Thursday, February 16, 2017

รีวิว : Shibuya Excel Hotel Tokyu ติด 5 แยกชิบูย่า ห้องใหญ่ สะอาด เตียงนอนสบาย



เอ็มไปร่วมงาน LINE Developer Day ที่โตเกียว เชอรี่เลยไม่พลาดที่จะเป็นผู้ติดตามติดสอยห้อยตามไปด้วย เอ็มประชุมแค่ 3 วันดูจะน้อยไป เชอรี่ผู้ติดตามเลยจัดการจองโรงแรมเดียวกันเพิ่มอีกหลายคืนซะเลย โรงแรมที่ทาง LINE จัดไว้ให้คือ Shibuya Excel Hotel Tokyu

จากที่อ่านรีวิวแล้วคนชมเยอะ คะแนนรีวิวสูง แต่ราคาก็สูงเช่นกัน T_T แต่ทริปนี้มีน้องวชิอายุ 1.5 ขวบไปด้วย ความสะดวกสบายต้องมาก่อน งานนี้เลยต้องกัดฟันสู้ราคาเต็มที่เพื่อลูกชายสุดที่รัก

ที่ตั้งโรงแรม

ที่ตั้งโรงแรมเป็นจุดเด่นของโรงแรมเลย เพราะอยู่ตรง 5 แยกชิบูย่าพอดี สามารถมองวิวจากโรงแรม ดูความคึกคักของแยกนี้ได้ตลอดเวลา การเดินทางก็แสนจะสะดวก แค่เดินข้ามถนนก็ถึงรถไฟสถานี Shibuya แล้ว

รายล้อมด้วยห้าง แค่ออกจากโรงแรมก็ช้อปปิ้งได้ทันที

ห้องพัก

เชอรี่จองห้อง Standard Twin Room ขนาด 30 ตร.ม. และด้วยความที่เชอรี่จองห้องพักเพิ่มจากที่ทาง LINE จองไว้ให้ และได้แจ้งกับทางโรงแรมก่อนแล้ว แต่พอมาถึงห้อง Standard Twin Room มีไม่พอจำนวนคืนเข้าพัก เราเลยได้ upgrade ห้องพักครั้งแรกชีวิตเป็นแบบ Triple Room เย้ๆๆ

ห้องพัก Triple Room ขนาด 34 ตร.ม. มี 3 เตียงขนาดเกือบๆ 5 ฟุต

เตียงนอนสบายมาก

โต๊ะทำงานกับโทรทัศน์

โซฟาไว้กินข้าว เปิดหน้าต่างชมวิว

มุมอาหารกลางวันของน้องวชิระหว่างป่าปี๊ไปทำงานครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก

เป็นโรงแรมที่สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจริงๆ เรียกได้ว่าเอามาแค่เสื้อผ้าก็พอเลย เพราะทางโรงแรมมีไว้คอยบริการแล้ว คุณภาพดีค่อนข้างดี สะอาดด้วยค่ะ

ชา กาแฟ กาต้มน้ำ แม่บ้านมาเติมน้ำใส่กาให้ทุกวัน

ตู้เย็นเปล่าๆ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น Y_Y

ตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ พร้อมไม้แขวนเสื้อ รองเท้าใส่ในห้องนอน

มีเครื่องฟอกอากาศด้วย

ห้องน้ำ

ห้องน้ำกับห้องส้วมแยกกันค่ะ ขนาดกำลังดีเลย ไม่แคบจนเกินไป มีอ่างอาบน้ำและฟักบัว น้ำก็แรงสะใจสุดๆ
อ่างไม่แคบค่ะ พ่อลูกอาบน้ำกันสนุกเลย

เปิดน้ำอุณหภูมิ 40 องศา มันคือออนเซ็นในห้องนอนดีๆ นี่เอง ขอบอกว่าฟินสุดๆ

ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผมสะอาด มีหลายชุดเลย ทั้งแขวนและอยู่ในตะกร้า

หวี แปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีดโกนหนวด คอตตอนบัด เข็มเย็บผ้า สบู่ก้อน มีครบ

ห้องส้วมแยกต่างหากกับห้องอาบน้ำ

อาหารเช้า

มีห้องอาหาร 2 ห้องอยู่ชั้น 25 เปิดให้บริการตั้งแต่ 7.00-10.00 น. สามารถเลือกเข้าห้องอาหารไหนก็ได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า

ตอน check in จะได้คูปองอาหารเช้าสำหรับทุกวัน
  • A biebtot อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ หลากหลายแนว มีให้เลือกเยอะมากค่ะ


มาถึงชิบูย่าแล้ว อย่าลืมชิบูย่าโทสต์ !!
 เอาขนมปังเข้าเครื่องปิ้ง ทาเนย ราดด้วยน้ำผึ้ง อ้ามมม ... อร่อย

ชา กาแฟ นม น้ำผลไม้ มีให้เลือกเยอะมาก

วิวทานอาหารเช้าแบบนี้มันชิวดีจริงๆ
  • ห้องอาหารญี่ปุ่น ไม่มีเมนูให้เลือก ให้มาคนละเซ็ตตามรูปเลยค่ะ



สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

ตู้แลกเงิน และแผนที่เที่ยวทุกย่านในโตเกียว

ตู้กดน้ำ น้ำแข็ง เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า มีทุกชั้น

นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหารในโรงแรมด้วย แต่แค่ออกไปนอกโรงแรมก็เจอ Starbucks McDonald's และร้านอื่นๆ อีกเต็มไปหมด

โรงแรมนี้ดียังไง ??

  • ใกล้สถานีรถไฟ แค่เพียงข้ามถนนก็ถึงแล้ว
  • ของกินเพียบ หน้า หลัง ซ้าย ขวาของโรงแรม เต็มไปด้วยร้านอาหาร
ข้างโรงแรม

หน้าโรงแรม อยากกินผลไม้อะไรมาเลือกได้เลย

หลังโรงแรมมีซูชิอร่อยเหาะ
  • Family Mart อยู่ติดโรงแรม เปิด 24 ชม. หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา มีทุกสิ่งทุกอย่าง
  • ช้อปปิ้งได้ทั้งวันทั้งคืน อันนี้บอกเลยว่าชอบมากจริงๆ เพราะมีร้าน Matsumoto ร้านขายเครื่องสำอางชื่อดัง อยู่ตรงข้ามโรงแรม และเปิด 24 ชม. !! น้องวชิหลับย่องลงไปทุกคืน 555
  • รายล้อมด้วยห้าง แค่เดินออกจากโรงแรมก็ช้อปปิ้งได้ทันที ถือของไม่ไหวเอากลับไปเก็บที่ห้องแล้วออกมาช้อปปิ้งใหม่ได้สบายๆ อยู่ที่ว่าเงินพอหรือเปล่า อันนี้เรื่องใหญ่เลย Y_Y

ราคา

ขึ้นชื่อว่าโรงแรมในโตเกียวแล้ว ทุกคนย่อมรู้ว่าราคาแพงเป็นเรื่องปกติ แถมยังอยู่ใจกลางย่านช้อปปิ้งอีก ราคาสูงแน่นอนอยู่แล้ว แถมยังจองล่วงหน้าแค่ 10 วัน เลยทำให้ราคาสูงกว่าปกตินิดหน่อย เชอรี่จองห้อง Standard Twin Room ขนาด 30 ตร.ม. รวมอาหารเช้า ราคาประมาณ 9,500 บาท ถ้าเทียบราคานี้กับความสะดวกสบาย กับการที่มีลูกเล็กไปด้วย ก็เลยต้องยอมจ่ายเพื่อซื้อความสบายให้เค้าค่ะ

ถ้าใครชอบทำเลใจกลางเมือง ร้านค้าเพียบ รายล้อมด้วยของอร่อย ห้องใหญ่บึ้ม แนะนำที่นี่เลย ไม่ผิดหวังแต่นอน สำหรับเชอรี่ขอบอกเลยค่ะ ว่าจะไปอีกกี่ครั้งก็ต้องเป็นโรงแรมนี้ ^^

อ่านเพิ่ม



Sunday, February 12, 2017

10 เคล็ดลับช่วยให้ลูกกินข้าวเก่ง ฝึกไม่ยากอย่างที่คิด



ใครๆ ก็อยากให้ลูกกินเก่งด้วยกันทั้งนั้น เชอรี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ แต่ด้วยความที่เป็นคุณแม่มือใหม่ อะไรก็ไม่เคยทำมาก่อน ช่วงก่อนน้องวชิจะกินอาหารมื้อแรก เชอรี่หาข้อมูลเยอะมาก ทั้งวิธีทำ วิธีป้อน พอมื้อแรกมาถึง เละไม่เป็นท่าเลย เพราะน้องวชิไม่เคยกินอะไรมาก่อนนอกจากนมแม่ ไม่ยอมอ้าปาก พยายามกันอยู่นาน สุดท้ายไม่รอด เละเทะไม่เป็นท่า
มื้อแรกข้าวไม่ได้กินข้าวเลยครับ อิ่มน้ำตา T_T

ผ่านไปหลายวัน แม่ตั้งสติได้ เปลี่ยนเก้าอี้แบบนุ่มๆ ให้เค้านั่งสบายๆ ใจเย็นๆ ค่อยๆ ป้อน คราวนี้กินหมดถ้วยอย่างง่ายดายซะงั้น เกลี้ยงถ้วยทุกมื้อ จนถึงตอนนี้น้องวชิเป็นเด็กที่กินข้าวเก่งมาก กินผัก ผลไม้เยอะเช่นกัน เลยอยากจะแชร์เคล็ดลับง่ายๆ ที่เชอรี่เคยอ่านมาและลองใช้กับตัวเองนะคะ

1. ให้นั่งเก้าอี้กินข้าว หาเก้าอี้กินข้าว ถ้าวัย 6 เดือนเด็กยังนั่งไม่แข็งเท่าไหร่ นั่งทรงตัวยังลำบาก จะให้กินข้าวอีกคงเป็นเรื่องยาก แนะนำเก้าอี้หัดนั่งสักตัวที่นั่งสบาย พอนั่งเก่งแล้วค่อยเปลี่ยนเป็น High chair  ที่สำคัญมากเลยคือไม่ตามป้อน ฝึกวินัยตั้งแต่วันแรกและให้เป็นแบบนี้ทุกมื้อค่ะ มื้อแรกๆ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่มันส่งผลดีต่อระยะยาวจริงๆ

ตอนนี้น้องวชิ 1 ขวบ 9 เดือน รู้ว่าเวลาจะกินอะไรต้องนั่งอยู่กับที่ งั้นจะโดนหม่ามี๊ดุ 555

2. ให้กินผักตั้งแต่มื้อแรก และอาหารทุกมื้อต้องมีผัก อย่างน้อย 2 ชนิด อย่างน้องวชิหลังจากช่วงทดสอบว่าไม่แพ้ผักแล้ว เชอรี่ก็ใส่ผักให้เยอะมาก สลับๆ ไป จะได้กินเป็นหลากหลาย อย่างน้อย 5 อย่างในทุกมื้อเลย ตอนนี้น้องวชิชอบกินผักมากๆ กินเก่งกว่าพ่อแม่อีก
เต้าหู้ทรงเครื่อง

3. ไม่ปรุงหรือปรุงน้อยที่สุด เด็กวัยเริ่มกินอาหารยังไม่รู้จักรสชาติค่ะ อาหารที่แม่ป้อนเป็นสิ่งแปลกใหม่น่าตื่นเต้นที่สุดแล้ว ไม่ต้องปรุงรสใดๆ หรือใส่แค่เกลือเสริมไอโอดีน ซีอิ๊วขาวนิดหน่อยก็พอแล้ว
ข้าวต้มตับหมู ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวอย่างเดียว

4. หาเมนูโปรด อย่างน้องวชิก็มีเมนูโปรดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นช่วงๆ ตอนช่วง 1 ขวบกินข้าวตุ๋นปลาแซลมอนทุกวัน วันละ 3 มื้อเลย ช่วงนี้ชอบมักกะโรนีซอสไก่ บางทีก็แซลมอนนึ่งมะนาวทุกมื้อต้องมีผักหลายๆ อย่างจะชอบมาก
จะหมดชามแล้ว ถ่ายเกือบไม่ทัน ^^"
ถ้าใครไม่เคยลองเมนูปลาทูทอดคลุกข้าว แนะนำเลยค่ะ กินง่าย ทำง่าย และอีกอย่างคือข้าวเหนียว หนึบๆ ดี เด็กๆ ชอบ

5. จัดจานอาหารให้น่ากิน อย่างเชอรี่ใช้ตัวช่วยง่ายๆ เลยค่ะ แม่พิมพ์รูปรถ เครื่องบิน หาซื้อได้ที่ร้านไดโซะ พอถึงมื้ออาหารน้องวชิจะชะโงกมาสำรวจก่อนเลยว่ามื้อนี้จะได้กิน Car rice หรือ Airplane rice สร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อยเลย

6. กินข้าววันละ 3 มื้อ จัดให้ตรงเวลาทุกวัน ไม่ให้กินจุบจิบ เพราะถ้าอิ่มอย่างอื่นจากมื้ออื่นแล้วจะทำให้ไม่กินข้าวมื้อหลักค่ะ มื้อบ่ายของน้องวชิส่วนใหญ่เป็นอโวคาโด กล้วย ฟักทองนึ่ง ช่วยให้อยู่ท้องและไม่อิ่มเกินไป
ถ้าอายุครบ 1 ขวบแล้ว นมเป็นเพียงอาหารเสริม ไม่ควรให้กินนมเยอะไปเพราะอิ่มนมแล้วก็จะกินข้าวได้น้อยค่ะ

7. สร้างบรรยากาศ กินข้าวพร้อมกัน อย่างเชอรี่ทำกับข้าวเอง 3 มื้อก็กินพร้อมกันกับน้องวชิเลย ผลัดกันกิน ผลัดกันป้อน สนุกดีค่ะ ยิ่งมื้อไหนได้กินด้วยกัน 3 คน พ่อ แม่ ลูก รู้สึกได้เลยว่าน้องวชิมีความสุข อร่อยทุกคำเลย
8. ชมเชย ทุกคนชอบถูกชมอยู่แล้ว ถ้าลูกกินข้าว ก็ชมบ้าง "ว้าว กินข้าวเก่งจัง ลองกินแครอทบ้างไหมครับ อร่อยน้า" เชื่อเถอะค่ะ เด็กวัยนี้บ้ายอ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะได้คำที่ 2 3 4 อย่างง่ายดาย

9. ไม่ให้กินขนมหรือน้ำหวานทุกชนิดก่อน 2 ขวบ ถ้าลูกไม่กินข้าวก็ไม่ต้องให้ขนมแทน บอกเลยว่าต้องใจแข็ง ไม่กินข้าวก็ไม่มีขนม เพราะถ้าเค้ารู้ว่าไม่กินข้าวเดี๋ยวจะได้กินขนมซึ่งมันอร่อยกว่า มื้อหน้าลูกก็ไม่กินข้าว รอขนมอร่อยๆ ดีกว่า :P
10. ไม่ให้กินข้าวนอกบ้านบ่อยจนเกินไป เพราะอาหารตามร้านอาหารย่อมอร่อยกว่าฝีมือแม่เป็นไหนๆ รสชาติอร่อย ถ้าติดใจรสชาติแล้วไม่ยอมกลับมาข้าวฝีมือแม่แน่เลย

บางวิธีอาจจะดูใจร้าย ขัดใจคนรอบข้างบ้าง แต่เชอรี่อยากให้เชื่อค่ะว่าถ้าเราทำได้อย่างนี้ สม่ำเสมอ ฝึกให้มีวินัยตั้งแต่แรก อย่างน้อยลูกก็ต้องกินบ้างแหละค่ะ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วถ้าลูกไม่กิน ไม่ต้องบังคับ เพราะบังคับก็จะยิ่งต่อต้าน บางทีลูกไม่กินอาจจะมาจากการไม่สบาย ฟันขึ้น หรือเบื่ออาหารก็ได้ ลองเปลี่ยนลักษณะอาหารจากแข็งเป็นอ่อน จากละเอียดไปหยาบ อาจจะถูกใจสักเมนูค่ะ

ถ้าจากเด็กที่กินง่าย กินเก่งอยู่ดีๆ ก็กินยากขึ้น เลือกกิน อาจจะเป็นเพราะวัยใกล้ 2 ขวบ เป็นธรรมชาติของเด็กวัยนี้ บ้านไหนกินง่ายถือว่าโชคดี บ้านไหนกินยากคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าเพิ่งละความพยายามนะคะ เชอรี่เป็นกำลังใจให้ทุกบ้านเลยค่ะ ^^



Tuesday, January 31, 2017

บวบผัดไข่ : เมนูโปรดลูกรัก ทำง่ายดี มีประโยชน์



เชอรี่เป็นคุณแม่เต็มเวลา หน้าที่หลักคือดูแลน้องวชิตั้งแต่ตื่นจนถึงส่งเข้านอน หนึ่งในหน้าที่นี้คือ การหาของกินที่มีประโยนช์ให้น้องวชิ ทั้งข้าว ผลไม้ รวมถึงถั่วต่างๆ ด้วย

ตอนนี้น้องวชิเพิ่ง 1.8 ขวบ เชอรี่ยังไม่อนุญาตให้กินขนมหรือน้ำหวานนะคะ จะได้กินข้าวเก่งๆ

น้องวชิกินข้าว 3 มื้อหลักตรงเวลา และเชอรี่ทำให้ใหม่ทุกมื้อ แต่ละมื้อไม่ค่อยซ้ำกัน บางมื้อ 1 อย่าง ถ้ามีเวลาก็ทำ 2 อย่าง แต่ละมื้อต้องมีผักหลากหลาย ทำอย่างนี้สม่ำเสมอทุกวัน จะได้เป็นเด็กไม่เลือกกิน

วันนี้มีเมนูหนึ่งที่เชอรี่ก็ไม่เคยทำกินเลย คุณยายของเพื่อนน้องวชิบอกว่าทำผัดบวบให้หลานแล้วกินง่ายมาก เชอรี่เลยขอลองสักหน่อย ปรากฏว่าน้องวชิชอบมาก กินเกือบหมดจานใหญ่ กินข้าวเยอะ เจริญอาหารสุดๆ

วัตถุดิบ

เตรียมไม่กี่อย่างเองค่ะ ราคาไม่แพงด้วย

  1. บวบเหลียมปลอดสารพิษ ใช้มีด 2 คมปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  2. หมูสับ
  3. ไข่ไก่
  4. กระเทียม ปอกเปลือกแล้วสับ
  5. ซีอิ๊วขาวไม่มีสารกันเสีย (แนะนำสำหรับเด็ก) 
  6. น้ำมัน (เชอรี่ใช้น้ำมันรำข้าวค่ะ)

วิธีทำ


  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เปิดไฟปานกลาง รอให้ร้อน
  2. ใส่หมูสับลงไปรวนจนเกือบสุกแล้วใส่กระเทียม
  3. ใส่บวบลงไปรวนจนบวมสุก
  4. ใส่ซีอิ๊วขาว
  5. ตอกไข่ใส่แล้วรวนจนสุก ถ้าอยากกินนิ่มๆ หน่อยก็เติมน้ำค่ะ จะหวานอร่อยอีกแบบ
  6. ใส่จาน

สีดำมุมบนขวาคืองาดำคั่วป่นค่ะ

โรยงาดำป่นใส่ข้าวแล้วตักผัดบวบเข้าปากเลยครับ หม่ำๆ แป๊บเดียวเกลี้ยง

แม่ๆ อย่าลืมทำเมนูอร่อยๆให้เพื่อนวชิหม่ำด้วยนะครับ ^^


Friday, December 30, 2016

บันทึกน้องวชิอายุ 1 ขวบ 3 เดือน เดิน กินเก่ง พูดเยอะ


เชอรี่อยู่กับน้องวชิทุกวัน ได้เห็นพัฒนาการของน้องวชิตลอด ทำให้ตื่นเต้นดีใจเพราะลูกโตขึ้นทุกวันเลยขอบันทึกเรื่องราวดีๆ ไว้หน่อยค่ะ

ร่างกาย - สุขภาพ

  • น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ ส่วนสูงอยู่กราฟบน น้ำหนักอยู่กราฟล่าง เลยออกแนวผอมเพรียว 
  • แข็งแรงมาก เคยป่วย 1 ครั้งตอนอายุครบ 1 ครบ เชอรี่เชื่อว่าที่น้องวชิแข็งแรงอย่างนี้เพราะพลังนมแม่ และกินอาหารที่มีประโยชน์
ความฟินเมื่อได้จุ๊บนมหม่ามี๊ ต้องแกว่งเท้าไปด้วย
  • ฟันคู่ที่ 5 มาแล้ว คือฟันกราม จากที่ชอบเคี้ยวอยู่แล้ว คราวนี้สบายเลย เคี้ยวแหลก กินอัลมอนด์เป็นเม็ดเลย

พัฒนาการ

  • เดินแล้ว หลังจากที่จับมือป่าปี๊หม่ามี๊เดินมาหลายเดือน อยู่ดีๆ น้องวชิก็เซอร์ไพรส์ หยิบหนังสือเดินเข้ามาหาหม่ามี๊ เดินครั้งแรกเกือบ 10 ก้าวเลย ตกใจ 555
VDO น้องวชิเดินได้วันที่ 2 (เดินได้ก็วิ่งเลย 55) -> https://www.facebook.com/iamwachi2015/
  • พูดเยอะมาก เวลาเจออะไรก็จะชี้แล้วบอกได้
  • เรียกชื่อตัวเอง ชอบพูดชื่อตัวเอง ป่าปี๊หม่ามี๊บ้าเห่อ ติดรูปน้องวชิไว้เต็มห้อง ชอบจูงมือป่าปี๊หม่ามี๊มาที่รูปตัวเองก็จะชี้ "ชิ ชิ ชิ" แล้วก็ยิ้มเขิล รู้ว่าเป็นรูปตัวเอง Advance ขึ้นไปอีกคือเวลาอ่านหนังสือแล้วเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ในหนังสือก็จะชี้แล้วบอก "อ๊ะ ชิ๊" ด้วยเหมือนกัน
  • บอกได้ว่าต้องการอะไร สื่อสารกันเข้าใจอย่างนี้ จากที่เลี้ยงง่ายอยู่แล้ว ช่วยให้ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย
  • น้องวชิชอบให้ป่าปี๊หม่ามี๊อ่านหนังสือให้ฟังมาก หลายอย่างอ่านไปไม่กี่ครั้งก็จำได้แล้ว เวลาว่างๆ น้องวชิจะชอบหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเอง แล้วก็พูดว่ามันคือภาพอะไร
  • ตั้งแต่น้องวชิมีความมั่นใจเรื่องการทรงตัวมากขึ้นจนเดินได้ วิทยายุทธในการปีนก็เก่งขึ้นทุกวันเช่นกัน เวลาปีนหรือเดินก็ว่องไวเป็นลิงจนป่าปี๊หม่ามี๊จับแทบไม่ทัน เดี๋ยวนี้เวลาเห็นสไลด์เดอร์จะวิ่งเข้าหาทันที ปีนขึ้นเอง หันหลังแล้วก็ไถลลงมาอย่างว่องไว โดยไม่รอป่าปี๊หม่ามี๊ช่วยจับเลย น่ากลัวจะตีลังกาลงมาซะจริงๆ ป่าปี๊หม่ามี๊ต้องเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ (Step นี้ได้จากการเรียน Gymboree ต้องหันหลังลงทุกครั้ง เปะทุกรอบ 555)
ปีนขึ้นทางชันได้สบายมากฮะ

อาหาร

  • กินเก่ง กินผัก ผลไม้ได้ทุกอย่าง ชอบกินหัวหอมใหญ่
  • กินอาหารเหมือนผู้ใหญ่ได้แล้ว
  • ปรุงรสด้วยแค่ซีอิ๊วขาวนิดหน่อยเพราะกลัวติดรสชาติและไตทำงานหนัก
  • เริ่มฝึกใช้ช้อนส้อมตักอาหารเอง แต่ยังตักไม่เก่ง เละเทะ
  • เริ่มดื่มน้ำมะพร้าว ชอบมาก เป็นน้ำผลไม้ชนิดเดียวที่เชอรี่อนุญาตให้กิน ส่วนน้ำหวานอื่นๆ ยังไม่อนุญาตเช่นกันเพราะเดี๋ยวติดใจแย่เลย
  • ยังไม่เคยกินขนมทุกชนิด เพราะกลัวอิ่มแล้วไม่ยอมกินข้าว
  • กินนมแม่ล้วน กินจากเต้า ไม่ได้กินจากแก้วเลยเพราะเชอรี่ไม่ได้ปั๊มนม จะได้ปั๊มแค่ตอนที่คัด เอามาทำเป็นไอศรีมให้น้องวชิหม่ำ แป๊บเดียวก็หมดแล้ว
กินเก่งมาก ป้อนอะไรก็หมดเกลี้ยง

นอน
  • เข้านอน 1 ทุ่ม อ่านหนังสือนิดหน่อย ปิดไฟนอนไม่เกิน 1 ทุ่มครึ่ง หลับปุ๋ยทันที
  • ตื่นกลางดึกคืนละ 1 ครั้ง คว้าหานมหม่ามี๊ งับได้ปุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ หลับปุ๋ย
  • ตื่นนอน 7.30 น. เป็นเด็กดีมาก ไม่เคยปลุกหม่ามี๊เลย จะคว้าหนังสือตรงหัวเตียงมาอ่านรอ จนกว่าหม่ามี๊จะตื่น
  • เรานอนกัน 2 คน เอ็มแยกไปนอนอีกห้องให้ 2 แม่ลูกได้นอนกอดกันอย่างเต็มที่ (ที่จริงคือวชินอนดิ้น ไม่มีที่เหลือ)
  • นอนดิ้นมาก เชอรี่เข้านอนดึกๆ บางคืนเหลือปลายเตียง บางคืนต้องนอนทะแยง ลูกชายเค้าเหลือให้เท่านี้
เห่อรองเท้าใหม่ ใส่ทั้งวันไม่ยอมถอด

ชอบ
  • อ่านหนังสือ บางครั้งก็อ่านเอง บางครั้งก็อยากให้ป่าปี๊หม่ามี๊อ่านให้ฟัง วิธีการที่จะให้ช่วยอ่านหนังสือคือ ยื่นเล่มที่จะให้อ่านให้ฟังแล้วร้องอื้อๆ ยื่นจนกว่าป่าปี๊หม่ามี๊จะรับหนังสือแล้วอ่านให้ฟัง น้องวชิจะตั้งใจฟังสุดๆ ให้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก พอจบแล้วก็หาเล่มใหม่มาให้อ่านต่อ
  • วาดรูป ชอบขีดเขียน เชอรี่เลยซื้อสีเทียน กับสีไม้แท่งใหญ่ๆ มาให้วาดรูปโชว์ฝีมือ
  • ร้องเพลง 
  • เต้น เป็นเด็กเท้าไฟเสมอต้นเสมอปลาย ได้ยินเสียงเพลงไม่ได้ อย่างเพลงมาร์ชยอดฮิตของเด็กทุกคนคือ "Twinkle twinkle little star" ถ้าได้ยินเพลง if you're happy and you know it clap your hands ก็จะปรบมือทุกครั้ง เพลง Row, Row, Row your boat จะต้องโยกตัวซ้ายขวาเหมือนอยู่ในเรือ
  • ชอบมิกกี้เมาส์ เวลาได้ใส่เสื้อผ้า รองเท้า หมวก จะดีใจมาก เรียก จิ๊กจี้ (มิกกี้) โชว์ตลอดเลย

เหตุการณ์สำคัญ

  • วันแม่ เป็นวันแม่ปีที่ 2 ของน้องวชิ เอ็มแอบซื้อพวงมาลัยมาให้น้องวชิไหว้ น้องวชิยังไม่ค่อยรู้เรื่อง กอดหม่ามี๊เป็นอย่างเดียว แค่นี้ก็ซึ้งแล้ว
  • ไปเที่ยวเขาใหญ่ กลับจากขอนแก่นเราก็ไปเขาใหญ่กันต่อ เรียกว่าเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวกันเลยทีเดียว
  • เดือนที่แล้วนั่งเครื่องบินครั้งแรก แล้วอีก 2 อาทิตย์เราก็ไปสิงคโปร์กันเลย ตื่นเต้นมาก

ยังมีอีกหลายเรื่องมากมายที่อยากจะบันทึกถึงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนี้

อยากบอกว่าป่าปี๊หม่ามี๊ "รักน้องวชิที่สุดเลยนะครับ"




Comment

Ads