Thursday, July 31, 2008

Japan Trip (4th day)

21 July (Mon.)
วันนี้ตื่นเช้ากว่าทุกวัน (7 โมง) เพราะได้ยินว่าป๊านัดกินข้าวเช้า 7 โมง สายแล้วสิ ใช้มุขเดิมน้ำไม่อาบแปรงฟันอย่างเดียวก่อนแล้วกัน พอลงมาถึงห้องอาหารปรากฏว่าไม่เจอใครเลย เรามาถึง 2 คนแรกอีกแล้วเหรอเนี่ย !!!!  เย้ ๆ ๆ ๆ เราทำสำเร็จแล้ว แต่ว่า..ยังไม่หิวเลย  -_-"
ไหน ๆ ก็มาแล้วหม่ำรอคนอื่นก่อนละกัน  ^_^  จะได้รีบไปเดินช๊อปปิ้งต่อ เพราะเมื่อคืนยังไม่หนำใจเลย รีบกลับห้องอาบน้ำ เก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนเพราะวันนี้ Taxi จะมารับเราไปที่โรงแรม Grand Price ตอน 11 โมง เราไปช๊อปปิ้งกัน 6 คน ป๊า ม๊า พี่กอล์ฟ เจ๊วี เอ็ม เชอรี่ ออกจากโรงแรม 9 โมงครึ่ง ได้ช๊อปนิดนึงก็ยังดี มาตั้งหลายวันยังไม่ได้ช๊อปแบบกระหน่ำเลย ได้โฟมล้างหน้า Shishedo กับผ้าปิดปากฝากพี่หลา 1 แพ๊ค (คิดว่าจะซื้อหลาย ๆ แบบเลยซื้อเท่านี้ก่อน)  ร้านค้าเยอะมาก ๆ เหมือนเป็นย่านช๊อปปิ้งของเมืองนี้เลย และเป็นช่วง sale ด้วย เห็นยันต์สีแดงเต็มไปหมดเลย ถ้ามาเดินสายกว่านี้จะมีความสุขมากเพราะร้านส่วนใหญ่เปิด 11 โมง แต่ดันปิดเร็ว 3-4 ทุ่มเอง 
ระหว่างทางกลับแวะถ่ายรูปป้ายบริษัท CBRE ด้วย เพราะเมื่อคืนมาถ่ายแล้วภาพไม่สวย อยากมาทำงานที่นี่จัง
พอกลับถึงโรงแรมต้องรีบแปลงร่างเป็นชุดกระโปรงใส่สูท เก็บกระเป๋า แล้วรีบหอบหิ้วกระเป๋าลงมาที่ Lobby ก็เกิดอาการงงอีกแล้วคับท่าน เพราะไม่เจอใครเลย จะถามพนักงานก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง พนักงานที่นี่คุย ENG ไม่ได้  เลยทิ้งกระเป๋า 3 ใบยักษ์ไว้แล้ววิ่งออกไปนอกโรงแรมหาคนอื่น ๆ แต่ไม่เจอใครเลย เรามาถึง 2 คนแรก (ได้ใช้ประโยคนี้บ่อยเน๊อะ)  มีเน็ตให้ใช้ฟรี เล่นเน็ตรอดีกว่า 



รอไม่นาน Taxi ก็มารับแล้วพาเราไปส่งโรงแรมที่เราจะนอนคืนนี้ (Grand Price Hotel) ด้วยระยะทางเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่า 7,830 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,500 บาท  แพงมาก !!!  แต่ว่าเราก็ไม่ได้จ่าย (อีกแล้ว) Taxi ที่นี่เท่ห์มากเลย รับบัตรเครดิตด้วย แถมคนขับก็ใส่สูท(เหมือนเราเลย)  แล้วก็ถุงมืออีกตะหาก
โรงแรมนี้เป็น No.2 ของเกียวโต ............. เคยมาพัก ดูหรูมากเลยเน๊อะ เริ่มทำตัวไม่ถูกแล้วสิ แต่เรามาถึงเร็วเกินยังไม่สามารถ check in ได้ เลยต้องไปนั่งรอในห้องประชุม ระหว่างนั้นก็นั่งวางแผนที่เที่ยววันพรุ่งนี้ กินขนม จดบันทึก สำรวจห้องน้ำ รวมทั้งจองห้องพักของคืนพรุ่งนี้ด้วย เพราะตอนแรกเพื่อนป๊าจะจองโรงแรมใกล้สนามบินให้เพราะวันต่อไปทุกคนจะกลับตอนเช้า แต่ทุกคนอยากช๊อปปิ้งเลยตกลงปลงใจที่โรงแรม Grampus (โรงแรมที่เราจองไว้ทาง net) คืนละ 10,600 เยน  แล้วก็ถึงเวลา check in




คนละห้อง มี 2 เตียง นอนยังไงเนี่ย ? ห้องน้ำก็มี 2 แบบ ทั้งเป็น shower และอ่างอาบน้ำ มีตู้เสื้อผ้าแบบเท่ห์ ๆ ด้วย ว้าว ๆ ๆ ๆ

เพลิดเพลินกับห้องนานไม่ได้เพราะต้องรีบลงไปประชุม ลงมาก็เค้าก็ให้เรานั่งรออยู่หน้าทางเข้างาน ตรงข้ามเราเป็นผู้หญิงคนนึงนั่งชงชาอย่างพิถีพอถัน ค่อย ๆ ใส่ชา ค่อย ๆ ตักน้ำ ชาที่เค้าชงอยู่นี่ท่าทางจะรสชาตดีมาก ๆ


แล้วก็มีสาว ๆ ชุดกิโมโนมาเสริฟชานี้ให้เราทีละคน ๆ และตามด้วยขนมสีเขียวอ่อน เนื้อนุ่ม ๆ รสหวาน ๆ สมกับเป็นขนมญี่ปุ่นจริง ๆ เลย แต่ชาที่เค้าเอามาเสริฟนี่สุดยอดแห่งความหอม รสชาตนี่เกินคำบรรยาย มีชารสชาตดีอย่างนี้ในโลกด้วยเหรอเนี่ย ??????

มันเป็นอย่างนี้นี่เอง !!!!!

เมื่อโซ้ยชา และขนมเป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาต้องเข้างานแล้ว ตรงประตูทางขวาก็เห็นบอร์ดกิจกรรม สโมสร Rotary Kyoto Northeast และแก่นคูณ ที่สโมสร Rotary เกียวโตให้การสนับสนุนเงินในการทำห้องสมุดเยาวชนในจังหวัดขอนแก่น

ถึงเวลาเข้าห้องประชุมจริง ๆ แล้วละ พอมองเข้าไปข้างในก็ทำให้ตื่นเต้นกว่าเดิมอีก เพราะเห็นธงชาติไทยกับญี่ปุ่นอยู่คู่กันเลย ไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นึกว่าจะมีหลาย ๆ ประเทศ ฉลอง ๆ ๆ แล้วก็จบ เพราะฉะนั้นอีกหลายชั่วโมงต่อไปนี้เราจะต้องเรียบร้อยยยยย ไม่คุย ไม่กิน ไม่ลุกไปโน่นไปนี่ (ถึงแม้จะฟังไม่ออก)

ที่เก้าอี้ทุกคนจะมีชื่อแปะอยู่ และมีซองเอกสารประกอบการประชุมวันนี้ เราก็พยายามจะศึกษาเรื่องงานนี้ให้มากที่สุดจากเอกสารที่เค้าให้มา เพราะไหน ๆ ก็มาแล้ว พลิกหน้า พลิกหลัง  !@#$%%^(*^%&(_*&% อ่านไม่ออกซักตัว ดูรูปอย่างเดียวแล้วกัน

ท่านประธานก็กล่าวเปิดงาน แล้วก็มอบรางวัล ป๊าได้ออกไปกล่าว speech ด้วย ประโยคแรกที่พูดคือ คอนนิจิวะ โดโหมะ อาริงาโตะ รู้สึกได้ว่าคนในห้องประชุมฮือฮากันมาก ที่เหลือก็เป็นภาษาอังกฤษหมด ไม่ต้องกลัวว่าจะฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เพราะเค้ามีเอกสารประกอบการพูดให้ เป็นภาษาญี่ปุ่น ... ขอบคุณค๊า 
แล้วก็ present ผลงานต่าง ๆ นานนับชั่วโมง ฟังไม่ออก เริ่มหาว ... น้ำตาไหล ... แล้วก็แอบงีบที่เก้าอี้นี่แหละ 6 โมงเย็นมีงานเลี้ยง  แต่ตอนนี้ก็จะ 6 โมงแล้วน๊า เค้าจะรวบเป็นงานเดียวกันหรือเปล่าน๊อ ??

เหมือนท่านที่ present ได้ยินเสียงเราคิดในใจ (ที่เป็นภาษาไทย) เค้ารีบกด ๆ ๆ ข้าม ๆ ๆ slide ไม่ค่อยละเอียดเหมือน slide ก่อน ๆ แล้ว

เวลาเลิกประชุมช่วงบ่าย กับ เวลาเริ่มงานตอนเย็นติดกันเลย เราทุกคนเลยไม่สามารถเข้าห้องไปพักผ่อนได้

งานคืนนี้เป็นค่อนข้างเป็นทางการ เกือบ ๆ ร้อยโต๊ะ มีคนเสริฟประจำโต๊ะละ 3 คน และพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ไม่ต้องห่วงว่าจะอยากได้อะไรเพิ่มแล้วจะเรียกพนักงานลำบาก เพราะเค้าจะสังเกตุสีหน้าเราตลอดเวลา พอสบตาหน่อยเค้าก็จะรู้แล้วว่าต้องการอะไรเพิ่มแน่ ๆ น้องที่บริการโต๊ะเราน่ารักมากเลย อายุ 20 เอง เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ให้โหวตน้อยจากเมืองไทยไปอันนีึง ดีใจใหญ่เลย  อาหารมื้อนี้ไตล์ฝรั่งเศสด้วย ป๊าบอกว่าค่าอาหารคนละ 5000 บาทแหนะ ฉะนั้น กินอย่าให้เหลือ อิอิ 

ที่โต๊ะ้เราจะมีป้ายชื่อติดไว้ทุกคน และบนเก้าอี้จะมีถุงกระดาษใบนึงข้างในห่อของขวัญซะสวยเลย

อาหารจานแรกเป็นรวมมิตรปลาดิบ อร่อยเริด ๆ หมดภายในพริบตา
ช้อนเยอะแยะเต็มไปหมดเลยเน๊อะ 


ซุปครีมเย็น หอม ๆ หวาน ๆ มาคู่กับขนมปัง หมดเร็วอีกแล้วค่ะ (หิวค่ะหิว)

สเต็กปลา

ไอศครีมเมล่อน

เครื่องดื่มในมื้อนี้ไวน์ขาว ไวน์แดง เบียร์ สาเก ตาหวานเลยค่ะ ทำให้ต้องขอชาเพิ่มหลายรอบ มึนอย่างแรง !!  สเต๊กใด ๆ ในโลกนี้ต้องยอมแพ้จานนี้เลยค่ะ

นักดนตรี Jazz No. 1 ของญี่ปุ่น ให้เกียรติมาเล่นดนตรีให้งานนี้ด้วย

เค้กช๊อคโกแล๊ครสชาติเยี่ยมอีกแล้วค่ะ 5 ดาวทุกอย่างเลย  

เมาแล้ว !!!  Can I have some lemon tea ?  

น้องที่ดูแลโต๊ะเรา น่ารักใช่มั้ยล่ะ ???  

จบงานแล้วค่ะ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย
ถ้าเป็นบ้านเราถ้าจะกลับก็คงทะยอยกลับหลังจากอาหารหมด แต่งานนี้ทำเอาเราทุกคนงงเลย ทุก ๆ ในงานลุกจากโต๊ะพร้อมกัน ไอ้เราก็งงว่าจะกลับบ้านยังต้องลุกจากเก้าอี้พร้อมกันด้วยเหรอ อะไรจะเป็นระเบียบกันขนาดนี้ แต่ที่ไหนได้ มีลุงที่ไหนไม่รู้มาจูงมือเราเพื่อที่จะให้ล้อมเป็นวงกลมให้รอบงาน และมีหญิงญี่ปุ่นอีกคนมาจับมือเรา (เค้าคงพยายามคละคนไทย-ญี่ปุ่น) แล้วก็ร้องเพลงเป็นภาษาญี่ด้วยด้วยทำนองที่สนุกสนาน ระหว่างนั้นก็ใช้มือที่เราจับกับคนข้าง ๆ ชูข้างซ้ายที ขวาที น่ารักจังเลยเน๊อะ  

เค้าให้เราออกจากงานอย่างนี้อ่ะค่ะ เขินมากเลย มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น เค้าก้มหัวแล้วก็ arigato

งานยังไม่จบแค่นี้ค่ะ สโมสร Rotary Kyoto Northeast เค้าต้องการจะเลี้ยงขอบคุณเราทุกคนที่มางาน จึงจัดงานให้อีกงานนึงต่อกันเลย เชอรี่กับเอ็มจึงอาสาเอาของทั้งหมดที่ได้จากงานไปเก็บที่้ห้องเพื่อให้ผ่อนคลายบ้าง แล้วก็ไปสู้ต่อกับงานที่ 3 ของวันนี้

VIP มาก นั่งหน้าเวทีเลย
ว้าว ! มี ไมอิโกะ มาเล่นดนตรีสด ๆ ให้เราฟังแบบ Ringside

แล้วก็มีการรำแบบเกอิชาด้วย พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก

ให้เราขึ้นไปถ่ายรูปกับเหล่าไมอิโกะ พร้อมกับมอบของที่ระลึกให้เราทุกคน

แต่ยังไม่หนำใจขอถ่ายอีกหลาย ๆ รูปแล้วกันนะค่ะ  
แต่ว่าไม่ได้ขอถ่ายเปล่า ๆ นะค่ะ เราก็มีโหวตน้อยให้เค้าดีใจด้วยด้วยนะค่ะ

เค้าใ้ห้เราออกจากงานอย่างนี้เลยค่ะ คืนนี้จะนอนหลับมั้ยเนี่ย ???

กลับห้องก็ยังนอนไม่หลับเพราะคืนนี้ไม่ได้ออกไปเดินเที่ยงไหน ยังมีแรงเหลืออีกเยอะเลย ทำไรดีน๊า ??  พอดีหันไปเห็นป้ายว่ามีเน็ตให้เล่นด้วย แต่ว่าต้องเสีย 1000 เยน อ๊ะ ไม่มีไรทำ ยอมเสียเงินหน่อยละกัน จะได้ upload รูปด้วย เอาน้องแอร์มายังไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย เอ็มก็โทรไปหาเจ๊วีแต่ว่าพี่กอล์ฟรับสาย เอ็มก็แกล้งมั่วภาษาญี่ปุ่น ทำเอาปลายสายอึ้งเลย นึกว่าญี่ปุ่นที่ไหนโทรมาเวลานี้ เอ่อ ๆ ๆ ๆ ........ และก็ได้ทำอย่างนี้กับม๊่่า แล้วป๊า สำเร็จตามลำดับ โชคดีที่เราอยู่ข้าง ๆ ไม่งั้นคงโดนอีกคนแน่ ๆ

เว็บแรกที่เปิดคือ AF5 วันเสาร์ที่ผ่านมาไม่ได้ดู อาทิตย์นี้มิกกี้ออกอ่ะ เซ็งเลย คนที่เชียร์ก็ทยอยออกกันไปทีละคน

พอม๊ากับเจ๊วีมา เราก็ไม่รู้จะทำอะไรเลยใส่ชุดยูกาตะถ่ายรูปเล่นซะเยอะเลย

ใคร ๆ ก็บอกว่าเรารักกัน 5555

คืนนี้คงเป็นคืนที่ฝันดีอีกคืน และมีความทรงจำดี ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย

โอะยะซุมินาไซ...  


Japan Trip (3rd day)

20 July (Sun.)

7.38 น. ได้ยินเสียงม๊าเอ็มมาเคาะประตูห้อง ห๊า !!!!!!!!!!!!!!! สายแล้ว ๆ ๆ ๆ Taxi จะมารับ 8 โมง คนที่นี่ยิ่งตรงเวลาซะด้วย ข้าวก็ยังไม่กิน น้ำก็ยังไม่อาบ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปห้องอาหารกะว่ากินนมซักแก้วก็ยังดี เพราะวันนี้ต้องทัวร์ทั้งวัน แต่ยังนับว่าพระเจ้ายังเข้าข้าง รถจะมารับช้า ม๊าเอ็มใจดีเลยบอกให้กิน ๆ ๆ ๆ เท่าที่กินทัน ปรากฎว่าท้องตึงอีกแล้ว Taxi พาไปส่งที่โรงแรม Sunrise ตรงข้ามกับ JR สถานีเกียวโตเลย ซึ่งมี K. Tetsu & K. ..... (จำชื่อไม่ได้) รอรับเราอยู่แล้ว พร้อมกับซื้อทัวร์เกียวโต 1 วันให้พวกเราทั้ง 10 คน

กลุ่มเราที่ไปมีทั้งต่างชาติและญี่ปุ่นเอง รวมแล้วประมาณ 30 คน โดยมีไกด์ 1 คน และผู้ช่วยอีกคน เราเริ่มไปที่ปราสาทนิโจเป็นที่แรก เวลา 8.30 น. ศาลเจ้า ........ และวิหารทองคำคิงคะคุจิ (Kinkakuji) ในช่วงเช้า แวะกินข้าวเที่ยงที่ Kyoto Handicraft Center และเริ่มช่วงบ่ายด้วย The Garden of Heian Jingu Shrine, พิพิธภัณฑ์..... และวัดน้ำใส (Kiyomizu-Dera) เป็นที่สุดท้ายของวันนี้


ปราสาทนิโจ


ศาลเจ้า ...... (วันนี้มีคนแต่งงานที่นี่ด้วย)


วิหารทองคำคิงคะคุจิ


ข้าวเที่ยงของเราวันนี้ เป็นแบบบุฟเฟ่ค่ะ ที่ Kyoto Handicraft Center



อิ่มแล้วก็เริ่มซ่า



ล้างมือเตรียมเที่ยววัดต่อค้าบบบ


The Garden of Heian Jingu Shrine เป็นสวนที่ใหญ่และสวยมาก ๆ เลย 



มีสะพานให้เราข้ามผ่านด้วยกัน เค้าเชื่อกันว่าถ้าเราก้าวผ่านสะพานนี้จะทำให้เราสมหวังในสิ่งที่เราขอพรไว้ เราก็เลยขอข้ามหน่อยละกัน ท่าทางจะสนุกดี โดยมีม๊าถ่ายรูปให้ ขอบคุณนะค่ะ


วัดนี้เดินไกลแต่เพลินค่ะ


ขอถ่ายรูปหน่อยละกัน ไว้เป็นหลักฐานว่าเราเคยมากระโดดที่สวนนี้แล้ว
(การกระโดดครั้งนี้ทำให้ @khajochi ทำแว่นหายด้วย)


พิพิธภัณฑ์ Sanjusangendo ข้างในเป็นรูปปั่นของเทพองค์ต่าง ๆ ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ห้ามถ่ายรูปบริเวณข้างในเลยไม่มีภาพมาให้ดู


เดินทางไปวัดน้ำใส (Kiyomizu-Dera) เพราะรถขับขึ้นไปไม่ได้เลยต้องออกแรงเดินกันหน่อย


แต่เหนื่อย+ร้อน ขอแวะกินไอติมอันละ 400 เยนกันหน่อย แพงแต่อร่อยค่ะ


ในที่สุดเราก็มาถึงหน้าวัดกันแล้ว รู้เลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงแข็งแรง


ว้าว ๆ ๆ สวยมาก ๆ เลย


นี่คงเป็นที่มาของชื่อวัดนี้ ... วัดน้ำใส


บ๊ายบาย วัดในเกียวโต

รถโค้ชพาเราทุกคนไปส่งที่โรงแรม Hotel IROHA เป็นโรงแรมแบบญีปุ๊น ญี่ปุ่นอ่ะ เวลา 6 โมง เพื่อน ๆ ป๊ามารอรับหลายคนเลย ดูอบอุ่นดีจัง วันนี้มีล่ามด้วยชื่อน้องส้ม เย็นนี้มีนัดทานข้าวเย็นกับเพื่อน ๆ ป๊า และชาว Rotary เวลา 18.30 น. กว่าจะทักทาย, แจกกุญแจห้องกันเรียบร้อย ก็เหลือเวลาอีก 10 นาที มาช้าก็ไม่ด เลยได้เข้าห้องน้ำแล้วมารอที่ห้องอาหาร ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นห้องอาหารเล็ก ๆ กินกันไม่กี่คน ง่าย ๆ เหมือนข้าวเย็นเมื่อวาน แต่พอเข้าไปถึงห้องอาหารก็เกิดอาการ งง ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้ว่าเรามาถูกงานหรือเปล่า ? ไม่มีคนรู้จักอยู่ในห้องเลย มีคนใส่ชุดกิโมโนอยู่ 4 คน เค้าบอกให้เราเข้าไปนั่งรอข้างใน เรามาถึง 2 คนแรกเหรอเนี่ย?????? ทำไงดี ๆ ๆ

ห้องที่เราเข้าไปนั่งนี่เป็นเหมือนห้องอาหารท่านโชกุน (ไม่ได้เวอร์) มีเบาะนั่ง และโต๊ะอาหารที่จัดไว้แล้วประมาณ 30 ชุด เลือกมุมนั่งไม่ถูกเลย ว่าตรงไหนจะปลอดภัยที่สุด นั่งแบบเกร็ง ๆ ซักพักก็มีคนอื่นตามเข้ามา เยอะเลย แต่งตัวกันทางการมาก ๆ และเพิ่งรู้หนึ่งในผู้หญิงที่ใส่ชุดกิโมโนเป็นภรรยาเจ้าของโรงแรมนี้ด้วย (พูดภาษาอังกฤษได้ด้วยละ ชอบคุยกับคนนี้ที่สุดเลย)

เมื่อทุกคนมาครบ (เกือบ ๆ ทุ่ม) ก็ได้เริ่มกล่าวเปิดงานเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยมีน้องส้มเป็นล่ามภาษาไทยให้ และเมื่อคนไทยพูดก็มีน้องส้มเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นให้


และแล้วได้ถึงเวลากิน


นี่เป็นชุด starter ของทุกคน


ตามด้วยเบียร์ โดยมีสาว ๆ ไมอิโกะ ค่อย ๆ รินให้ทีละคนเป็นแก้วแรก


เหมือนเป็นธรรรมเนียมที่นี่ที่ผู้ใหญ่จะรินเบียร์ให้คนเด็กกว่า ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่กินแก้วแรกเลย เค้าก็มานั่งรอแล้ว เราก็เลยต้องกระดกสด ๆ


สวยมาก ๆ เลยเน๊อะ



แล้วก็ตามมาด้วยสาเกร้อน และสาเกเย็น ตาปรือแล้วนะเนี่ย 



คั่นรายการด้วยการพูดคุยกัน โดยผ่านทางล่ามสาวของเรา



ปลาดิบจานนี้สุดย๊อดดดด !!!!!


เนื้อโกเบจานนี้สุดยอดกว่า ท้องจะแตกอยู่แล้ว แต่ต้องพยายามกินให้หมด เพราะไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้กินเนื้อที่อร่อยอย่างนี้อีกหรือเปล่า


ปลาอะไรไม่รู้ จำชื่อไม่ได้ แอบไปเห็นราคาในห้างทีหลัง แพงม๊ากกกกก

ต้องมีวิธีการกินแบบญี่ปุ่นด้วย ซึ่งกะเหรี่ยงอย่างเรากินไม่เป็นแน่นอน  เลยต้องมาสอนกันถึงที่เลย



ให้ของขวัญเป็นการขอบคุณที่ให้ห้องพัก และอาหารสุดประทับใจมื้อนี้ และมอบให้แก่ทุกคนที่มางานด้วย



รำเพลงลอยกระทงเพื่อความสนุกสนาน (หรืออาจถือโอกาสย่อยอาหารไปในตัว ?)


และแล้วอาหารชุดต่อมาก็มาถึง ชุดนี้เป็นปลากระพงทอด (อร่อยมาก) และหอยนางรมยักษ์สด กินโดยการบีบเลมอนใส่แล้วเข้าปากเลย เลิศรสมากกกก



ชุดนี้เป็นเหมือนข้าวต้มญี่ปุ่นหรืออะไรซักอย่าง (นุ่ม+หอมมาก ๆ) กับแตงญี่ปุ่น เสริฟคู่กับชาร้อน ท้องจะแตกแล้วนะเนี่ย



จะไม่ไหวแล้วค๊า !!!!



จานสุดท้ายเป็นเมล่อนญี่ปุ่น ซึ่งส้มบอกว่าอร่อยมาก พลาดไม่ได้ ตอนแรกว่าจะไม่กินแต่เปลี่ยนใจละ


คิดถูกมาก ๆ เพราะเป็นเมล่อนที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา แอบไปดูราคาในห้าง Takashiyama ถูกสุดลูกละ 3,500 บาท แพงสุดลูกละ 7,000 !!!!


เจ้าของโรงแรมบอกว่ามีไวน์ !@#amp;*)&% มาเสริฟ อยากให้ชิม เราทุกคนก็กึ่ม ๆ กันแล้วเลยปฎิเสธแต่น้องส้มเจ้าเดิมบอกว่ารสดีมากต้องลอง อ๊ะ ! ก็ได้ ........ รสดีที่สุดเลย


 
Domo arigato, Oyasuminasai 



ลากันอย่างอบอุ่น


มื้อนี้ประทับใจทีสุดเลย ก่อนไปเคยอ่านหนังสือว่าคนญี่ปุ่นเค้าจะต้อนรับแขกผู้มาเยือนดีมาก ๆ แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และวันนี้เค้าก็ทำให้เราเห็นและสัมผัสได้ว่าทุกอย่างวันนี้สุดยอดจริง ๆ


3 ทุ่มครึ่งแล้ว รีบเอากระเป๋าไปเก็บ และเปลี่ยนรองเท้า รีบไปช๊อปปิ้งใกล้ ๆ โรงแรม ไปแบบมึน ๆ ร้านค้าก็ปิดเกือบหมดแล้ว มีแต่ร้านปาจิงโกะที่ดูเหมือนจะเปิดทั้งคืน เข้าไปดูร้านใหญ่มาก ๆ มี 7 ชั้นแหนะ มีตู้เกมหลากหลายแบบ แต่แอบงงกับสนามแข่งม้าจำลองว่าเค้าจริงจังขนาดนี้กันเลยเหรอเนี่ยยยย


เห็นร้านขายยา+เครื่องสำอางยังไม่ปิดเลยขอเข้าไปดูแป๊บ !!! ได้ลิปกรอส Lancome ลด 50% มา 1 แท่ง อยากรู้ว่าหมดอายุเมื่อไหร่ เพราะสติกเกอร์ที่แปะอยู่ด้านหลังไม่ออก (ภาษาญี่ปุ่น) ก็ถามคนขายเป็นภาษาอังกฤษ แต่คุยกับคนขายไม่รู้เรื่อง เลยยื่นตังค์ให้ จบ !


ขากลับเป็นมีวัยรุ่นนั่งเล่นกันริมน้ำ มีผู้หญิงคนนึงรำไฟ และมีผู้ชายตีกลองให้จังหวะ มองไปอีกฝั่งตรงข้ามตีกลองชุดอย่างมัน เราก็ขอนั่งเล่นด้วยละกัน มองดูน้ำใสมาก นั่งตั้งนานไม่มียุงกัดซักตัว น้องส้มบอกว่าฤดูร้อนจะมีคนมาเล่นน้ำที่นี่กันเยอะ แสดงว่าน้ำเค้าสะอาดจริง อยากให้เมืองไทยเป็นแบบนี้บ้างจัง


โรงแรมนี้มีออนเซ็นด้วย ด้วยความอาย เราไม่กล้าจะไปอาบรวมกับคนอื่น เลยแอบถามพนักงานโรงแรมเค้าบอกว่าปิดตี 2 เชอรี่กับเอ็มเลยแอบไปอาบกันตอนเที่ยงคืนครึ่ง แบบเป็นเจ้าของสระเลย ไม่มีคนอยู่ อิอิ


พร้อมย่องไปออนเซ็นแล้วค่ะ


น้ำร้อนมาก ๆ เลย ในหนังสือบอกว่าน้ำที่อ่างออนเซ็นจะมีอุณหภูมิประมาณ 40 องศา เลยค่อย ๆ เอาปลายเท้าแตะ จ๊ากกกกกกก ร้อนมาก ๆ โชคดีที่อยู่คนเดียวเลยค่อย ๆ ปรับสภาพอย่างใจเย็น


Comment

Ads