Wednesday, May 17, 2017

แชร์ประสบการณ์ 5 แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ของเด็กราคาถูกที่คุณแม่ไม่ควรพลาด



เชอรี่เป็นคุณแม่เต็มเวลาที่เลี้ยงน้องวชิอยู่ที่บ้านคนเดียวทุกวัน เลยไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกกันสักเท่าไหร่ เพราะเวลาไปออกไปข้างนอกใช้พลังงานเยอะมาก ทั้งต้องดูแลลูก ทั้งจะเลือกของ ไม่ไหวค่ะ กลับมาถึงบ้านหมดพลังทั้งแม่ลูก แถมไม่ได้ของที่ตั้งใจไปซื้ออีกต่างหาก

เชื่อว่าหลายคนคงเจอปัญหาเหมือนเชอรี่บ้าง ช้อปปิ้งออนไลน์เลยเป็นทางออกที่ดีที่สุด มือใหม่หัดช้อปออนไลน์อย่างเชอรี่ช่วงแรกๆ ยังไม่ค่อยรู้ว่าช้อปที่ไหน ซื้อแพงจนทำให้เจ็บใจประจำ หลังๆ เริ่มมีประสบการณ์เยอะ เน้นของถูก คุณภาพดีตลอดค่ะ ไม่พลาด อิอิ

แต่วันนี้ขอวชิเลือกของเองครับ หม่ามี๊ไม่ต้องเหนื่อยเลย

มาม๊ะ มาช้อปปิ้งออนไลน์กันเถอะ

พอช้อปปิ้งออนไลน์ไปนานๆ ก็เริ่มมีเว็บขาประจำที่ต้องเปิดทุกวัน พอลูกหลับเริ่มช้อปทันที ยิ่งน้องวชิหลับนาน ช้อปจนนิ้วแทบล็อคเลยค่ะ 5555

1. เว็บช้อปปิ้งออนไลน์

  • Lazada (เคย) เป็นเว็บช้อปปิ้งในดวงใจของเชอรี่เลยค่ะ ซื้อทุกสิ่งทุกอย่าง ขนาดเครื่องปั่นอาหารของน้องวชิยังซื้อจากที่นี่เลย เว็บนี้มีของหลากหลาย ส่งไว ส่งฟรีด้วย ล่าสุดเจอปัญหาเหมือนกับที่บางคนเคยเจอ เลยโบกมือบ้ายบาย แต่ก็ยังซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปจากเว็บนี้ประจำเพราะมีโปรโมชั่นบ่อย แถมยังมีส่วนลดเพิ่มตลอด

ทางเข้า -> www.lazada.com หรือใช้แอพก็ได้ สะดวกดี
  • Orami ขายสินค้าแม่และเด็กแต่ไม่เยอะและหลากหลายเท่า Lazada บางครั้งมีลดราคาผ้าอ้อมสำเร็จรูปถูกกว่าเว็บอื่น ก่อนซื้อเชอรี่จะเช็คราคาจากหลายๆ ที่ค่ะ อย่างวันนี้ เจอผ้าอ้อม Babylove ลดราคาถูกมาก กดซื้อทันที
ข้อเสีย คือ ในกรุงเทพฯ ต้องซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาทถึงจะส่งฟรี ส่วนต่างจังหวัดเสียค่าส่ง 100-200 บาทเลยค่ะ สินค้าถูกแต่ค่าส่งแพงก็ไม่ไหวเหมือนกัน อีกอย่างคือส่งช้ามากกกกกก สั่งไป 10 วันแล้วยังไม่ได้ของ รอดูว่าจะช้ากว่า Ali Express ที่ส่งมาจากเมืองจีนหรือเปล่า

ทางเข้า -> www.orami.co.th

2. Shopee 

เชอรี่เพิ่งรู้จักไม่นานนี้เอง แต่ซื้อไปหลายครั้งแล้ว ชอบตรงที่ราคาไม่แพง เป็นการซื้อกับแม่ค้าโดยตรง ถ้าสนใจสินค้าสามารถแชทกับแม่ค้าได้เลย หลายร้านซื้อครบ 250 บาท ส่งฟรีด้วย แถมใช้บัตรเครดิตได้ด้วย ถูกใจจริงๆ


ทางเข้า -> www.shopee.co.th หรือใช้แอพก็ได้ สะดวกดี

3. Ali Express

เป็นเว็บช้อปปิ้งของจีน สินค้าก็ส่งตรงจากจีนเลย แม่ค้าหลายคนก็สั่งจากที่นี่แล้วเอามาขายต่อ เราสามารถสั่งได้โดยตรงจากเว็บนี้ จ่ายเงินเป็น USD ข้อเสียคือต้องรอสินค้านาน บางคนรอเป็นเดือนเลยก็มี ข้อดีคือมีหลายร้านส่งฟรีจ้า เราก็เลือกซื้อเฉพาะอันที่ส่งฟรี

อย่างอันนี้เชอรี่ซื้อตาข่ายใส่ของเล่นในห้องน้ำ อันละ 0.89 US เอง ส่งฟรีด้วย สั่งมาใส่ของเล่นน้องวชิขำๆ แล้วกัน 3 อัน ใช้ดีด้วยนะคะ ขอบอก


เชอรี่เคยส่งหลายครั้งแล้ว รอสินค้าประมาณ 10-14 วัน ซึ่งถือว่าเร็วมาก สินค้าบางชิ้นเหมือนกันแต่ขายราคาไม่เท่ากัน ต้องใช้เวลาเลือก และใช้สติอย่างมาก เชอรี่เชื่อว่าแม่ๆ หลายคนทำได้

ทางเข้า -> www.th.aliexpress.com หรือใช้แอพก็ได้ สะดวกดี

4. แฟนเพจบน Facebook 

ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนเพจที่ขายของเฉพาะแบรนด์ อย่างของเล่นเด็ก เสื้อผ้า หนังสือ ของกิน ของใช้ ของแม่และเด็ก มีให้เลือกเยอะมาก ถ้าสนใจสินค้าก็คุยกับแม่ค้าได้โดยตรงเลย


5. กลุ่มขายของแม่ลูกโดยเฉพาะ 

เป็นกลุ่มที่สร้างขึ้นมาเพื่อซื้อขายของแม่ลูกโดยเฉพาะ ที่มีขายทุกสิ่งทุกอย่างของแม่และลูก ทั้งเสื้อผ้า ของเล่น เสื้อผ้า หนังสือ ฯลฯ จะเข้ากลุ่มได้โดยการถูกกด Add members หรือเราขอเข้าไปเอง โดยจะต้องได้รับการอนุญาตจากคนในห้องก่อน ทุกคนในห้องสามารถเป็นได้ทั้งแม่ค้าและลูกค้า ใครจะปล่อยของลูกที่ไม่ได้ใช้แล้วก็ประกาศขายที่นี่ได้เลย

เสื้อผ้าของน้องวชิส่วนใหญ่ซื้อจากกลุ่มนี้เพราะราคาไม่แพง แต่เราจะต้องเสียค่าส่งเอง จะมีแม่ค้าโพสขายเสื้อผ้า เราก็รอดูว่าถ้ามีตัวไหนที่เราถูกใจก็ "F" ย่อมาจาก confirm นี่เอง แรกๆ ก็งง แต่ F บ่อยๆ นี่คล่องมาก


กลุ่มนี้มีข้อควรระวังคือแม่ค้าโกงเยอะมาก โอนเงินแล้วไม่ส่งของ หรือส่งของที่พัง มีตำหนิแล้วไม่รับผิดชอบก็เยอะ อย่างเชอรี่จะซื้อแค่กับแม่ค้าที่ขายเสื้อผ้าเยอะๆ หรือเข้าไปดู profile ก็ได้ ถ้าไม่มั่นใจสั่งกับแม่ค้าคนอื่นดีกว่า


ไปรษณีย์มาส่งแทบทุกวันจนสนิทกับไปรษณีย์แล้ว ของลูกทั้งนั้นเลย นั่นแหละค่ะ มันถือความสุขของมนุษย์แม่

การซื้อของออนไลน์มันสะดวกจริงๆ สำหรับมนุษย์แม่ที่ไม่มีเวลาไปเลือกซื้อเอง แต่บางทีรูปถ่ายกับสินค้าจริงมันไม่ค่อยจะเหมือนกัน ทำให้ไม่ถูกใจบ้าง ใช้ไม่ได้บ้าง จนต้องซื้อใหม่ก็มี เชอรี่อยากแนะนำว่าถ้ายังไม่มั่นใจ ก่อนซื้อควรถามรายละเอียดกับผู้ขายให้แน่นอนก่อน เพราะถ้าซื้อไปแล้วจะขอคืนลำบาก และของบางอย่างจะเลือกซื้อเองที่ร้านดีกว่าซื้อออนไลน์นะคะ

อ่านเพิ่ม




Thursday, March 30, 2017

น้องวชิ 1.9 ขวบ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เข็มที่ 3 กับป้าหมอสุธีรา พร้อมรับคำแนะนำ



21 ก.พ. 60 น้องวชิอายุ 1 ขวบ 9 เดือน 17 วัน มีนัดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เข็มที่ 3 กับป้าหมอสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ  เวลา 9.30 น. เราไปถึงทันเวลาพอดี รอไม่นานพี่พยาบาลก็เรียกน้องวชิเข้าไปวัดความสูง ชั่งน้ำหนัก

ก่อนมาเจอป้าหมอ ป่าปี๊หม่ามี๊ได้ทำการซ้อมเป็นอย่างดี ทั้งเล่นของเล่นบทบาทสมมติ ให้น้องวชิเป็นคนไข้ อ่านหนังสือ แล้วก็บอกว่าป้าหมอกับพี่พยาบาลคนสวยใจดีมากๆ น้องวชิพูดตามว่า "ป้าหมอใจดี" และไม้ตายสุดท้ายบอกว่าถ้าไม่ร้องไห้ ป้าหมอจะให้สติ๊กเกอร์ด้วย


น้ำหนัก-ส่วนสูง

ด่านแรก : ต้องเจอคือชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ไม่รอดเหมือนเดิม ร้องไห้ลั่น ไม่เหมือนที่ซ้อมไว้เลย

น้ำหนัก 9.7 กก. ส่วนสูง 83.5 ซม. ป้าหมอบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งน้ำหนักและส่วนสูง

ช่วงนี้น้องวชิกินเก่งมาก น้ำหนักเลยขึ้นหลายขีด ตอนนี้มาอยู่กลางกราฟแล้ว ป้าหมอบอกว่าไม่ต้องขุนให้อ้วนไปกว่านี้ ให้รักษาระดับไว้ ไม่ให้กินขนมหรือน้ำหวาน


วัคซีนที่ฉีด

ด่านที่ 2 : หลายขั้นตอนกว่าด่านแรกเพราะต้องวัดชีพจร ตรวจหู ตรวจปาก ฉีดยา แต่ด่านนี้มีสติ๊กเกอร์เป็นรางวัล น้องวชิกล้าๆ กลัวๆ อยากได้สติ๊กเกอร์ก็อยากได้ ข่มใจอยู่นาน สุดท้ายก็ร้องอยู่ดี จนป้าหมอถามว่านี่ซ้อมมาแล้วใช่ไหม 555

วัคซีนที่ฉีดเข็มเดียวเลยคือ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นเข็มที่ 3 แล้ว ปีที่แล้วฉีดเข็มแรกช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว ป้าหมอบอกว่าหลังฉีดส่วนใหญ่จะไม่มีไข้ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ฉีดเสร็จไปซ่ากับหม่ามี๊ต่อได้

ตอนเย็นยังวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ได้สบายๆ

ป้าหมอแนะนำ

และคำถามแรกก็เหมือนทุกครั้ง คือ ...

หม่ามี๊ยังให้น้องวชิกินนมอยู่ ป้าหมอบอกว่าเยี่ยมยอดมาก ครั้งหน้ามารับรางวัลคุณแม่เหรียญทองได้เลย หม่ามี๊บอกว่าได้แน่นอนค่ะ เพราะติดเต้าหนึบหนับมาก ^^"


ป้าหมอ : มีปัญหาเรื่องทานข้าวไหมคะ ทานได้เยอะไหม ทานผัก ผลไม้หรือเปล่า
เชอรี่ : ทานทุกๆ อย่างเยอะมากค่ะ ไม่มีปัญหา

ป้าหมอ : ฝึกเลิกแพมเพิสหรือยัง
เชอรี่ : ฝึกแล้วค่ะ แต่ยังไม่สำเร็จ มีข้อแนะนำไหมคะ
ป้าหมอ : ให้เริ่มฝึกได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้เลย ให้ซื้อโถปัสสาวะที่ติดผนังลายน่ารักๆ ไว้ให้เค้ายืนฉี่
เชอรี่ : เอ่อ ซื้อแบบนั่งมาค่ะ มีแต่นั่งเล่น ไม่ยอมฉี่
ป้าหมอ : เค้าเป็นผู้ชายค่ะ ให้ฝึกแบบยืน
เชอรี่ : (ตาสว่างขึ้นทันที)

ถามป้าหมอ

เชอรี่ : ปลายปีนี้ว่าจะให้เข้าโรงเรียน แต่ตอนนี้น้องวชิยังนอนเองไม่เป็น ต้องจุ๊บเต้านอน จะฝึกนอนกลางวันยังไงดี
ป้าหมอ : ไม่ต้องฝึกก็ได้ค่ะ พอไปโรงเรียน เค้าเห็นเพื่อนนอน ก็จะนอนตามเอง ไม่ต้องกังวลไป เด็กเค้าจะปรับตัวได้

เชอรี่ : คิดว่าจะปั๊มนมให้ลูกกินตอนไปโรงเรียน ถ้าตอนนี้กินเต้าล้วน ควรเริ่มฝึกเลยไหม
ป้าหมอ : ถ้าเป็นคุณแม่ Fulltime ให้กินเต้าล้วนแต่ไม่ให้กินพร่ำเพรื่อ ไม่ต้องปั๊มนมเลย ไม่ต้องกลัวตอนไปโรงเรียน ถึงตอนนั้นค่อยปั๊มใส่ขวดน้ำลายการ์ตูนสุดโปรดให้ดื่มได้แน่นอน

เชอรี่ : มีความจำเป็นไหมที่ต้องให้เจอจอช่วง 2 ขวบ ถ้าจำเป็นให้เริ่มดูยังไงดี
ป้าหมอ : ไม่มีความจำเป็นเลยค่ะ ไม่เจอเลยยิ่งดี แต่ถ้าไปโรงเรียนแล้ว ทางโรงเรียนเค้าจัดเป็นสื่อการสอน เค้าจะเลือกสื่อที่เหมาะสมและจำกัดเวลาพอเหมาะ

เชอรี่ : ตอนนี้พูดไม่เอาบ่อย ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ
ป้าหมอ : ไม่ต้องสนใจค่ะ เปลี่ยนเรื่อง เบี่ยงเบนไป เพราะบางครั้งเค้าก็พูดไปอย่างนั้น ค่อยๆ พูดกับเค้าไป ก็เอาเอง
(ลองทันที พบว่าจริงอย่างที่ป้าหมอพูดค่ะ)


วันนี้ค่าฉีดวัคซีน 1,750 บาท

นัดครั้งต่อไป 23 พ.ค. 60 ตอนนั้นน้องวชิก็ 2 ขวบแล้วครับ




ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ อีก 2 เดือนเจอกันใหม่ ป่าปี๊หม่ามี๊จะขยันซ้อม น้องวชิจะไม่ร้องไห้ จะเอาสติ๊กเกอร์จากป้าหมอเยอะๆ เลยครับ ^^

อ่านเพิ่มเติม
พาลูกอายุ 1 เดือน ฉีดวัคซีนที่ BNH พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอสุธีรา
พาลูกอายุ 2 เดือน ฉีดวัคซีนที่ BNH พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอสุธีรา
พาลูกอายุ 4 เดือน ฉีดวัคซีนที่ BNH พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอสุธีรา
พาลูกอายุ 6 เดือน ฉีดวัคซีน, เช็คพัฒนาการ, วิธีดูแลฟัน, อาหารเสริมมื้อแรก



Thursday, February 16, 2017

รีวิว : Shibuya Excel Hotel Tokyu ติด 5 แยกชิบูย่า ห้องใหญ่ สะอาด เตียงนอนสบาย



เอ็มไปร่วมงาน LINE Developer Day ที่โตเกียว เชอรี่เลยไม่พลาดที่จะเป็นผู้ติดตามติดสอยห้อยตามไปด้วย เอ็มประชุมแค่ 3 วันดูจะน้อยไป เชอรี่ผู้ติดตามเลยจัดการจองโรงแรมเดียวกันเพิ่มอีกหลายคืนซะเลย โรงแรมที่ทาง LINE จัดไว้ให้คือ Shibuya Excel Hotel Tokyu

จากที่อ่านรีวิวแล้วคนชมเยอะ คะแนนรีวิวสูง แต่ราคาก็สูงเช่นกัน T_T แต่ทริปนี้มีน้องวชิอายุ 1.5 ขวบไปด้วย ความสะดวกสบายต้องมาก่อน งานนี้เลยต้องกัดฟันสู้ราคาเต็มที่เพื่อลูกชายสุดที่รัก

ที่ตั้งโรงแรม

ที่ตั้งโรงแรมเป็นจุดเด่นของโรงแรมเลย เพราะอยู่ตรง 5 แยกชิบูย่าพอดี สามารถมองวิวจากโรงแรม ดูความคึกคักของแยกนี้ได้ตลอดเวลา การเดินทางก็แสนจะสะดวก แค่เดินข้ามถนนก็ถึงรถไฟสถานี Shibuya แล้ว

รายล้อมด้วยห้าง แค่ออกจากโรงแรมก็ช้อปปิ้งได้ทันที

ห้องพัก

เชอรี่จองห้อง Standard Twin Room ขนาด 30 ตร.ม. และด้วยความที่เชอรี่จองห้องพักเพิ่มจากที่ทาง LINE จองไว้ให้ และได้แจ้งกับทางโรงแรมก่อนแล้ว แต่พอมาถึงห้อง Standard Twin Room มีไม่พอจำนวนคืนเข้าพัก เราเลยได้ upgrade ห้องพักครั้งแรกชีวิตเป็นแบบ Triple Room เย้ๆๆ

ห้องพัก Triple Room ขนาด 34 ตร.ม. มี 3 เตียงขนาดเกือบๆ 5 ฟุต

เตียงนอนสบายมาก

โต๊ะทำงานกับโทรทัศน์

โซฟาไว้กินข้าว เปิดหน้าต่างชมวิว

มุมอาหารกลางวันของน้องวชิระหว่างป่าปี๊ไปทำงานครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก

เป็นโรงแรมที่สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจริงๆ เรียกได้ว่าเอามาแค่เสื้อผ้าก็พอเลย เพราะทางโรงแรมมีไว้คอยบริการแล้ว คุณภาพดีค่อนข้างดี สะอาดด้วยค่ะ

ชา กาแฟ กาต้มน้ำ แม่บ้านมาเติมน้ำใส่กาให้ทุกวัน

ตู้เย็นเปล่าๆ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น Y_Y

ตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ พร้อมไม้แขวนเสื้อ รองเท้าใส่ในห้องนอน

มีเครื่องฟอกอากาศด้วย

ห้องน้ำ

ห้องน้ำกับห้องส้วมแยกกันค่ะ ขนาดกำลังดีเลย ไม่แคบจนเกินไป มีอ่างอาบน้ำและฟักบัว น้ำก็แรงสะใจสุดๆ
อ่างไม่แคบค่ะ พ่อลูกอาบน้ำกันสนุกเลย

เปิดน้ำอุณหภูมิ 40 องศา มันคือออนเซ็นในห้องนอนดีๆ นี่เอง ขอบอกว่าฟินสุดๆ

ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผมสะอาด มีหลายชุดเลย ทั้งแขวนและอยู่ในตะกร้า

หวี แปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีดโกนหนวด คอตตอนบัด เข็มเย็บผ้า สบู่ก้อน มีครบ

ห้องส้วมแยกต่างหากกับห้องอาบน้ำ

อาหารเช้า

มีห้องอาหาร 2 ห้องอยู่ชั้น 25 เปิดให้บริการตั้งแต่ 7.00-10.00 น. สามารถเลือกเข้าห้องอาหารไหนก็ได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า

ตอน check in จะได้คูปองอาหารเช้าสำหรับทุกวัน
  • A biebtot อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ หลากหลายแนว มีให้เลือกเยอะมากค่ะ


มาถึงชิบูย่าแล้ว อย่าลืมชิบูย่าโทสต์ !!
 เอาขนมปังเข้าเครื่องปิ้ง ทาเนย ราดด้วยน้ำผึ้ง อ้ามมม ... อร่อย

ชา กาแฟ นม น้ำผลไม้ มีให้เลือกเยอะมาก

วิวทานอาหารเช้าแบบนี้มันชิวดีจริงๆ
  • ห้องอาหารญี่ปุ่น ไม่มีเมนูให้เลือก ให้มาคนละเซ็ตตามรูปเลยค่ะ



สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

ตู้แลกเงิน และแผนที่เที่ยวทุกย่านในโตเกียว

ตู้กดน้ำ น้ำแข็ง เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า มีทุกชั้น

นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหารในโรงแรมด้วย แต่แค่ออกไปนอกโรงแรมก็เจอ Starbucks McDonald's และร้านอื่นๆ อีกเต็มไปหมด

โรงแรมนี้ดียังไง ??

  • ใกล้สถานีรถไฟ แค่เพียงข้ามถนนก็ถึงแล้ว
  • เป็นจุดจอดรถบัสของชิบูย่า ใครไป-มาจากสนามบินนาริตะ ฮาเนดะ เลือกลงชิบูย่า รถจะมาจอดที่ Mark City คือชั้น 5 ของโรงแรมค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นจุดขึ้นรถไปคาวากูจิโกะด้วยนะคะ 
  • ของกินเพียบ หน้า หลัง ซ้าย ขวาของโรงแรม เต็มไปด้วยร้านอาหาร
ข้างโรงแรม

หน้าโรงแรม อยากกินผลไม้อะไรมาเลือกได้เลย

หลังโรงแรมมีซูชิอร่อยเหาะ
  • Family Mart อยู่ติดโรงแรม เปิด 24 ชม. หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา มีทุกสิ่งทุกอย่าง
  • ช้อปปิ้งได้ทั้งวันทั้งคืน อันนี้บอกเลยว่าชอบมากจริงๆ เพราะมีร้าน Matsumoto ร้านขายเครื่องสำอางชื่อดัง อยู่ตรงข้ามโรงแรม และเปิด 24 ชม. !! น้องวชิหลับย่องลงไปทุกคืน 555
  • รายล้อมด้วยห้าง แค่เดินออกจากโรงแรมก็ช้อปปิ้งได้ทันที ถือของไม่ไหวเอากลับไปเก็บที่ห้องแล้วออกมาช้อปปิ้งใหม่ได้สบายๆ อยู่ที่ว่าเงินพอหรือเปล่า อันนี้เรื่องใหญ่เลย Y_Y

ราคา

ขึ้นชื่อว่าโรงแรมในโตเกียวแล้ว ทุกคนย่อมรู้ว่าราคาแพงเป็นเรื่องปกติ แถมยังอยู่ใจกลางย่านช้อปปิ้งอีก ราคาสูงแน่นอนอยู่แล้ว แถมยังจองล่วงหน้าแค่ 10 วัน เลยทำให้ราคาสูงกว่าปกตินิดหน่อย เชอรี่จองห้อง Standard Twin Room ขนาด 30 ตร.ม. รวมอาหารเช้า ราคาประมาณ 9,500 บาท ถ้าเทียบราคานี้กับความสะดวกสบาย กับการที่มีลูกเล็กไปด้วย ก็เลยต้องยอมจ่ายเพื่อซื้อความสบายให้เค้าค่ะ

ถ้าใครชอบทำเลใจกลางเมือง ร้านค้าเพียบ รายล้อมด้วยของอร่อย ห้องใหญ่บึ้ม แนะนำที่นี่เลย ไม่ผิดหวังแต่นอน สำหรับเชอรี่ขอบอกเลยค่ะ ว่าจะไปอีกกี่ครั้งก็ต้องเป็นโรงแรมนี้ ^^

อ่านเพิ่ม



Comment

Ads