เลย ^^


เจ้าบ่าวช่วยใส่เครื่องประดับให้ เกร็งทั้งตัวเลย ^^"
  • รองเท้า (ถ้าเช่าชุดในร้านถึง 20,000 บาท) มีแบบให้เลือกเยอะอีกแล้วค่ะ ส้นไม่สูงมาก ข้างในบุผ้าอย่างดี นุ่มๆ ใส่สบายมากค่ะ ปัญหาอย่างหนึ่งของคนที่ตัดชุดหรือเช่าชุดจาก Studio คือไม่มีรองเท้าเจ้าสาวให้ ซึ่งรองเท้าเจ้าสาวที่สวยและใส่ดีก็แพงมาก แต่ Fullrich Bride มีให้ยืมฟรีแถมมีให้เลือกเยอะด้วยคะ 
ราคา

ราคาไม่แพงมากเกินไปค่ะ สมเหตุสมผล ราคาถูกที่สุดคือ 12,000 บาท (ใส่คนที่ 5) แต่ถ้าใส่คนแรกก็ราคาสูงนิดหน่อย ราคาเริ่มต้น 35,000 บาทขึ้นไปจนถึงแสนก็มี แต่คุณภาพบอกได้เต็มปากคะว่าสุดยอดมากๆ

กับเงิน 20,000 บาทที่เชอรี่จ่ายใหกับทางร้าน หลายคนอาจจะมองว่าแพงแต่เชอรี่ว่ามันคุ้มมากค่ะ ได้ทั้งชุดแต่งงาน ชุดหมั้น ชุด Pre-wedding เครื่องเพชร รองเท้า และเวล คุ้มสุดๆเลยค่าา 


บริการ

ประทับใจคุณตั๊กเจ้าของร้านและพนักงานทุกคนมากคะ คุยกันเอง และให้เราลองชุดเยอะมากๆโดยไม่บ่นซักคำ แถมยังช่วยแนะนำตรงๆด้วย ใส่สวยก็บอกสวย ใส่ไม่สวยก็บอกไม่สวยค่ะ


แต่ถ้าลองแล้วเป็นแบบนี้ทางร้านก็ไม่สามารถให้คำแนะนำได้ค่ะ -_-"


ลองเยอะขนาดนี้ก็ไม่เคยได้ยินเสียงบ่นเลยค๊าา (ทางร้านคงขอแค่เราตั้งใจไปเช่าชุดร้านเค้าจริงๆ)

ที่ตั้งร้าน

ของดีย่อมอยู่ไกล ร้านเช่าชุดแต่งงานก็เช่นกันค่ะ ร้าน Fullrich Bride อยู่ไกลถึงร่มเกล้าเลย อยู่ในหมู่บ้านเพอร์เฟคพาร์คร่มเกล้า 6/1 ถ้าขับรถจากในเมืองไปก็เกือบถึงสุวรรณภูมิค่ะ แต่ถ้านั่ง Airport Link ก็ลงสถานีลาดกระบังแล้วนั่ง Taxi เข้าไปในร่มเกล้าประมาณ 10 กิโลเลยค่ะ แต่ถ้าไปถึงแล้ว หายเหนื่อยเลย ชุดสวยๆทั้งนั้นเลย ^^


การรับบริการที่ร้าน
เนื่องจากร้าน Fullrich Bride เป็นร้านที่ทำกันเองในครอบครัว พื้นที่ไม่ใหญ่มาก พนักงานไม่ได้เยอะมาก เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ จึงมีข้อควรรู้ว่าควรโทรนัดวันและเวลากับทางร้านก่อน เพื่อที่เค้าจะได้ดูแลเราได้เต็มที่ค่ะ


เซ็นต์สัญญาจองทั้ง 3 ชุดพร้อมจ่ายเงินค่ามัดจำค่ะ

อยากเล่า

เชอรี่จะถ่าย Pre-wedding ช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 54 แต่ว่าช่วงนั้นน้ำท่วม คนที่ยืมชุดไปก่อนหน้านี้บ้านอยู่แถวๆปทุมธานีซึ่งน้ำท่วมทั้งหมู่บ้านไม่สามารถมาคืนชุดได้ และคุณตั๊กป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วยความรับผิดชอบ กลัวเชอรี่ไม่ได้ชุดไปถ่าย Pre-wedding ตามที่ตกลงไว้ คุณตั๊กถอดสายน้ำเกลือแล้วออกจากโรงพยาบาลเพื่อขับรถไปรับชุดมาให้เชอรี่

ซึ่งชุดนี้เชอรี่ได้สิทธิ์ยืมฟรีจากทางร้าน เนื่องจากเช่าชุดแต่งงานด้วย ถ้าเป็นร้านอื่นคงไม่ตามล่าเอาชุดกลับมาให้ลูกค้าขนาดนี้ อึ้งและทึ่งในความรับผิดชอบของทางร้านมากๆ มืออาชีพสุดๆ ปลื้มมากค่ะ

ทุกอย่างที่เราได้รับจากทางร้าน ไม่ว่าจะด้วยคุณภาพของชุด หรือทุกๆอย่างที่ทางร้านมอบให้กับเรา ทำให้รู้สึกดีกับคุณตั๊ก และทุกคนในร้าน Fullrich Bride มากๆ เลยได้ให้ iStory แทนคำขอบคุณจากใจเราค่ะ


ถ่ายกับคุณตั๊กเจ้าของร้าน

ประสบการณ์จากเพื่อนๆ

มีเพื่อนหลายคนพอมีโครงการจะแต่งงาน ก็จะร้อนใจอยากเข้าไปดูชุดแต่งงานสวยๆ อยากรู้แพ๊คเกจจาก Wedding Studio หรือแค่ไปเดินดูในงาน Wedding Fair เพื่อนเชอรี่หลายคนเลย หลงเข้าไปในร้านแล้วไม่สามารถออกจากร้านโดยที่ไม่จองได้ เค้าจะพยายามลดราคา แถมโน่นแถมนี่ให้มากมาย แถมโฆษณาว่าชุดร้านเราลงนิตยสาร ช่างแต่งหน้าเราเก่งมาก ช่างถ่ายรูปประจำสตูดิโอเราก็แพ้ใคร รายไหนรายนั้น ไม่รอดค่ะ พอถึงเวลาจริง มีปัญหาหลายเรื่องเลยอยากจะแชร์ค่ะ

  • ชุดแต่งงานไม่มีแบบให้เลือกมากนัก ไม่เหมือนกับที่โฆษณาเลย หาทั้งร้านแล้วยังไม่ถูกใจ เก่า ไม่สวย ไม่พอดี ทางร้านไม่สามารถชดเชยเป็นเงินได้นะคะ เพราะเราจ่ายเป็นแพ๊คเกจแล้ว นอกจากจะสละไม่ใช้ชุดกับทาง Studio ค่ะ น่าเสียดายมากๆ
  • ช่างแต่งหน้าแต่งไม่สวยเหมือนกับรูปตัวอย่างที่ Studio เอามาให้ดูเลย ทำผมไม่ได้อย่างที่ชอบ ณ เวลานั้นที่ไปถ่าย Pre-wedding ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ก็ต้องจำใจ ถ่ายแบบที่ไม่ชอบไป แล้วค่อยไปโวยวายที่หลัง ไม่ได้อะไรนอกจากคำขอโทษจาก Sale ค่ะ วันแต่งงานเพื่อนต้องไปเสียเงินจ้างช่างแต่งหน้าเก่งๆอีกต่อ ซึ่งราคารอบละเป็นหมื่นเพื่อให้ได้ช่างที่ถูกใจ
  • ตากล้องที่ถ่ายใน Studio อาจจะไม่ใช่คนเดียวกับที่ทาง Studio ให้เราดู Profile ร้านนะคะ บางร้านมีช่างประจำ บางร้านเป็นช่าง Freelance ต้องดูดีๆด้วยนะคะ ที่บอกว่าราคาแพ๊คเกจนี้เหมาะหมดถึงวันแต่งงาน ส่วนใหญ่จะเป็นตากล้อง 1 คน วีดีโอ 1 คน ไม่พอแน่นอนค่ะ แล้วเราก็ไม่ทราบฝีมือเค้าด้วย
  • "เมื่อเราจ่ายเงินไปแล้ว อำนาจต่อรองไม่ได้อยู่ที่เราค่ะ"





การแต่งงานไม่ใช่ว่าจะแต่งกันได้บ่อยๆ ใครๆก็อยากมีวันสำคัญครั้งเดียวทั้งนั้น แนะนำให้เลือกสิ่งที่ดีและเหมาะสมกับตัวเรามากทึ่สุดนะคะ






Monday, November 5, 2012

การเลือกซื้อแพ๊คเกจไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ ราคาและค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Centara Grand Maldives)



มีเพื่อนหลายคนถามถึงราคาแพ๊คเกจที่เชอรี่ไปฮันนีมูนมัลดีฟส์กับเอ็ม เลยคิดว่าน่าจะแชร์ข้อมูลเรื่องการซื้อเหมือนกัน เพราะเป็นประเทศที่ดูข้อจำกัดเยอะ จองยาก และไม่มีคนเขียนแนะนำแบบจริงจัง เลยใช้โอกาสนี้แนะนำเผื่อเป็นแนวทาง ก็หวังว่าบล๊อคนี้คงให้ความกระจ่างในการตัดสินใจทริปสุดพิเศษให้กับทุกคนได้นะคะ  ^^

ที่มัลดีฟส์ ทะเลสวย ท้องฟ้าใสจริงๆ นะคะ
เปิดประตูห้องนอนมาก็เจอวิวนี้ทุกเช้าเลยค่ะ
ทำไมต้องไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์

การฮันนีมูนบางคนมองว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่งงานแล้วก็จบไป แต่คู่เชอรี่ให้ความสำคัญกับการฮันนีมูนมากเพราะเป็นการเที่ยวเพื่อฉลองให้กับการเริ่มต้นคำว่าครอบครัวของคนสองคน

มัลดีฟส์ เป็นสถานที่ฮันนีมูนในฝันของใครหลายๆคน เชอรี่กับเอ็มก็เช่นกันค่ะ มัลดีฟส์เป็นเกาะกลางน้ำที่ห่างจากผู้คน ห่างจากเรื่องวุ่นวาย กับทะเลสวยๆ ว่ายน้ำด้วยกัน ดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน นอนฟังเสียงคลื่น ทำให้เราสองคนลืมเรื่องทุกอย่างไปได้

การได้ใช้ชีวิตด้วยกันตลอดเวลา ดูแลกัน ห่วงใยกัน ทำให้เราสองคนรู้ว่าเรารักกันมากขนาดไหน มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในช่วงชีวิตหนึ่งจริงๆค่ะ รู้สึกตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกดินแดนสวรรค์นี้เป็นที่ฮันนีมูนของเราค่ะ


ห้องพักกลางน้ำในแบบมัลดีฟส์ มีปะการังและฝูงปลาจากใต้ห้องพักเลยค่ะ
เมื่อต้องเลือกรีสอร์ทในมัลดีฟส์

เมื่อเชอรี่และเอ็มตัดสินใจกันไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ สิ่งที่ 2 คนตั้งใจแน่วแน่ของทริปนี้ คือ ห้องกลางน้ำและนั่ง Seaplane เพราะถ้าไม่ได้ 2 อย่างนี้ก็เหมือนขาดอะไรไป

จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูล เพราะอย่างที่รู้กันว่าการไปมัลดีฟส์มันสวรรค์มาก และมันก็แพงมากด้วย สิ่งแรกที่ทำคือหาข้อมูล ดูรูป YouTube (แนะนำมาก) อ่านรีวิวเยอะๆว่าชอบที่ไหน จะได้ไม่รู้สึกว่าตัดสินใจผิด มีหลายที่ที่เราชอบ เช่น
Sea Plane บรรยากาศใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัส
แต่หลายๆที่ที่ดูมา ไม่มีที่ไหน All inclusive เลย สวยและแพง ไม่ไหวค่ะ เลยต้องหาตัวเลือกเพิ่ม เพราะเราไม่อยากไปฮันนีมูนแบบอดอยาก เปิดดูราคาแล้วไม่กล้าสั่ง อยากไปเที่ยวเต็มที่ กินเต็มที่ ไปพักผ่อนแบบไม่ต้องห่วงกับค่าใช้จ่าย ซึ่งก็มี 2 ที่ให้เลือก คือ
  • Club Med Kani Maldives ที่นี่กิจกรรมเยอะมากค่ะ ดูไม่ค่อยจะใช่แบบที่ชอบเท่าไหร่ และห้องพักธรรมดา และไม่ได้นั่ง Seaplane T_T
  • Centara Grand Island Resort & Spa Maldives เงียบสงบ ห้องพักสวย หาดสวย นั่ง Seaplane ^O^
แน่นอนค่ะ เราตัดสินใจกันไม่ยากเลย เพราะชอบ Centara กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะ Pre Honeymoon หรือแต่งงานเราก็เลือก Centara และที่ Centara Maldives ตรงความต้องการเราทุกอย่าง ได้นั่ง Seaplane ตามความตั้งใจของเราด้วย เลยเริ่มหาแพ๊คเกจที่เหมาะสมและถูกที่สุดค่ะ หลายแหล่งที่เราหามีตามนี้

1. ติดต่อ Centara โดยตรง และจะเข้าไปซื้อในงานท่องเที่ยว 
เราตัดสินใจไปฮันนีมูลมัลดีฟส์สิ้นเดือนสิงหา โปรโมชั่นที่รีสอร์ทมาขายตอนนี้ใช้ได้ถึง 31 ตุลา ซึ่งแน่นอนค่ะว่าห้องพักหายากมาก (ปกติทางรีสอร์ทจะออกแพ๊คเกจตั้งแต่เดือนกุมภา สามารถสอบถามกับทางรีสอร์ทได้ก่อน) แพ๊คเกจมัลดีฟส์จะขายเฉพาะในงานท่องเที่ยวเท่านั้น และจะขายครั้งแรกในงานท่องเที่ยวใหญ่เดือนมีนา ใครสนใจไปปีหน้าเตรียมสอยได้เลยค่ะ 

แอบกระซิบออกสื่อ : ผู้จัดการที่มัลดีฟส์บอกว่าปีหน้าจะราคาแพงขึ้นนิดหน่อย เพราะจะเพิ่มสิทธิพิเศษมากขึ้น เช่น นวดวันละครึ่งชั่วโมง (เอามารวมนวดทีเดียวได้) ซึ่งนวดที่นั่นราคาแพงมาก หมอนวดเกือบทั้งหมดเป็นคนไทย แต่ได้บรรยากาศมาก


แต่สุดท้ายแล้วไม่ได้ซื้อด้วยเพราะไม่มีห้องว่างติดกัน 3 วันตามแพ๊คเกจค่ะ

ปล. แพ๊คเกจนี้เป็นราคา 3 คืนรวมทุกอย่าง (Seaplane ด้วย) แต่ไม่รวมตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-มัลดีฟส์

2. Atoll Paradise อ่านใน Pantip หลายคนแนะนำ Agent นี้ค่ะ บอกว่าถูกกว่าจองในไทย แต่อ่านแล้วราคาเท่าๆกับที่เราจองเองค่ะ 

3. Maldives Package เป็นแพ๊คเกจเหมือน Centara แต่จำนวนคืนมากกว่า ไม่รวมราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ รวมๆแล้วเกินงบค่ะ ^^"


4. Agoda ขายเฉพาะห้องพักค่ะ ตอนแรกที่ดูตื่นเต้นมาก เพราะราคาถูก แต่อ่านดูดีๆ ไม่มีรวมค่า Seaplane ซึ่งเราต้องซื้อเพิ่มเอง คนละ 390 USD (ประมาณ 12,000 บาท) ถ้าอย่างนี้มันไม่ถูกเลย และห้องไม่ว่างต่อเนื่อง 3 คืนติด ต้องนอนห้องบนหาด 1 คืนแล้วค่อยย้ายห้อง เลยไม่สนใจทางเลือกนี้ค่ะ

**  5. Bangkok Travel Club ในบูธ Bangkok Airways ในงานท่องเที่ยว 

(เอ็มเชอรี่ตัดสินใจซื้อแพ๊คเกจนี้ค่ะ)


หลังจากที่เราตัดสินใจว่าเป็น Centara แล้ว อีกสิ่งที่ต้องการคือห้องกลางน้ำ ห้องแพงสุด และต้องสมัคร Island Club ด้วย อาจจะดูน่าหมั่นไส้นิดนึงแต่ขอซักครั้งนะค๊าา ^^" ห้องที่ตรงกับความต้องการของเราคือ Luxury Sunset Water Villa-Island Club ถ้าดูราคาในตารางจะเห็นว่าไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไหร่ค่ะ

74,800 + 5,000 (ภาษีสนามบิน, ประกัน) = 79,800 บาทต่อคน ถ้าคูณ 2 ก็ = 159,600 บาท ช๊อค !!!

พอเห็นราคาที่เราต้องจ่ายกันจริงๆแล้วก็ช็อคค่ะ เกิดมาไม่เคยใช้เงินไปเที่ยวเยอะขนาดนี้เลย ใช้เวลาคิดอยู่นาน ห้องว่างห้องเดียว ว่างช่วงเวลาเดียว ถ้าเราตัดสินใจช้าก็ไม่ได้ฮันนีมูนปีนี้ เลยขอต่อราคาค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าต่อราคาได้ด้วย ใช้จิตวิทยาสูงมาก เหนื่อยมาก ต้องเก็บอาการว่าเราจะซื้อแล้วละ ไม่ให้เค้ารู้ สุดท้ายแล้วต่อเหลือ 152,000 บาท ซื้อทันทีเลยค่ะ \\^O^//


แพ๊คเกจนี้รวม (เพิ่มเติมจากในโบร์ชัวร์ Centara)
  • ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ โดยสายการบิน Bangkok Airway
  • ห้องพักคืนแรกที่โรงแรม Traders Hotels ในเครือ Shangri-la 
  • พนักงานมารอรับที่สนามบิน และพาขึ้น Speedboat โรงแรม Traders Hotels และจากโรงแรมไปขึ้น Seaplane ในเช้าอีกวันด้วย
  • สิทธิพิเศษ Island Club
Island Club จ่ายเพิ่ม 4,500 บาทต่อ 2 คน เผื่อไว้ตัดสินใจว่าควรซื้อเพิ่มหรือเปล่า แต่เชอรี่ว่าคุ้มค่ะ
  • สิทธิพิเศษใน Island Club 
    • อาหารเครื่องดื่มระดับ Premium มื้อเช้า ก่อนเที่ยง เที่ยง บ่าย เย็น (อาหาร 5 คอร์ส แซลมอนคุณภาพดีมาก แนะนำค่ะ) สรุปว่าทุกเวลาที่ต้องการ และไม่จำกัดปริมาณค่ะ 
    • เปิดบริการ 7.00 น. - 23.00 น. อาหาร และเครื่องดื่มคุณภาพดีกว่าทุกห้องอาหาร 
    • Computer ใช้เล่น Internet ได้วันละ 30 นาที
    • ห้องสมุด ยืมหนังสือ, DVD (ภาษาอังกฤษ)
    • สระว่ายน้ำส่วนตัวใน Club
  • Wi-fi บริเวณรีสอร์ท (บางมุมไม่มี เช่น ห้องอาหาร Reef Bar และ Coral Bar) โดยจะได้ 1 ห้องต่อ 1 log in แต่ไม่พอจริงๆเลยขอเพิ่ม 3 login เลย เจ้าหน้าที่ใจดีให้ด้วย ถ้าไม่มีให้ต้องซื้อเพิ่มวันละ 5 USD/วัน ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม สบายใจเลย
  • ซักผ้าวันละ 2 ชิ้น (รวบยอดได้) ส่งซักเช้า ตอนเย็นใส่ตะกร้ามาส่งถึงห้องแล้ว
  • Snorkeling และตีนกบดำน้ำ ถ้าไม่มีให้ต้องเช่าเพิ่ม 15USD/ 5 วัน/ชิ้น ถ้าไม่มีให้ ต้องจ่ายกระเป๋าแบนเลย ^^"
  • Mini bar ในห้อง กินหมด เช้าอีกวันมาเติมให้ใหม่
  • Late Check out (ถ้าห้องว่าง) แต่คงไม่ได้ใช้ค่ะ เพราะกลับ Bangkok Airways เราจะต้อง Check out เวลา 11 โมงอยู่แล้ว ข้อนี้เพื่อความดูดีเฉยๆค่ะ ^^"
  • จองห้องอาหารมือเย็นโดยที่ไม่ต้องเดินไปจองที่ห้องอาหารโดยตรง จองผ่าน Club ได้ค่ะ
  • หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน มีให้เลือกอ่านได้เยอะมากค่ะ
  • ฯลฯ
1 ใน 3 ห้องอาหารที่ Centara Maldives 
มีพ่อครัวฝีมือดี ทำอาหารอร่อยๆ ให้ทานทุกมื้อเลยค่ะ
มีบาร์ให้นั่ง Drink เบาๆ อยู่ทั่วเกาะเลย สามารถนั่งหยุดพัก ทานน้ำเย็นๆ ทานเท่าไหร่ก็ได้
Cock Tail และเครื่องอื่มแอลกอฮอล์ทานได้ไม่อั้นเลยค่ะ อยากทานเท่าไหร่ก็ได้  ดีมากๆ เลย
สายการบิน สายการบินไปมัลดีฟส์ มี 4 สายการบิน คือ
  • Bangkok Airway เป็นสายการบินเดียวที่บินตรงไปมัลดีฟส์ ไม่มีทุกวัน บินไป-กลับ อาทิตย์, จันทร์, พุธ และพฤหัส บางช่วงมีโปรโมชั่นประมาณ 17,000-19,000 บาท (หายากมากเพราะต้องตรงกับวันที่โรงแรมว่างด้วย) ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 

ถ้าเดินทางโดยสายการบินนี้ เราจะไม่ต้องเสียเวลา 1 วันนอนที่มาเล่ (เมืองหลวงมัลดีฟส์) เพราะไปถึง 16.20 น. ตามกฏ Seaplane ถ้าพระอาทิตย์ตกดินเครื่องจะไม่สามารถบินได้ แต่ถ้าพักรีสอร์ทอื่นที่เดินทางโดย Speedboat ก็ไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลา

แต่ถ้าเดินทางมาถึงแล้วนั่ง Seaplane ไป Centara เลยจะค่อนข้างขาดทุนเวลานิดหน่อย เพราะกว่าจะถึง Centara ก็เย็นแล้วค่ะ ไม่คุ้ม อิอิ ^^
  • ศรีลังกา แอร์ไลน์ ไม่ใช่สายการบินตรง ต้องไปต่อเครื่องที่ศรีลังกา บินทุกวัน บางช่วงมีโปรโมชั่นราคาประมาณ 11,000 บาท ถูกมากค่ะ
  • สิงคโปร์ แอร์ไลน์ ไม่ใช่สายการบินตรง ต้องไปต่อเครื่องที่สิงคโปร์ บินทุกวัน บริการดี เครื่องนั่งสบาย แต่ราคาสูง
  • มาเลเซีย แอร์ไลน์ ไม่ใช่สายการบินตรง ต้องไปต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ บินทุกวัน 
การเที่ยวแต่ละทริปสถานที่เป็นสิ่งสำคัญ แต่คนที่ไปด้วยสำคัญกว่า ให้ความสำคัญกับคนรักมากๆนะคะ <3

หมายเหตุ: รออ่านรีวิว Centara Maldives และทริปฮันนีมูนคราวนี้ได้จากบล็อกของ Khajochi เร็วๆ นี้ค่ะ ^^

ห้องพักขนาดใหญ่มาก เปิดหน้าต่างมาเป็นวิวพระอาทิตย์ตกดินค่ะ
อ่างแช่ มีอยู่กลางห้องเลย กรี๊ดดดด >///< 
ทุกเช้า ตื่นนอนแล้วก็กระโดดลงทะเล ไปดำน้ำดูปลาได้ทันทีเลยค่ะ




Comment

Ads