Saturday, July 30, 2016

ฉลองวันเกิดน้องวชิอายุครบ 1 ขวบที่โรงแรม Amari หัวหิน



พอใกล้ถึงวันเกิดของน้องวชิ เชอรี่กับเอ็มก็เริ่มคิดๆ ว่าจะฉลองวันเกิดให้ลูกยังไง ฉลองที่ไหน ไม่เคยจัดงานวันเกิดให้ด้วยสิ ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ต้องเซอร์ไพรส์ไหม ต้องมีเค้กวันเกิดหรือเปล่า คำถามเยอะแยะไปหมดเลย


ระหว่างทางไปหัวหิน เจ้าของวันเกิดหลับปุ๋ยเกือบตลอดทางเลยฮะ

จัดแบบไหนดี?
เรา 2 คนตกลงกันว่าจะจัดกันง่ายๆ กินข้าวกับครอบครัว แต่แล้วก็มีโปรโมชั่นโรงแรม Amari หัวหิน มาพอดี เราเลยเปลี่ยนแผนกันทันที สรุปว่าเราพาน้องวชิไปจัดงานวันเกิดที่ 5 วัน 4 คืน อย่างไม่ทันตั้งตัว

หลังจากนั้นมนุษย์แม่ก็ไม่หยุด เริ่มสั่งบอลลูน ลูกโป่ง หมวก เค้ก เพิ่มมาทีละอย่าง ยิ่งใกล้วันก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งสั่งของ อ้าว วนกันไปไม่หยุด 55


ช่วงอยู่โรงแรมทำอะไรไหนดี?
เราอยู่โรงแรมเดิม 5 วัน ด้วยอากาศที่ร้อนระอุ และก็เที่ยวหัวหินกันหลายรอบแล้ว ทริปนี้เลยเป็นทริป กินๆ นอนๆ ว่ายน้ำ นวด พักผ่อนอยู่แต่ในโรงแรม ชิวๆ กันไป
ว่ายน้ำคือกิจกรรมหลัก

เจ้าของวันเกิดคึกมากฮะ

เล่นก้อนหินที่มุมโปรด

แอบดูสาวว่ายน้ำ

เผลอไม่ได้ จูงทุกคนให้พามานั่งรถกอล์ฟ

ถล่มของเล่นที่ Kids Club

โพสท่าถ่ายแบบบ้าง

หม่ามี๊นวด 2 หนุ่มก็รอกันไป
พอป่าปี๊นวด น้องวชิก็รอเหมือนเดิม เอาใจเจ้าของวันเกิดจริงๆ 55

ไปข้างนอกบ้างดีกว่า
เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงหัวหิน เราเลยออกไปกินอาหารทะเลอร่อยๆ กันที่บ้านอิสระ แดดแรง ลมโกรกมาก มีหาดทรายทะเลหัวหินให้น้องวชิได้ดู มีเรือจอดอยู่หลายลำ น้องวชิชอบดูเรือมาก พูด Boat ตลอดเลย
น้องวชิชอบดู Boat สุดๆ เลยครับ

เล่นน้ำทะเลที่ชายหาดเขาตะเกียบ

โดนป่าปี๊แกล้งเอาทรายกลบง๊าา > <"


เดินตลาดโต้รุ่งหัวหิน


เตรียมอาหารไปยังไงดี?
เชอรี่อยากให้น้องวชิกินอาหารฝีมือตัวเองทุกมื้อ ไม่อยากให้กินอาหารสำเร็จรูปถ้าไม่จำเป็น เพราะอาหารที่ทำเอง มีประโยชน์มากกว่าอยู่แล้ว ตอนคิดมันก็ง่าย แต่พอถึงเวลาที่ต้องทำนี่เหนื่อยเอาการเลยค่ะ เพราะเราไปหลายวัน น้องวชิกินข้าววันละ 3 มื้อ ทุกอย่างเลยคูณ 3 หมดเลย ข้าว ผัก เนื้อสัตว์ ซุป แต่เพื่อน้องวชิ เชอรี่ทำได้ ^^

เอาอาหารที่ฟรีซเป็นก้อนใส่ถุงเก็บน้ำนมแบ่งเป็นมื้อไว้ เขียนข้างถุงด้วยว่าเป็นเนื้อสัตว์อะไร พอตอนจะให้ทางโรงแรมด้วยอุ่นก็บอกเค้าเลยว่า มื้อนี้ช่วยอุ่น หมู ไก่ ตับ หรือปลานะค๊าาา

ส่วนมื้อเช้าเชอรี่จะขอไข่ต้มกับทางโรงแรมตอนที่เรากินมื้อเช้า บดใส่ลงในข้าวเลย น้องวชิชอบมาก

อาหารแช่แข็งทั้งหมดใส่ในกระเป๋าเก็บความเย็น เชอรี่ใช้กระเป๋าเก็บความเย็น PACKiT รักษาอุณหภูมิได้ดีสุดๆ พอไปถึงหัวหิน อาหารยังแข็งโป๊กเป็นก้อนน้ำแข็งอยู่เลย (เทคนิคที่จะช่วยเก็บความเย็นในนานขึ้นเพื่อสู้กับอากาศที่ร้อนระอุของบ้านเราคือ ใส่ในกระเป๋าอีกใบแล้วรูดซิปปิดให้มิดชิดค่ะ)


อีกหนึ่งอาหารสุดโปรดที่พลาดไม่ได้คือ อโวคาโด กินแล้วมันฟินจริงๆ นะป่าปี๊


และนี่คืออาหารของป่าปี๊หม่ามี๊ ^O^ 

ก่อนจะถึงวันงาน

แน่นอนว่าก่อนจะถึงวันงานก็ต้องเตรียมตัว เตรียมสถานที่ เชอรี่จองห้องที่มีประตูเชื่อมต่อกันด้วยเหตุผลนี้เลย พอน้องวชิตื่นมาเจอจะได้ ว้าวๆๆๆๆ เซอร์ไพรส์

2 แรงแข็งขัน คนนึงจับ อีกคนสูบลม เยอะมาก เหนื่อยแต่สนุกมาก ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย


เป่าเค้กวันเกิด

แทแด๊มมมมมม .....

พอถึงวันเกิดน้องวชิ เค้กมาส่งถึงที่ห้องอากงอาม่าแต่เช้า แต่ปิดประตูไว้ ยังไม่ให้น้องวชิเห็นทุกอย่าง

พอทุกอย่างพร้อมแล้ว ป่าปี๊หม่ามี๊พาน้องวชิมาที่ห้องอากงกับอาม่า น้องวชิเจอลูกโป่งน่ารักๆ เยอะเลย ตื่นเต้นมาก ทุกคนใส่หมวกพร้อม แต่เจ้าของวันเกิดไม่ยอมให้ความร่วมมือ

อากงถ่าย VDO ป่าปี๊ Facebook live ไม่เห่อกันเล้ยยยยยยยยย

เราเริ่มร้องเพลง Happy Birthday ให้น้องวชิกันพร้อมหน้า เป็นความสุขเล็กน้อยที่มหาศาลมาก


พอถึงเวลาเป่าเทียน น้องวชิยังเป่าไม่เป็น ป่าปี๊หม่ามี๊เลยช่วยเป่าให้ และให้กินเค้กวันเกิดด้วย เย้ๆๆๆ

แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะน้องวชิยังเล็กอยู่ หม่ามี๊ไม่อนุญาตให้กินเค้ก เลยให้กินผลไม้ที่อยู่บนเค้กแทน มีทั้งแอปเปิ้ล กีวี มะม่วง สตรอว์เบอร์รี แค่นี้น้องวชิก็อิ่มอร่อยสุดๆ แล้ว



1 ขวบแล้ว

วันเกิดปีนี้หม่ามี๊ขออวยพรให้ลูกเป็นเด็กดี สุขภาพแข็งแรง เป็นลูกที่น่ารักของป่าปี๊หม่ามี๊อย่างนี้ตลอดไปนะครับ ป่าปี๊หม่ามี๊รักวชิมากน้า


น้องวชิเข้ามาทำให้เชอรี่มีความสุขทุกวัน ได้หอมแก้ม ได้เห็นรอยยิ้ม ได้นอนกอดกันทุกคืน เป็น 1 ปีที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตเลยค่ะ

อ่านเพิ่ม




Thursday, July 21, 2016

พาลูกทำพาสปอร์ตครั้งแรก เอกสาร ขั้นตอน สถานที่ และค่าใช้จ่าย



ปกติแล้วเอ็มกับเชอรี่จะเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศกันอย่างน้อยปีละครั้ง ตั้งแต่คลอดน้องวชิเราก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยวันที่เรา 3 คนพร้อม!! พร้อมในที่นี้หมายถึงเชอรี่กับเอ็มพร้อมจะดูแลน้องวชิ และน้องวชิพร้อมที่จะเที่ยวสนุกกับเราได้

พอน้องวชิเริ่มโตขึ้น เราก็เริ่มมองหาประเทศที่เราจะไปเที่ยวกันเป็นประเทศแรก ประเทศที่อยากไปมากคือญี่ปุ่น เอ็มมีญาติอยู่สิงคโปร์ เราลังเลอยู่ 2 ที่ สรุปเราก็ตัดสินใจว่าจะไปสิงคโปร์กันก่อนเพราะระยะทางที่ใกล้กว่าและมีคนช่วยเลี้ยง ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ถือว่าเป็นการซ้อมไปในตัว เก่งแล้วค่อยไปญี่ปุ่นดีกว่า ^^



ก่อนจะไปต่างประเทศได้ น้องวชิก็ต้องมีพาสปอร์ตซะก่อน เชอรี่จะกลับขอนแก่นพาน้องวชิมาซ้อมนั่งเครื่องบินครั้งแรกพอดี ขอไปทำที่ขอนแก่นแล้วกัน ไม่ต้องสู้กับรถติด คนเยอะเหมือนอยู่กรุงเทพฯ

ไม่ต้องรอคิวเลย เป็นคนขอนแก่นก็ดีอย่างนี้ ^^

เอกสาร

ไม่ว่าเป็นใคร อายุเท่าไหร่ ถ้าจะเดินทางออกนอกประเทศจะต้องมีพาสปอร์ตทุกคน น้องวชิอายุ 1 ขวบก็ต้องมีเหมือนกัน แถมเป็นเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะจะต้องเตรียมเอกสารเยอะกว่าผู้ใหญ่ด้วย
  1. สูติบัตรตัวจริง (อายุต่ำกว่า 15 ปี) ถ้าไม่มีต้องไปคัดสำเนาที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ
  2. ทะเบียนบ้าน
  3. บัตรประชาชนตัวจริงทั้งของพ่อและแม่ 
  4. ใบเปลี่ยนชื่อตัวจริงทั้งของพ่อ แม่ ลูก (ถ้ามีการเปลี่ยน)
และที่สำคัญพ่อและแม่ต้องมาลงนามให้ความยินยอมด้วย จะเป็นคนใดคนหนึ่งไม่ได้ พ่อแม่จะต้องพามาทำทุกครั้งจนกว่าจะอายุ 20

ต้องมากันครบหน้าแบบนี้เลย

ขั้นตอน

1. กดบัตรคิวและรับเอกสาร "หนังสือรับรองข้อมูลส่วนบุคคล" มากรอกให้เรียบร้อย



ตัวอย่างการกรอกข้อมูล

2. วัดส่วนสูง แต่น้องวชิยังตัวเล็กไปที่จะใช้เครื่องวัด เลยใช้สายวัดแทน


3. รอเจ้าหน้าที่เรียกคิว พอถึงคิวพ่อและแม่ก็พาลูกเข้าไปถ่ายรูป มีให้เซ็นยินยอม และประทับตราที่นิ้วโป้งซ้ายของลูกเพราะมีการยกเว้นการสแกนลายนิ้วมือของเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ปี



กลัวรูปในพาสปอร์ตไม่หล่อฮะ ตั้งใจถ่ายเต็มที่เลย ^^

4. จ่ายเงินค่าธรรมเนียม 1,000 บาท พร้อมค่าส่งไปรษณีย์แบบ EMS 40 บาท

ค่าใช้จ่าย

คนละ 1,000 บาท เท่ากันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จะทำที่สำนักงานไหนก็ราคาเท่ากันค่ะ มีบริการส่งทางไปรษณีย์แบบ EMS คนละ 40 บาท ประมาณ 1 อาทิตย์ก็ส่งถึงบ้านแล้ว สะดวก รวดเร็วมาก


สถานที่

สามารถไปทำได้ที่สำนักงานหนังสือเดินทางสาขาที่สะดวกได้ทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องเป็นเขตที่ตัวเอง สะดวกที่ไหนไปที่นั่นได้เลยค่ะ

 ตรวจสอบได้ตามนี้ -> สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง



เปิดทำการ

วันจันทร์-ศุกร์
เวลา 8.30 - 16.30 น.
เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์


แค่นี้เราก็จะได้พาสปอร์ตให้ลูกได้ไปเที่ยวพร้อมกันพ่อ แม่ ลูก แล้วค่ะ

ตอนนี้ซ้อมนั่งเครื่องบินในประเทศไปก่อนครับ


Sunday, July 17, 2016

เรื่องสนุกๆ ระหว่างวันของหม่ามี๊เชอรี่กับน้องวชิ 13 เดือน



ช่วงกลางวันป่าปี๊จะต้องออกไปทำงาน เชอรี่กับน้องวชิอยู่กัน 2 คนตามประสาแม่ลูก เหนื่อยก็หลับด้วยกัน ตื่นมาก็ลุยกันใหม่ เหนื่อยมาก แต่มีความสุขสุดๆ

พอน้องวชิครบขวบก็เริ่มทำอะไรได้เองหลายๆ อย่าง เลยมีเหตุการณ์สนุกๆ เกิดขึ้นได้ตลอดอย่างนี้ ...

14 มิ.ย. 59

บ่ายวันอากาศร้อนวันหนึ่ง วันที่แม่ลูกอยู่กัน 2 คน 🙆🏻🙇🏻

น้องวชิอึ หม่ามี๊เลยพาไปล้างก้นที่ห้องน้ำ อุ้มน้องวชิยืนตรงหน้าฝักบัวแล้วหันหลังไปหยิบสบู่อยู่ตรงชั้น ระหว่างหยิบเห็นมือน้องวชิกำลังจะเปิดฝักบัว

ได้แต่ร้องอย่าาาาาา ......

แล้วน้องวชิก็ .... น้องวชิเปิดฝักบัว ซู้มมมม หัวฝักบัวหันใส่หน้าหม่ามี๊พอดี เปียกทั้งแม่ลูก หายร้อนเบย 
💦

15 มิ.ย. 59

เปิดทุกลิ้นชักค้นหม้อ กระทะ จานชาม ปีนเอื้อมขึ้นไปหยิบช้อนบนลิ้นชักบนสุด น่ากลัวมากเพราะมีดก็อยู่ลิ้นชักนี้

ค้นถังขยะ ค้นตู้เย็น ร้องเย็นๆๆๆ

เผลอแป๊บเดียวคลานอย่างว่องไวมุดโถส้วม Bubbleๆๆๆๆ
😪😪
เอามาขังไว้ในห้อง พยายามแงะประตูก็เปิดไม่ได้เหมือนทุกครั้ง เลยยืนอย่างว่องไวจะบิดลูกบิดประตูเอง เห็นแตะถึงด้วย ไม่รู้ใช้เทคนิคอะไร

หลังจากนั้นก็จุ๊บนมหลับไปจะ 3 ชั่วโมงแล้ว ขอบคุณน้องวชิที่ยังนอนกลางวันเยอะเหมือนเบบี๋อยู่ 👼🏼



25 มิ.ย. 59

เวลาอยู่กัน 2 แม่ลูก มักมีเรื่องสนุกเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน ...

น้องวชินอนกลางวันหลายชั่วโมง หม่ามี๊เลยหลับไปด้วย ตื่นมาจะได้มีแรงสู้กับลิงน้อยได้


น้องวชิจุ๊บนมแป๊บเดียวก็หลับไปเลย ตื่นมาแต่หม่ามี๊ยังไม่ตื่น หิวเลยจัดการเปิดกินเองเหมือนทุกครั้ง (กินข้างเดิม) พอหม่ามี๊รู้สึกตัวเลยรีบป้อนข้าวเที่ยง ลิงน้อยกินเยอะมากเหมือนเดิม ทั้งข้าว แอปเปิ้ล อโวคาโด แอลมอล แค่เห็นก็อิ่มแทนแล้ว >.<

หม่ามี๊รู้สึกตัวอีกที เจ็บนมอีกข้างที่น้องวชิไม่ได้ดูด เป็นเพราะนมผลิตออกมาเยอะ ถ้าไม่กินหรือปั๊มออกจะเป็นก้อนแข็งและเจ็บมาก หม่ามี๊เลยให้น้องวชิที่กำลังพุงกาง ช่วยจุ๊บ แต่คนมันอิ่มอ่ะหม่ามี๊ เค้าช่วยได้ไม่เยอะ หม่ามี๊ก็ยังเจ็บอยู่ เลยต้องปั๊มออก

ไม่ได้ปั๊มนมมาหลายเดือน ปกติจะปั๊มตอนวชิหลับหรือมีป่าปี๊ช่วยดูวชิ แต่วันนี้อยู่กัน 2 คน แถมน้องวชิก็ซนเป็นลิงซะด้วย

หม่ามี๊เสียบปลั๊กปั๊มนมโดยที่มีน้องวชิให้กำลังใจตลอดเวลา
  • ดึงเต้าปลั๊กไฟ หันมองหน้าหม่ามี๊ คาร์ บึ้นๆๆๆๆ กระชากปลั๊กออกมาเล่น แย่งกันสนุกเลย น้องวชิคงคิดว่าทำไมหม่ามี๊ต้องมาแย่งเค้าด้วย Y_Y
  • ดึงขวดปั๊มนมที่หม่ามี๊กำลังปั๊มอยู่ มองหน้าหม่ามี๊พร้อมขยำมือ Bubble จะเอาให้ได้เลย แย่งกันอยู่นาน หม่ามี๊ก็ต้องปั๊มต่อไป ​-"-
  • อยู่ดีๆ ก็อยากขี่ม้าหม่ามี๊ เด้งขึ้นหม่ากอดคอ ขี่หลัง หม่ามี๊ต้องปั๊มนมและเป็นม้าให้น้องวชิไปพร้อมๆ กัน
กว่าจะเสร็จ หม่ามี๊นี่เหงื่อท่วมเลย ได้นมเกือบๆ 3 ออนซ์ ที่เหลือจากน้องวชิกิน ถือว่าไม่น้อยเลย ได้เช็คปริมาณนมไปในตัวด้วย พรุ่งนี้กินไอติมนมหม่ามี๊แล้วกันเน๊อะ :P

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เป็นกำลังใจให้แม่ๆ ทุกคนนะคะ ^^





Thursday, July 7, 2016

ประสบการณ์ถูกพนักงานร้านสะดวกซื้อขโมยกระเป๋าเงิน Prada



กระเป๋าเงิน Prada ที่เอ็มซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดมันเกือบไม่ได้อยู่กับเชอรี่แล้ว เพราะถูกพนักงานร้านสะดวกซื้อขโมย !!

เชอรี่ขอเล่าเหตุการณ์ละเอียดหน่อยนะคะ เผื่อไว้เป็นประโยชน์กับคนอื่นที่ของหายและเตือนภัยกับบริษัทหรือร้านค้าอื่นๆ เผื่อว่าพนักงานคนนี้กำลังจะไปสมัครงาน

30 มิ.ย. 59
เชอรี่ลืมกระเป๋าเงิน Prada ไว้ที่แคชเชียร์เพราะรูดบัตรเครดิตไปหลายครั้งไม่ผ่านเพราะเครื่องเพิ่งขัดข้องตอนคิวเชอรี่พอดี เลยจ่ายเงินสดแทน พนักงานยกมือไว้ขอโทษที่ที่ต้องจ่ายเงินสด คิดว่าคงเป็นจังหวะนั้นที่ลืมวางไว้ตรงที่เซ็นบัตรเครดิต

* ตอนโทรยกเลิกบัตรเครดิต แจ้งว่ามีการรูดเข้ามา 2 ครั้งและยกเลิกทีหลัง

1 ก.ค. 59
ไม่ได้ออกไปไหนและไม่ได้ใช้เงินเลยยังไม่รู้ว่าเป๋าเงินหายไป (วันนี้พนักงานที่เก็บไปมาทำงานตามปกติ ไม่ได้แจ้งเรื่องให้ใครรู้ว่าเก็บได้ และเอากระเป๋าเงินกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว)

2 ก.ค. 59
ตอนเช้าเชอรี่รู้ตัวว่ากระเป๋าเงินหายเลยรีบไปแจ้งที่เกิดเหตุทันทีเพราะมั่นใจมากว่าลืมไว้ที่นี่แน่ๆ ทางร้านบอกว่าไม่มีพนักงานแจ้งเรื่องหรือฝากไว้ ต้องดูกล้องวงจรปิด ขอเบอร์โทรไว้แล้วจะติดต่อกลับ

ในกล้องวงจรปิด

เชอรี่ลืมกระเป๋าไว้แคชเชียร์จ่ายเงินจริงๆ ทราบชื่อว่านางสาว ป. เป็นคนเก็บได้ แต่วันที่เชอรี่ไปแจ้งเค้าไม่ได้มาทำงาน

ออกไปธุระทั้งวันก็ร้อนใจ รีบไปที่ร้านคุยเองดีกว่า

ช่วงหัวค่ำเลยแวะไปที่ร้านอีกรอบให้ทางร้านช่วยติดต่อนางสาว ป. และ นางสาว ป. โกหก (1) ว่าหลังจากเชอรี่ออกไปมีผู้หญิงผมสั้นมารับกระเป๋าไปแล้ว เชอรี่เลยบอกจะแจ้งความเพื่อขอดูวงจรปิดด้วยตัวเองและแจ้งทางสำนักงานใหญ่ให้ทราบเรื่องนี้

ทำใจไว้แล้วว่าหายแน่ๆ แต่จะต้องดูให้เห็นกับตาว่าจริงอย่างที่เขาบอกหรือเปล่า? แต่ปรากฏว่าหลังออกจากร้านไม่ถึงชั่วโมงผู้จัดการโทรมาบอกว่านางสาว ป. เค้าช่วยเก็บไว้ให้ (2) ไม่ได้มีเจตนาจะเอาทรัพย์สินเชอรี่ไปเลยแม้แต่น้อย 

แจ้งความดีไหม??

รู้แหละว่า นางสาว ป. ขโมย โกรธก็โกรธ ตั้งใจจะแจ้งความ แต่เชอรี่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์เลยปรึกษาทั้งตำรวจ (ตำรวจบอกว่าให้แจ้งความจะมาจับตัวเลย) ปรึกษาทนายก็แนะนำว่าให้ไปรับคืนถ้าทรัพย์สินไม่ครบค่อยแจ้งความ ปรึกษาป่าป๊าเอ็มบอกว่าถ้าเราแจ้งความเค้าก็ต้องเข้าคุกแน่นอน นัดเค้ามาแล้วก็สั่งสอนเค้า ขอโทษ ก็ให้อภัยกันไป

หลังจากปรึกษาหลายคน จากที่โกรธและใจร้อนจะแจ้งความทันทีก็ใจเย็นลง รอเช้าวันจันทร์สำนักงานใหญ่เปิดค่อยให้ช่วยจัดการ


**ถ้าใครเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วจะแจ้งความต้องแจ้งก่อนที่จะได้ของคืนนะคะ ถ้าได้รับคืนแล้วถือว่ายอมความกันไป


พนักงานจากสำนักงานใหญ่มาตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดและสอบสวนนางสาว ป. เพราะในกล้องเห็นว่าเค้าเป็นคนเก็บกระเป๋าเงินเชอรี่ได้ เอาไปหลายวันโดยที่ไม่ได้บอกใครก็มีเจตนาชัดว่าขโมย!!!

6 ก.ค. 59

ได้มีการนัด Area Manager ผู้จัดการสาขา พนักงานที่ขโมยของไป มาเจอกัน แต่นางสาว ป. ไม่มา พร้อมทั้งบอกว่า (3) ไม่มีเจตนาจะเอาไปแต่แรกอยู่แล้ว (4) ในกระเป๋าเงินเชอรี่มีบัตรประชาชนพร้อมที่อยู่ชัดเจน ตั้งใจจะไปคืนถึงบ้าน (5) เห็นเชอรี่มาซื้อของประจำถ้าเจอก่อนก็จะคืนด้วยตัวเองเลย (6) เคยทำงานที่ห้างใหญ่เคยเก็บกระเป๋าเงินได้แล้วส่งคืน ก็ไม่มีอะไรคนรับไปดีใจก็จบ คงคิดว่าเอาไปก็จบเหมือนกัน

(X) คือ เรื่องที่โกหก

*เชอรี่รับกระเป๋าเงินคืนจากผู้จัดการ เห็นว่าบัตรอยู่ครบ ได้มีการสลับตำแหน่งทั้งหมด และเงินหายไปไม่กี่ร้อย แต่ก็ไม่ติดใจอะไร แปลได้ว่าเอาไปใช้หรือตั้งใจจะเอาไปขายแน่นอน

:: สรุป ::

นางสาว ป.ไม่มีการยอมรับว่าขโมยกระเป๋าเงินไปและไม่มีการขอโทษใดๆ ไม่ยอมรับว่าผิดและทางร้านสะดวกซื้อก็เอาผิดอะไรไม่ได้เลยเพราะเค้าเป็นพนักงานฝึกหัด ให้เขียนใบลาออกก็จบเลย ทำงานถึงสิ้นเดือนพอดี เงินเดือนก็รับไปครบแล้ว

ตอนนี้นางสาว ป. คงหางานใหม่แบบไม่มีความผิดใดๆ ติดตัว และคงสมัครเป็นแคชเชียร์เหมือนเดิม เพราะมีประสบการณ์ด้านนี้มา (เคยทำงานในห้างใหญ่ด้วย) ถ้าไปทำงานที่เกี่ยวกับเงินอีกก็น่ากลัวไม่น้อยเลย

บริษัทไหนจะขอทราบชื่อ-สกุล ของนางสาว ป. ที่ขโมยกระเป๋าเงินไปเพื่อบันทึกในฐานข้อมูล เชอรี่ยินดีให้ข้อมูลค่ะ 



Wednesday, June 22, 2016

ข้าวต้มตับหมู เมนูสำหรับลูกน้อยวัย 7 เดือนขึ้นไป ทำง่าย อร่อย ประโยชน์ครบครัน




ช่วงนี้น้องวชิกินเก่งมาก ด้วยเมนูที่เชอรี่ตื่นมาทำให้กินทุกเช้า ช่วงหลังนี้ก็ไม่ได้ฟรีซอาหารเลย เพราะทำใหม่ทุกวันย่อมอร่อยกว่า มีประโยชน์กว่า น้องวชิกินได้เยอะขึ้น เหตุผลเท่านี้ที่เชอรี่ตื่นแต่เช้ามาทำค่ะ

เมนูก่อนหน้านี้ยังมีฟรีซผักบ้างเพราะผักเก็บไม่ได้นาน แถมเชอรี่ชอบใส่ผักหลายๆ อย่างให้น้องวชิกิน ผักที่ซื้อมันเลยปริมาณเยอะมาก นึ่งแล้วฟรีซเลยเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งเลย

ข้าวตุ๋นปลาแซลมอน เมนูโปรดลูกวัย 1 ขวบ ทำง่าย อร่อย มีประโยชน์


ข้าวต้มตับหมู

เป็นอีกเมนูที่น้องวชิชอบมาก หมดถ้วยตลอด เติมบ้างก็มี แถมยังมีประโยชน์มากด้วย เลยขอแชร์เมนูที่ทำง่ายๆ ให้เป็นทางเลือกสำหรับแม่ๆ นะคะ

วัตถุดิบ

  1. น้ำเปล่า
  2. ข้าว ใช้ข้าวหอมมะลิหุงกับข้าวไรซ์เบอรี่ ควินัว และเมล็ด Flax ถ้าวันไหนหุงใหม่ก็ใช้ได้เลย อย่างเชอรี่หุงข้าวใหม่ประมาณ 3-4 วันครั้ง วันไหนหุงข้าวก็จะหุงเยอะหน่อยเผื่อฟรีซเป็นก้อน เวลาจะเอามาทำข้าวก็ไม่ต้องหุงใหม่ทุกวัน แต่ถ้าใครไม่ได้หุงข้าวบ่อยๆ ก็เก็บทีละเยอะๆ ได้เลยนะคะ อาหารฟรีซเก็บได้เกือบเดือนเลย
  3. หมูสับ
  4. ตับหมูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  5. เมล็ด Flax
  6. ผัก ใช้ผักออแกนิคจะได้ปลอดภัยกับลูก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ถ้า 7 เดือนก็สับละเอียดเลยค่ะ อาหารที่เชอรี่ทำส่วนใหญ่เน้นผักหลายอย่าง เชอรี่ใส่ 6 อย่างเลยเพราะตัดใจไม่ได้ ใส่หมดแล้วกัน มีประโยชน์ดี มีแครอท ผักกาดขาว ถั่วหวาน กวางตุ้ง บล็อคโคลี อย่างน้อยควรใส่ผัก 2 อย่างนะคะ
  7. เกลือ หรือซีอิ๊วขาว ไว้ปรุงรส
  8. ไข่ไก่ เผื่ออยากให้หอมหวานก็ตอกใส่ขั้นตอนสุดท้ายค่ะ แนะนำสำหรับ 1 ขวบขึ้นไปนะคะ เพราะถ้าเริ่มกินเร็วเกินไป ลูกอาจแพ้ไข่ขาวได้

วิธีทำ

1. ต้มนำให้เดือดแล้วใส่หมูสับลงไป


2. ใส่ผักที่สุกยากๆ อย่างข้าวโพดอ่อน แครอท

เมนูวันนี้มีผัก 6 อย่าง ผักกาดขาว ข้าวโพดอ่อน ถั่วหวาน แครอท บล็อคเคอรี กวางตุ้งค่ะ
ต้มสักพักแล้วค่อยใส่ผักอย่างอื่นตามลงไป ถ้ามีฟองก็ตักฟองทิ้ง

3. ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วหรือน้ำปลา

4. ใส่เมล็ด Flax ที่บดแล้วลงไป

5. ใส่ข้าว

6. ใส่ตับ คนให้ตับพอสุกแล้วตักใส่ถ้วยได้เลยค่ะ เพราะถ้าสุกไปจะแข็งแล้วเคี้ยวยาก

ถ้าทำให้ลูกน้อยวัย 7 เดือนก็ใส่กระชอนครูดแล้วป้อน เพราะเนื้อสัตว์จะทำให้ติดคอลูกได้ ส่วนเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป อยากเพิ่มความกลมกล่อม หวานอร่อยก็ตอกใส่แล้วคนทั่วๆ ให้สุกเลยค่ะ ง่ายๆ แค่นี้ก็ได้เมนูสุดโปรดของเจ้าตัวน้อย แถมยังอร่อยมีประโยชน์ ให้ลูกน้อยแข็งแรง อารมณ์ดีได้ทุกวันนะคะ


อ่านเพิ่ม



Comment

Ads